• สยามเช้านี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : goodmorningsiam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 19453
  • จำนวนผู้โหวต : 55
  • ส่ง msg :
สยามเช้านี้ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ทางททบ.5 06.05น. - 07.25น.
นอกรอบ... กับทีมงาน สยามเช้านี้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/GoodmorningSiam
วันพฤหัสบดี ที่ 28 มิถุนายน 2550
ชำแหละ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ขัดนิติธรรม-ไม่ชอบธรรม
Posted by สยามเช้านี้ , ผู้อ่าน : 495 , 02:27:48 น.   | หมวดหมู่ : สยาม...ตามประเด็นร้อน  
พิมพ์หน้านี้


นักสิทธิมนุษยชนค้านร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ระบุให้อำนาจ ผบ.ทบ.ล้นฟ้า แต่ไม่มีระบบถ่วงดุลโดยศาล ชี้ขาดความชอบธรรม เพราะไม่ได้ออกโดยรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง

นายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์รายการ "สยามเช้านี้" ทาง ททบ.5 ดำเนินรายการโดย เทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น ชำแหละร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งรับหลักการไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2550 ก่อนจะส่งให้กฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาผ่านเป็นกฎหมาย เหตุให้อำนาจ ผบ.ทบ.ในฐานะ ผอ.รมน.ล้นฟ้า แต่ไม่มีระบบถ่วงดุลโดย "ตุลาการ" ขัดทั้งนิติธรรม และความชอบธรรม เพราะออกกฎหมายโดยสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

           

@ เมื่อวันก่อน ผบ.ทบ.มารายการนี้ ท่านยืนยันว่า ขณะนี้รูปแบบภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศเปลี่ยนไปเยอะ ท่านให้ความสำคัญเรื่องของการก่อการร้าย ฉะนั้นท่านยืนยันว่าต้องมีกฎหมายที่ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเต็มที่ ใช้อย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ออกมาชัดเจนว่า รับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ คุณคิดว่าจุดไหนของร่างกฎหมายฉบับนี้น่ากลัวมากที่สุด

           

ที่น่ากลัวคือ ให้อำนาจฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นข้าราชการประจำด้วย ซึ่งข้าราชการประจำไม่ได้ยึดโยงกับรัฐสภามากเป็นพิเศษ คือตำแหน่ง ผอ.รมน.ซึ่ง ผบ.ทบ.เป็นผู้อำนวยการโดยตำแหน่ง มีอำนาจประกาศเกี่ยวกับกฎในการห้ามต่างๆ เช่น ห้ามการชุมนุม การโฆษณาต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งจับกุม คุมขัง บุคคลต่างๆ ยึดทรัพย์สินต่างๆ ด้วย และปราบปราม ซึ่งการปราบปรามก็ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร

           

ถ้าเป็นการกระทำที่เห็นว่าเป็นภัยเกี่ยวกับความมั่นคง และคำจำกัดความภัยของความมั่นคงกว้างขวางมาก ในมาตรา 3 แม้แต่การโฆษณา ยุยงก็ดี ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง

           

ในแง่นี้เอง ปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าประเทศไทยก็เป็นเหมือนประเทศหนึ่ง คือตกอยู่ภายใต้การคุกคามการก่อการร้าย แต่ของเราเป็นภัยก่อการร้ายในประเทศมากกว่าการก่อการร้ายนอกประเทศ

           

และข้อสำคัญ กฎหมายฉบับนี้ลิดรอนอำนาจของศาล หรือตุลาการ ที่จะใช้ในการตรวจสอบในการใช้อำนาจ การกระทำอะไรก็แล้วแต่ของเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าได้กระทำไปเพื่อความมั่นคงนั้น จะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งแพ่ง-อาญา และไม่ถูกดำเนินการทางวินัยด้วย ซึ่งฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าลอกกฎหมายฉบับนี้มาจาก โฮมแลนด์ ซีเคียวริตี้แอคท์ ปี 2002 ของสหรัฐ จริงๆ แล้วไม่ใช่

           

ตามกฎหมาย โฮมแลนด์ ซีเคียวริตี้แอคท์ของสหรัฐ ยังให้อำนาจศาลเต็มที่ในการตรวจสอบ ไม่มีการจำกัด หรือลิดรอนอำนาจศาลเลย และเป็นกฎหมายที่ใช้กับคนที่ไม่ใช่คนอเมริกันเท่านั้น เพราะว่าอเมริกันซิตี้เซน ย่อมต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐ และตามระบบตุลาการของสหรัฐ

           

@เท่าที่ฟังดู คุณสมชายบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีการให้อำนาจการถ่วงดุลเลย ข้าราชการ กอ.รมน. หรือ ผบ.ทบ.มีอำนาจเต็มที่ อย่างเช่นวันนี้มีความรู้สึกว่ามีภัยคุกคามก็สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ได้เลย ไม่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

           

ไม่มีเลย เท่ากับรวมเอาอำนาจตามกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมาไว้ในมือ ผบ.ทบ. ซึ่งในตำแหน่ง ผอ.รมน. จริงๆ ปกติการประกาศภาวะฉุกเฉินต้องผ่านมติ ครม. และทุก 3 เดือนต้องมีการทบทวนโดย ครม. ซึ่งจะมีการท้วงติงได้ว่ามีการประกาศโดยไม่จำเป็นแล้วต้องยกเลิกไป แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจล้นฟ้าแก่ ผบ.ทบ.ในการที่จะสั่งการ ในการประกาศภาวะฉุกเฉิน แม้กระทั่งบอกว่าห้ามบุคคลใดห้ามออกจากบ้าน ซึ่งอาจจะเหมือนออง ซาน ซู จี รวมทั้งประกาศเคอร์ฟิวด้วย

           

@ ในส่วนที่เกี่ยวห้ามโฆษณา หมายถึงรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย

           

 แน่นอน ทุกประเภท ทั้งสื่อมวลชนทุกอย่าง อินเทอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ใบปลิว แผ่นพับ ก็สามารถห้ามได้ และห้ามแล้วไม่ฟังก็มีโทษจำคุกด้วยไม่เกิน 3 ปี

           

@ ถ้าฝ่ายความมั่นคงจะอ้างสถานการณ์การก่อการร้ายที่เขากลัวจะบานปลาย และกระทบความมั่นคงที่จะมีอำนาจแบบนี้ขึ้นมา พอฟังขึ้นไหม

           

ตอนนี้รัฐบาลก็มีอำนาจอยู่แล้ว ในสถานการณ์ปกติก็มีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอาญาเราเพิ่งแก้ไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ให้มีข้อหาความผิดในเรื่องการก่อการร้าย ซึ่งมีข้อหา หรือคำจำกัดความกว้างขวางมากทีเดียว และในสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น ในกรณีมีภัยคุกคามจากต่างประเทศก็สามารถประกาศกฎอัยการศึกได้ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็ประกาศได้ โดยการปรึกษาหารือกับนายกฯ หรือผู้บัญชาการทหารในบางพื้นที่ บางพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ไม่สงบ เช่น มีการก่อการร้าย เช่น ผู้บัญชาการ แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการทหารประจำจังหวัดก็ทำได้ รวมทั้งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างมากมายก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นอันใดเลยที่จะทำให้มีกฎหมายฉบับนี้ ทำให้มีข้อสงสัยว่า ตามที่ประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้มีการเมืองแอบแฝงหรือเปล่า

           

ผมคิดว่ามีที่มา 2 ประการ คือ 1.หลังจากยกเลิก พ.ร.บ.คอมฯ แล้ว ทางฝ่าย กอ.รมน. ซึ่งเป็นข้าราชการประจำไม่อยากสูญเสียอำนาจ ก็พยายามผลักดันมาตลอด ตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อน และถูกคัดค้านและยับยั้งมา รวมทั้งสมัยอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็มีเสียงคัดค้านมากมาย จึงไม่มีการนำเสนอ ตอนนี้ทำไมถึงสามารถออกมาโดยผ่านมติ ครม.ได้ และตอนนี้อยู่ในการพิจารณาของกฤษฎีกาได้

           

2.เข้าใจว่าสาเหตุสำคัญที่สามารถทำได้ คือ คณะทหารต้องการจะมีบทบาททางการเมือง เพราะทางโครงสร้าง กอ.รมน.มีคณะ กอ.รมน.ซึ่งมีนายกฯ เป็นประธาน แต่สมาชิกส่วนใหญ่ของกรรมการชุดนี้เป็นข้าราชการประจำ เป็นปลัดกระทรวงต่างๆ เป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก และโครงสร้างบริหาร ผอ.กอ.รมน.เป็นหัวหน้า มีอำนาจสั่งการเด็ดขาด และมีเลขาธิการเป็นเสนาธิการทหารบก มีอำนาจสั่งการประสานงานกับหน่วยราชการทุกหน่วยราชการ และสามารถแต่งตั้งบุคคลให้เป็นที่ปรึกษา กอ.รมน. ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับกรุงเทพมหานคร

@ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านในช่วงที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง มีสภาผู้แทนฯ  จะมีขั้นตอนอภิปรายโต้เถียงขัดแย้งไม่เห็นด้วย แต่ถ้าออกมาช่วงรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของทหาร และทหารมีอำนาจขณะนี้ ภาพที่ออกมาคงดูแย่กว่าภาวะปกติ

           

แม้ สนช.จะได้การยอมรับพอสมควร มีการผ่านกฎหมายที่ดีหลายฉบับมา แต่ความชอบธรรมที่จะออกกฎหมายอย่างนี้โดย สนช. ผมคิดว่าไม่มี เพราะไม่ได้เป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นสภาที่มาจากการแต่งตั้ง เหมือนกับว่า คมช.เป็นผู้ตั้งสภาชุดนี้ และเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ และคนที่ตัวเองตั้งขึ้นมาก็มาพิจารณา ผมคิดว่าจะขาดความชอบธรรมอย่างมาก ดังนั้น จริงๆ แล้วอยากจะขอให้ ครม.ถอนเรื่องนี้มาจากการพิจารณาของกฤษฎีกาด้วย

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/07/2007 เวลา : 10.11 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะมาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
chaitham วันที่ : 29/06/2007 เวลา : 13.20 น.
http://www.oknation.net/blog/erp
ChaiTham

มาเรียนเชิญ ไปช่วยสะสางประวัติศาสตร์ ตำนานทรราชไทย ฉบับประชาชน
http://www.oknation.net/blog/change/2007/06/29/entry-1

ความคิดเห็นที่ 4
ณ.ณ. วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 12.48 น.


ขอวิเคราะห์ไว้ว่า พรบ.นี้ จะไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่สงบของ 3 จชต.ได้ เพราะจุดมุ่งหมายของ พรบ.นี้ ขัดต่อวิถีชีวิตของมลายู

++ มาตรา 3 ในพรบ.นี้ "การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร" หมายความว่า (1) การดำเนินการเพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตปกติสุข มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีความรักและหวงแหนในวัฒนธรรมและผืนแผ่นดินไทย...

คำถามที่จะตามมาคือ รัฐไทย กำลังดำเนินการ รัฐนิยม กับการแก้ปัญหาแบ่งแยกดินแดน กลืนมลายูให้เป็นไทย เรากำลังซ้ำรอยกรณี "สยาม-ไทย" อีกแล้วหรือเปล่า อย่าบังคับดอกไม้ให้มีสีเดียว ดอกไม้ควรมีหลายสี

++ มาตรา 3 วรรคสอง "การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร" หมายความว่า การกระทำใดๆ อันเป็นการมุ่งทำลาย หรือทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน หรือของรับ ไม่ว่าจะเป็นการจารกรรม การก่อวินาศกรรม การก่อการร้ายการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ การบ่อนทำลาย การโฆษราชวนเชื่อ การยุยง การปลุกปั่น การใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีเจตนามุ่งหมายให้เกิดความไม่สงบสุขในชีวิตของประชาชนหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อมั่นคงของรัฐ

เทียบกับประมวลกฎหมายอาญา...พรบ. นี้ไม่ได้หมายรวมถึง ปอ.107-118 เลย

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 107-112 ว่าด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ... พรบ.นี้ ไม่รวมถึง

ปอ.113-118 ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาญาจักร (กบฏ) ... พรบ.นี้ ไม่กล่าวถึง

ปอ.119-129 ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ...พรบ.นี้กล่าวถึงเรื่องจารกรรม และอาชญากรรมข้ามชาติ

ปอ.135/1-135/4 ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ...พรบ.นี้ กล่าวครอบคลุมถึง

นี่เป็นข้อสังเกต เปรียบเทียบ พรบ.นี้ กับประมวลกฎหมายอาญา. แสดงว่า พรบ.นี้ บัญญัตินิยามของคำว่า"การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร” อย่างตามใจชอบ

++ พรบ.รักษาความมั่นคงฯ มาตรา 25 เป็นการโอนอำนาจของนายกฯ ใน พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน มาให้กับ ผอ.รมน. เป็นผู้ออก "ข้อกำหนด" แทน ซึ่งจะสามารถออกข้อกำหนดหลายอย่างที่สามารถ "ขัดรัฐธรรมนูญ" ได้ ได้แก่ ห้ามพกพาอาวุธ, ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ, ห้ามการชุมนุม หรือมั่วสุมกัน ห้ามการแสดงมหรสพ ห้ามการโฆษณา,ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด, ให้บุคคลมอบอาวุธ, ออกคำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจระงับเหตุการณ์ร้ายแรง หรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วน ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารให้มีอำนาจเช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ โดยการใช้อำนาจหน้าที่ของทหารจะกระทำได้เพียงใดให้เป็นไปตามเงื่อนไข และเงื่อนเวลาที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่ากรณีที่มีการใช้กฎอัยการศึก

... เงื่อนเวลาในการปฏิบัติ ของ พรบ.นี้ขึ้นอยู่กับ "ข้อกำหนด" ที่ ผอ.รมน.ประกาศ เหมือนกับที่ พรก.ฉุกเฉินให้อำนาจนายกฯ กำหนดเงื่อนเวลาเอง
จะเห็นว่า แม้นายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงภายใน แต่ก็มีหน้าที่เพียงให้นโยบาย ผู้ใช้อำนาจจริงเป็น ผอ.รมน. ..ซึ่งต่างจาก พรก.ฉุกเฉิน ที่นายกฯ มีอำนาจเต็ม จะเห็นว่า ทั้ง พรบ.นี้ โอนอำนาจล้นฟ้าของนายกฯ มาให้กับ ผอ.รมน.ทั้งหมด
++ พรบ.รักษาความมั่นคงฯ มาตรา 26 เป็นการให้อำนาจ ผอ.รมน.ในการ "ออกประกาศ" ให้เจ้าพนักงาน มีอำนาจกระทำการต่างๆ ในการติดตามตัว จับกุมตัว เรียกตัว ตรวจค้น เข้าไปในเคหสถาน ยึด ฯลฯ ตามวิธีพิจารณาความอาญา ...

มาตรานี้เป็นการโอนอำนาจการออกประกาศของนายกฯ ใน มาตรา 11 ของ พรก.ฉุกเฉิน มาให้ กอ.รมน. .. ซึ่งพรบ.นี้ ไม่กำหนดระยะเวลายกเลิกประกาศ ต่างจากที่ พรก.ฉุกเฉินที่เมื่อเหตุการณ์สงบ นายกฯ ต้องรีบยกเลิกประกาศต่างๆ โดยเร็ว..

++ พรบ.รักษาความมั่นคง มาตรา 27 กำหนด"วิธีการ"จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยตาม"ประกาศ"ในมาตรา 26(1) โดยให้ทำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรานี้ คัดลอกมาจากมาตรา 12 ของ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน

ความแตกต่างของ พรก.ฉุกเฉิน ม.11(1) และ ม.12 ...กับ พรบ.ความมั่นคง ม.26(1) และ ม.27 ... คือ การออกประกาศตาม พรบ.ความมั่นคง ไม่ได้ระบุระยะเวลา "ประกาศจับ"ซึ่งอาจยาวนานค้างปี นานจนเหตุการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงยุติลงแล้ว แต่ยังไม่ยกเลิกประกาศนี้ก็ได้ ..ส่วนการออกประกาศจับตาม พรก.ฉุกเฉิน จะถูกยกเลิกหลังจากเหตุการณ์ยุติ

ส่วนเรื่องการจับกุม เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้ง พรบ.นี้ และ พรก.ฉุกเฉิน คือ 7 วัน (+7+7... ไม่เกิน 30 วัน) ครบ30วัน หากจะควบคุมตัวต่อไป ต้องฟ้องศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

++ มาตรา 30 เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข่าวสาร ให้อำนาจ ผอ.รมน.ภาค ผอ.รมน.จังหวัด หรือ ผอ.รมน.กทม.มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมฟังการสอบสวน หรือเรียกสำนวนคดีอาญามาตรวจดูได้ ...ให้ ผอ.รมน.มีอำนาจข้างต้น ในกรณีที่ DSI เป็นผู้สอบสวน

อันนี้ไม่มีใน พรก.ฉุกเฉิน ... บัญญัติใหม่ซิงๆ ก็เลยสงสัยว่า เป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่เพราะเมื่อมีการส่งฟ้องและดำเนินคดีแล้ว สำนวนคดีและคำพิพากษา ก็เปิดเผยต่อสาธารณชนได้ ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร ม่น่าจะถึงขนาดเข้าไปฟังหรือไปอ่านเอกสารการสอบสวน...ล้ำเส้นไปไหม?

++ ม.31 ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานสอบสวนที่จะไม่ส่งฟ้องคดี ถ้าหากเห็นว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หลงผิด ให้ส่งเรื่องให้ ผอ.รมน.กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องสงสัยปฏิบัติแทนการถูกฟ้องคดีโดยการรับการอบรมไม่เกิน 6 เดือน และมารายงานตัวเป็นเวลาไม่เกิน1ปี ซึ่งจะทำได้เมื่อเจ้าตัวยินยอม และหากปฏิบัติครบแล้วจะฟ้องคดีไม่ได้
มาตรานี้ เท่ากับที่ พล.อ.สะพรั่งบอกว่า "เว้นโทษตายให้" ใช้ดุลพินิจได้เหนืออัยการในการสั่งฟ้องคดีเลยนะนี่ กรณีนี้อาจจะได้ผลกรณีผู้หลงผิดไฟใต้ แต่กรณีผู้มีความเห็นต่าง เช่น ไม่ชอบ คมช...ใช้ไม่ได้แน่.

++++ เมื่อประกาศตามมาตรา 26 โดยเฉพาะ 26(1) จะมีผลบังคับใช้จนกว่าจะถูกยกเลิก ซึ่งอาจช้าแม้ว่าเหตุไม่สงบจะยุติไปแล้วก็ตาม...ประกาศจับจะค้างปี แต่การจับกุมจะมี 2 นัยคือ 1.เจ้าพนักงานร้องศาลขอจับกุมและควบคุมตัว 7วัน ต่ออายุได้ไม่เกิน 30 วัน จะคุมตัวอีกต้องฟ้องศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2.พนักงานสอบสวน (ตำรวจ)เห็นว่าเป็นผู้หลงผิด ก็ไม่ต้องดำเนินคดี(ทั่นเว้นโทษตายให้ โอ้ อำนาจล้นเหลือ) ให้เจ้าตัวยินยอมการไปอบรม1เดือน และรายงานตัว1ปี

++ มาตรา 36 การออกข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง ตาม พรบ.นี้ ไม่สามารถเอาผิดทางปกครองได้ ฟ้อง ศาลปกครองไม่ได้ (เหมือน พรก.ฉุกเฉิน)

++ มาตรา 37 การกระทำตามพรบ.นี้ ไม่สามารถเอาผิดทางวินัย อาญา และแพ่งได้ หากเป็นการกระทำที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เกินกว่าเหตุ (เหมือน พรก.ฉุกเฉิน)

การตรวจสอบโดยกระบวนการทางศาล ดูเหมือนจะทำไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็มีความต่างกันอยู่ที่ “ผู้ลงนาม” ในข้อกำหนด และประกาศต่างๆ ของพรบ.นี้มี ผอ.รมน.ลงนาม ซึ่งกระบวนการถอดถอนโดย ปปช.+สว. จะถอดถอน ผอ.รมน.ไม่ได้ ต่างจาก พรก.ฉุกเฉิน ที่มีนายกฯลงนาม จึงมีกระบวนการตรวจสอบโดยการถอดถอนได้หากกระทำผิด
จะเห็นว่า ผอ.รมน.มีอำนาจล้นฟ้าเหนือนายกฯ ใครก็ตรวจสอบไม่ได้ (นอกจากนายกฯ จะปลดออกจาก ผบ.ทบ.ก็จะพ้นเก้าอี้ ผอ.รมน.ทันที).


+++ ตุลาคมนี้ คงงัดกันฝุ่นตลบ ว่าใครจะเป็น ผบ.ทบ. เป็น ผอ.รมน.โดยอัตโนมัติ ... ผู้ซึ่งมีอำนาจเสมอ/เหนือนายกรัฐมนตรี ถอดถอนไม่ได้ ต้องถูกนายกฯ ปลดจาก ผบ.ทบ.เท่านั้น... นายกฯ และ ผบ.ทบ.อาจถูก สว.ถอดถอนได้ แต่ ผอ.รมน.ถูกถอดถอนไม่ได้ ... ... หัวหน้าพรรคการเมืองไหนอยากเป็นนายกฯ สมควรพิจารณากฎหมายนี้ให้ถ่องแท้ และพิจารณาให้ดีว่าสมควรคัดค้านเพื่อยับยั้งการนำเข้าสู่สภา 3 วาระรวด หรือหากยับยั้งไม่ได้ ก็ต้องประกาศนโยบายเพื่อแก้ไข พรบ.นี้ หลังจากได้เป็นรัฐบาล เพื่อคานอำนาจ ผอ.รมน. .... ลองดูไหมล่ะ คุณมาร์ค เสี่ยเติ้ง +++

ความคิดเห็นที่ 3
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 10.13 น.
http://www.oknation.net/blog/molly

ติดตามตลอดเลยจ้า ถ้าตื่นขึ้นมาไม่ได้ยินเสียงคุณ มนัส ตั้งสุข คุณจอมขวัญ หลาวเพชร คุณเทพชัย หย่องล่ะก็ไม่กล้าเปลี่ยนช่องเลยล่ะค่า
ความคิดเห็นที่ 2
ไปรษณีย์ วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 03.50 น.
http://www.oknation.net/blog/wor1789

พรก ฉุกเฉิน ประกาศกฏอัยการศึก พรบ ความมั่นคง ประกาศ คปค คำสั่ง คปค แล้วจะอะไรอีก แล้วใช้ต่างกันยังไง ยังงง งงเฟ้ย มีกำลังแค่ไหน มีมากกว่าใครๆ ทำไมดูแลอะไรไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 1
กระเจี๊ยบ วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 03.06 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ไม่แน่ใจว่าเช้าวันพฤหัสจะมี "สยามเช้านี้" ออกอากาศทาง TGN หรือเปล่า
เพราะเมื่อเช้า(วันพุธ ๒๗) อัดเทปไว้ ปรากฏว่าเป็นรายการหมํ่าโชว์ไปซะนี่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หลวงหนุ่ย...จอมคาถาจตุคามรามเทพ

หลวงหนุ่ย...จอมคาถาจตุคามรามเทพ

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



คะแนนที่คุณให้สยามเช้านี้
5 คะแนน
22 คน
4 คะแนน
2 คน
3 คะแนน
3 คน
2 คะแนน
0 คน
1 คะแนน
4 คน

  โหวต 31 คน