พิมพ์หน้านี้
|
นักสิทธิมนุษยชนค้านร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ระบุให้อำนาจ ผบ.ทบ.ล้นฟ้า แต่ไม่มีระบบถ่วงดุลโดยศาล ชี้ขาดความชอบธรรม เพราะไม่ได้ออกโดยรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง นายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์รายการ "สยามเช้านี้" ทาง ททบ.5 ดำเนินรายการโดย เทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น ชำแหละร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งรับหลักการไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2550 ก่อนจะส่งให้กฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาผ่านเป็นกฎหมาย เหตุให้อำนาจ ผบ.ทบ.ในฐานะ ผอ.รมน.ล้นฟ้า แต่ไม่มีระบบถ่วงดุลโดย "ตุลาการ" ขัดทั้งนิติธรรม และความชอบธรรม เพราะออกกฎหมายโดยสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
@ เมื่อวันก่อน ผบ.ทบ.มารายการนี้ ท่านยืนยันว่า ขณะนี้รูปแบบภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศเปลี่ยนไปเยอะ ท่านให้ความสำคัญเรื่องของการก่อการร้าย ฉะนั้นท่านยืนยันว่าต้องมีกฎหมายที่ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเต็มที่ ใช้อย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ออกมาชัดเจนว่า รับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ คุณคิดว่าจุดไหนของร่างกฎหมายฉบับนี้น่ากลัวมากที่สุด
ที่น่ากลัวคือ ให้อำนาจฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นข้าราชการประจำด้วย ซึ่งข้าราชการประจำไม่ได้ยึดโยงกับรัฐสภามากเป็นพิเศษ คือตำแหน่ง ผอ.รมน.ซึ่ง ผบ.ทบ.เป็นผู้อำนวยการโดยตำแหน่ง มีอำนาจประกาศเกี่ยวกับกฎในการห้ามต่างๆ เช่น ห้ามการชุมนุม การโฆษณาต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งจับกุม คุมขัง บุคคลต่างๆ ยึดทรัพย์สินต่างๆ ด้วย และปราบปราม ซึ่งการปราบปรามก็ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร
ถ้าเป็นการกระทำที่เห็นว่าเป็นภัยเกี่ยวกับความมั่นคง และคำจำกัดความภัยของความมั่นคงกว้างขวางมาก ในมาตรา 3 แม้แต่การโฆษณา ยุยงก็ดี ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง
ในแง่นี้เอง ปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าประเทศไทยก็เป็นเหมือนประเทศหนึ่ง คือตกอยู่ภายใต้การคุกคามการก่อการร้าย แต่ของเราเป็นภัยก่อการร้ายในประเทศมากกว่าการก่อการร้ายนอกประเทศ
และข้อสำคัญ กฎหมายฉบับนี้ลิดรอนอำนาจของศาล หรือตุลาการ ที่จะใช้ในการตรวจสอบในการใช้อำนาจ การกระทำอะไรก็แล้วแต่ของเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าได้กระทำไปเพื่อความมั่นคงนั้น จะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งแพ่ง-อาญา และไม่ถูกดำเนินการทางวินัยด้วย ซึ่งฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าลอกกฎหมายฉบับนี้มาจาก โฮมแลนด์ ซีเคียวริตี้แอคท์ ปี 2002 ของสหรัฐ จริงๆ แล้วไม่ใช่
ตามกฎหมาย โฮมแลนด์ ซีเคียวริตี้แอคท์ของสหรัฐ ยังให้อำนาจศาลเต็มที่ในการตรวจสอบ ไม่มีการจำกัด หรือลิดรอนอำนาจศาลเลย และเป็นกฎหมายที่ใช้กับคนที่ไม่ใช่คนอเมริกันเท่านั้น เพราะว่าอเมริกันซิตี้เซน ย่อมต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐ และตามระบบตุลาการของสหรัฐ
@เท่าที่ฟังดู คุณสมชายบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีการให้อำนาจการถ่วงดุลเลย ข้าราชการ กอ.รมน. หรือ ผบ.ทบ.มีอำนาจเต็มที่ อย่างเช่นวันนี้มีความรู้สึกว่ามีภัยคุกคามก็สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ได้เลย ไม่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน
ไม่มีเลย เท่ากับรวมเอาอำนาจตามกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมาไว้ในมือ ผบ.ทบ. ซึ่งในตำแหน่ง ผอ.รมน. จริงๆ ปกติการประกาศภาวะฉุกเฉินต้องผ่านมติ ครม. และทุก 3 เดือนต้องมีการทบทวนโดย ครม. ซึ่งจะมีการท้วงติงได้ว่ามีการประกาศโดยไม่จำเป็นแล้วต้องยกเลิกไป แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจล้นฟ้าแก่ ผบ.ทบ.ในการที่จะสั่งการ ในการประกาศภาวะฉุกเฉิน แม้กระทั่งบอกว่าห้ามบุคคลใดห้ามออกจากบ้าน ซึ่งอาจจะเหมือนออง ซาน ซู จี รวมทั้งประกาศเคอร์ฟิวด้วย
@ ในส่วนที่เกี่ยวห้ามโฆษณา หมายถึงรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย
แน่นอน ทุกประเภท ทั้งสื่อมวลชนทุกอย่าง อินเทอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ใบปลิว แผ่นพับ ก็สามารถห้ามได้ และห้ามแล้วไม่ฟังก็มีโทษจำคุกด้วยไม่เกิน 3 ปี
@ ถ้าฝ่ายความมั่นคงจะอ้างสถานการณ์การก่อการร้ายที่เขากลัวจะบานปลาย และกระทบความมั่นคงที่จะมีอำนาจแบบนี้ขึ้นมา พอฟังขึ้นไหม
ตอนนี้รัฐบาลก็มีอำนาจอยู่แล้ว ในสถานการณ์ปกติก็มีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอาญาเราเพิ่งแก้ไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ให้มีข้อหาความผิดในเรื่องการก่อการร้าย ซึ่งมีข้อหา หรือคำจำกัดความกว้างขวางมากทีเดียว และในสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น ในกรณีมีภัยคุกคามจากต่างประเทศก็สามารถประกาศกฎอัยการศึกได้ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็ประกาศได้ โดยการปรึกษาหารือกับนายกฯ หรือผู้บัญชาการทหารในบางพื้นที่ บางพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ไม่สงบ เช่น มีการก่อการร้าย เช่น ผู้บัญชาการ แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการทหารประจำจังหวัดก็ทำได้ รวมทั้งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างมากมายก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นอันใดเลยที่จะทำให้มีกฎหมายฉบับนี้ ทำให้มีข้อสงสัยว่า ตามที่ประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้มีการเมืองแอบแฝงหรือเปล่า
ผมคิดว่ามีที่มา 2 ประการ คือ 1.หลังจากยกเลิก พ.ร.บ.คอมฯ แล้ว ทางฝ่าย กอ.รมน. ซึ่งเป็นข้าราชการประจำไม่อยากสูญเสียอำนาจ ก็พยายามผลักดันมาตลอด ตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อน และถูกคัดค้านและยับยั้งมา รวมทั้งสมัยอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็มีเสียงคัดค้านมากมาย จึงไม่มีการนำเสนอ ตอนนี้ทำไมถึงสามารถออกมาโดยผ่านมติ ครม.ได้ และตอนนี้อยู่ในการพิจารณาของกฤษฎีกาได้
2.เข้าใจว่าสาเหตุสำคัญที่สามารถทำได้ คือ คณะทหารต้องการจะมีบทบาททางการเมือง เพราะทางโครงสร้าง กอ.รมน.มีคณะ กอ.รมน.ซึ่งมีนายกฯ เป็นประธาน แต่สมาชิกส่วนใหญ่ของกรรมการชุดนี้เป็นข้าราชการประจำ เป็นปลัดกระทรวงต่างๆ เป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก และโครงสร้างบริหาร ผอ.กอ.รมน.เป็นหัวหน้า มีอำนาจสั่งการเด็ดขาด และมีเลขาธิการเป็นเสนาธิการทหารบก มีอำนาจสั่งการประสานงานกับหน่วยราชการทุกหน่วยราชการ และสามารถแต่งตั้งบุคคลให้เป็นที่ปรึกษา กอ.รมน. ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับกรุงเทพมหานคร @ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านในช่วงที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง มีสภาผู้แทนฯ จะมีขั้นตอนอภิปรายโต้เถียงขัดแย้งไม่เห็นด้วย แต่ถ้าออกมาช่วงรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของทหาร และทหารมีอำนาจขณะนี้ ภาพที่ออกมาคงดูแย่กว่าภาวะปกติ
แม้ สนช.จะได้การยอมรับพอสมควร มีการผ่านกฎหมายที่ดีหลายฉบับมา แต่ความชอบธรรมที่จะออกกฎหมายอย่างนี้โดย สนช. ผมคิดว่าไม่มี เพราะไม่ได้เป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นสภาที่มาจากการแต่งตั้ง เหมือนกับว่า คมช.เป็นผู้ตั้งสภาชุดนี้ และเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ และคนที่ตัวเองตั้งขึ้นมาก็มาพิจารณา ผมคิดว่าจะขาดความชอบธรรมอย่างมาก ดังนั้น จริงๆ แล้วอยากจะขอให้ ครม.ถอนเรื่องนี้มาจากการพิจารณาของกฤษฎีกาด้วย
|
| ทีมงานสยามเช้านี้ | ||
ทีมงานสยามเช้านี้ |
||
|
View All |
||
| หลวงหนุ่ย...จอมคาถาจตุคามรามเทพ | ||
หลวงหนุ่ย...จอมคาถาจตุคามรามเทพ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |