พิมพ์หน้านี้
|
บ้านพระจันทร์ 24 พ.ย. 50
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต By Bangroon .....เมื่อประมาณปลายปี 47 ผมได้ถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในพื้นที่ที่มาอยู่ มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวัฒนธรรม ผมเองได้มิตรแท้ ท่านนึง เป็นคนอิสลาม ผมเรียกเขาว่า " แบและ " เราสนิทสนมกันมาก เขาอยู่หมู่บ้าน บูโป๊ะลาเซาะ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่า เขาจะเป็นเพื่อนมิตรแท้ของผม ตราบจนทุกวันนี้ สิ่งที่ผมประทับใจในตัวเขาก็คือ เขาเป็นอิสลามคนแรกที่ช่วยเหลือผมทุกอย่าง โดยไม่ขอรับการตอบแทน จากผมเลย ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง เมื่อเราลงมาอยู่ใหม่ ๆ ในพื้นที่ ที่รับผิดชอบ พวกเราจะต้องฐานขึ้นมาเอง เราไม่มีไม้ พอที่จะทำเบิมนอน (ลักษณะของเบิมคือ บ้านที่ฝังลงในดิน ครึ่งนึง และโผ่ลขึ้นมาครึ่งหนึ่ง เราจะขุดหลุมลงไปแล้วเอาไม้ปูนอนในดิน) ผมได้เพื่อนท่านนี้ ช่วยเหลือผมทุกอย่าง เขาจะขึ้นไปตัดไม้ให้พวกเรา และส่งสัญณาณให้พวกเราขึ้นไปรับไม้ ซึ่งพวกผม ต่างคนก็รู้อยู่แล้วว่า ถ้าอิสลามคนใดมาคลุกคลีกับทหาร เขาจะมีอันตราย แต่เขาก็ทำให้พวกเรา โดยที่เราไม่ต้องกลับไปคุ้มครองอะไรเขาเลย ช่วงที่เขามาช่วยผม ผมคิดว่า เราคงคบกันแค่ตอนที่ผมอยู่ที่นี่ ตอนปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปก็คงไม่เจอกันอีก ก่อนที่ผมจะจบภารกิจ ในปี 48 ก่อนที่ผมจะกลับ ผมคิดว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ในฐานะเพื่อน เขามีความเป็นอยู่ลำบากมาก ผมพยายาม บอกเพื่อนทหารด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้ามีเสื้อผ้า เก่า ๆ ให้นำมาด้วยเวลากลับไปพัก แล้วจะกลับลงมาอีก เพื่อนำมาให้เค้าและลูก ผมลืมบอกไปว่า เค้าอยู่กับลูก อายุ 4 ขวบ แค่ 2 คน เพราะเขาเลิกกับภรรยาของเขา ผมมาทราบภายหลังว่า ที่เขาเลิกกับภรรยาของเขา ก็คือ ภรรยาของเค้าให้เลือกทางเดินระหว่าง ตัวภรรยาเขา กับการเลิกบุหรี่ ซึ่งเขาเป็นคนที่ทำงานหนัก มันขาดไม่ได้ที่ต้องใช้บุหรี่ ในการผ่อนคลาย จึงทำให้ภรรยาของเขาหนีไป ที่เป็นเรื่องราวที่ออกจากปากของเขา ซึ่งเขาบอกว่า ไม่เคยพูดให้ใครฟังเลย เขาเห็นผมเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจมาก เขาจึงเล่าให้ผมฟัง ซึ่งเขาบอกกับผมว่า อย่าเอาเป็นตัวอย่าง ......ระหว่างทหารไทยนับถือศาสนาพุทธ กับชาวบ้านคนนึงที่นับถือ ศาสนาอิสลาม เราคบกันเหมือนเพื่อนแท้ หลังจากที่จบภารกิจ ผมก็คิดว่าคงจะไม่ได้พบเขาอีก ก่อนสุดท้ายก่อนที่ผมจะจากเขา ผมได้มอบของสิ่งหนึ่งให้เขา คือ โทรศัพท์มือถือ ที่ผมใช้อยู่ เขาดีใจมาก ผมลืมบอกไปว่า สัญญาณที่บ้านเขาไม่มี หลังจากที่ผมกลับไป เค้าก็พยายามติดต่อผมบางครั้งก็ได้ บางครั้งก็ไม่ได้ เราคุยกันบ่อยครั้ง หลังจากผมลงมาภาคใต้อีกครั้ง เขาก็ยังตามมาช่วยเหลือ เสมอมา ซึ่งเขาก็ไม่เคยรับสิ่งตอบแทนอะไรเลย ในขณะที่ผมพร้อมจะให้เค้า เขาช่วยผมจนจบภารกิจอีกครั้งในปี 49 และในวันนี้ สิ่งที่ผมดีใจมากคือ ผมได้รับโทรศัพท์ เวลา 18.13 น. ที่แรกผมแปลกใจนึกว่าเบอร์ใคร เพราะเวลาเขาพูด สำเนียงจะออกทางภาคใต้ ซึ่งบางครั้งผมไม่เข้าใจ เขาบอกว่า เขาดีใจมากที่ได้ยินเสียงผม เขาถามว่าผมอยู่ไหน มานานเท่าไหร่แล้ว ทำไมไม่ส่งข่าว ผมตอบเขาว่า ผมเพิ่งมาได้ไม่ถึงเดือน พยายามติดต่อเขา แต่รู้ว่าไม่มีสัญญาณ เขาบอกว่า เดี๋ยวเขาจะมาหาผม เมื่อมีโอกาส ผมเลยบอกเขาว่า อยากจะให้ผมช่วยอะไรบ้าง เขาบอกว่า คิดถึง อยากเจอผม ถ้าได้มา จะพาลูกชายมาด้วย ลูกชายเขาชื่อ เดมะ เขาบอกว่า เขาอยากจะมาเยี่ยมผม วันนี้ เป็นวันที่ผมดีใจมากที่ได้รับโทรศัพท์เขา เขาเองก็ดีใจมากเช่นกัน เขาบอกว่า อยากให้ผมไปบ้านเขา ผมบอกว่าเมื่อมีโอกาส ผมจะไป แต่ช่วงนี้ คงลำบาก เพราะพื้นที่ที่รับผิดชอบ คนละพื้นที่กับบ้านเขา แต่ผมบอกเขาว่า ถ้าผมมีโอกาส ผมจะไปหาเขาทันที เขาก็ตอบผมกลับมาว่า ถ้าเขามีโอกาส เขาจะมาหาผมทันทีเช่นกัน มันอาจจะเป็นเพราะฟ้าลิขิตให้รู้จักกับเพื่อนแท้ ต่างศาสนา หนึ่งคน ผมว่าคนทุกคนในโลกใบนี้ หวังในสิ่งเดียว ก็คือความจริงใจที่มีให้แก่กัน มันเป็นสัญญาผูกพันแน่นแฟ้น ไม่ว่าเราจะเป็นคนไทยพุทธ หรือมุสลิม สิ่งที่เรามีให้เขา เขามีให้เรา สิ่งนั้นคือ ความจริงใจ ด้วยความเคารพ ..ทหารของพระราชา ที่ตามหา ....ดาวเหงา...
บทเพลง ถึงเพือน ขอมอบบทเพลง ๆ นี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับใครก็ตาม ที่กำลังเผชิญอยู่กับความเหนื่อยล้า ทั้งจากสิ่งที่อยู่รอบกายหรือแม้แต่เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา และอาจจะยากต่อการควบคุมให้เป็นไปอย่างที่ใจนึก คนดี แม้จะไม่มีคำพูดออกมาให้ได้ยิน แต่พี่ก็รู้ดีว่าเธอกำลังเหนื่อย แต่รู้อะไรมั้ย? แม้เราจะห่างกัน พี่อยู่ข้างๆ เสมอ คนดีเข้มแข็งนะ |
| ผมกับดาวเหงา | ||
ความรักของเธอ ทำให้ผมไม่โดดเดี่ยว |
||
|
View All |
||
| โปสการ์ดถึง ดาวเหงา | ||
การ์ด จดหมาย mail คือกำลังใจแก้เหงา |
||
|
View All |
||