วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม 2550
ข่าวสารE85
Posted by
GasoholMan
,
ผู้อ่าน : 639
, 21:15:12 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ขณะที่สถานการณ์พลังงานกำลังเป็นวิกฤตการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ แน่นอนว่ารวมถึงเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเวลาเช่นนี้ประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐเอมริกา จึงดูเหมือนได้รับผลกระทบไปเต็มๆ แต่เหตุที่มีการเตรียมตัวรับมานานจึงมีองค์กรต่างๆ เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ในเรื่องของน้ำมันดีเซลนั้น ก็มีการเน้นแก้ปัญหาแบบเดียวกับบ้านเรา และอีกหลายประเทศทั่วโลกด้วยเลือกใช้พลังงานไบโอชีวภาพ หรือที่เรียกกันว่าไบโอดีเซล ซึ่งในบ้านเรานั้นใช้อยู่ในระดับที่เรียกว่า b5 คือการผสมน้ำมันจากพืชหรือสัตว์ลงไปในอัตราส่วน 5 เปอร์เซ็นต์ กับน้ำมันดีเซล 95 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดคณะกรรมการไบโอดีเซลแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกกันย่อๆว่า nbb : nationnal biodiesel board ก็ได้จับมือกับผู้ผลิตรถยนต์อย่างอย่างไครสเลอร์ เพื่อกระตุ้นตลาดและเป็นการทำวิจัยและพัฒนาไบโอดีเซลไปในตัว โดยไครสเลอร์ได้จัดโปรมแกรมพิเศษให้กับสมาชิกเครือข่ายของคณะกรรมการไบโอดีเซล ฯ ให้เช่าหรือซื้อรถยนต์ของไครสเลอร์อันได้แก่ จี๊ป แกรนด์เชโรกี และดอดจ์ แรม ในราคาพิเศษ รถยนต์ที่ว่านี้เป็นรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนามาจากโรงงานให้สามารถใช้เชื้อเพลิงดีเซลแบบ b20 ซึ่งเป็นการผสมน้ำมันจากธรรมชาติลงไปถึง 20 เปอร์เซนต์และใช้น้ำมันดีเซลปิโตรเลียม 80 เปอร์เซ็นต์ ไบโอดีเซลสูตรใหม่นี้นอกจากจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันจากปิโตรเลียมลงแล้ว ยังช่วยในเรื่องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมด้วย ความร่วมมือระหว่างไครสเลอร์กับคณะกรรมการไบโอดีเซล ฯ ครั้งนี้ยังมีผลถึงการกำหนดมาตรฐานของไบโอดีเซล b20 อันจะมีผลบังคับใช้ในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้านี้ ทั้งนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในอนาคตคือการใช้ไบโอดีเซลบริสุทธ์ หรือ b100 ด้วย ไบโอดีเซลใหม่นี้ ยังหมายรวมถึงการประหยัดพลังงานและการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก และปัญหาด้านมลพิษต่างๆ ด้วย ที่สำคัญคือทำให้เราสามารถลดการใช้น้ำมันปิโตรเลียมลง และสนับสนุนเกษตรกรได้อีกทางด้วย deborah morrissett รองประธานของไครสเลอร์กล่าวในวันแถลงข่าวโครงการนี้ ปัจจุบันรถยนต์ของไครสเลอร์ ผ่านมาตรฐาน b5 ทั้งหมดแล้ว และรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซล b20 อย่าง จี๊ป แกรนด์ เชโรกี และดอดจ์ แรม นี้ ยังสามารถใช้ไบโอดีเซลได้ในระดับเกิอบถึง b40 อีกด้วย สำหรับความคืบหน้าในเรื่องของเครื่องยนต์เบนซินนั้น เป็นที่ทราบดีว่าในสหรัฐอเมริกา และในยุโรปบางประเทศนั้น สามารถพัฒนาเครื่องยนต์ให้ใช้ เอธานอล หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าแก็สโซฮอลล์ ให้อยู่ในระดับ e85 อันเป็นการผสมกันระหว่าง เอธานอล 85 เปอร์เซนต์และน้ำมันเบนซิน 15 เปอร์เซนต์ โดยรถยนต์ที่สามารถใช้ e85 ได้จะเรียกว่า ffv : flex-fuel vehicle (ซึ่งในสหรัฐ ฯ จะต้องเป็นรถยนต์ใหม่ที่ได้รับการผลิตมาให้ใช้ e85 ได้ รถยนต์ในตลาดรุ่นเก่าไม่สามารถใช้ได้ เพราะอาจมีผลกระทบกับเครื่องยนต์ และไม่คุ้มค่าหากนำมาดัดแปลงเพื่อให้ใช้ e85 ส่วนยุโรปจะมีโรงงานขนาดย่อมที่รับนำรถยนต์เพียงบางรุ่นมาปรับแต่ง เปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนบางอย่าง เพื่อให้ใช้ e85 ได้) เพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ผู้ใช้รถยนต์ ล่าสุดคณะกรรมการ nevc : national ethanol vehicle coalition หรือเรียกเป็นไทยง่ายๆ ว่าคณะกรรมการประสานงานยานยนต์เอธานอล ก็ได้ประกาศรายชื่อรถยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถใช้ e85 ซึ่งจะนำออกจำหน่ายในปี 2008 แล้ว จากผู้ผลิตหลายราย อาทิ ไครสเลอร์ , ฟอร์ด , เจเนอรัล มอเตอร์ส ,นิสสัน และเมร์เซเดส-เบนซ์ รวมทั้งหมดแล้ว 31 รุ่น หากจะคัดเอาชื่อที่บ้านเราพอจะผ่านหูกันบ้างเห็นจะมีไม่กี่รุ่น เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 300 แอลเอส , นิสสัน อาร์มาด้า , ดอดจ์ แรม , จี๊ป คอมมานเดอร์ ,จี๊ป แกรนด์ เชโรกี , ฟอร์ด เอฟ 150 ส่วนใครเตรียมตัวย้ายถิ่นฐานไปอยู่สหรัฐ ฯ แล้วอยากทราบมากกว่านี้ ติดตามได้จากเว็บไซต์ของ national ethanol vehicle coalition ได้ ปัจจุบัน แก็สโซฮอลล์ หรือเชื้อเพลิงเบนซินผสมเอธานอล ในประเทศไทยนั้น ใช้กันอยู่ในระดับ e10 อันเป็นการผสมระหว่างเอธานอล 10 เปอร์เซนต์กับน้ำมันเบนซิน 90 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ราคาจำหน่ายต่อลิตรต่ำลงกว่าน้ำมันเบนซินประมาณลิตรละ 3.50 บาท และมีแนวโน้มจะส่งเสริมให้ใช้แก็สโซฮอลล์ e20 ในอนาคต บทความโดย ชนินทร์ พงษ์เสือ :คอลัมน์ไลฟ์ออลวีลไดร์ฟ กรุงเทพธุรกิจ Biz week
|