พิมพ์หน้านี้
|
อากาศเย็นของฤดูหนาว ในจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทยนั้น สุดแสนที่จะหนาวเย็นจับใจ ....... ดังนั้นกิจกรรมยามหน้าหนาวของเด็กต่างจังหวัดอย่างฉันก็คือ ตื่นเช้าประมาณ ตี 5 เพื่อวิ่งออกกำลังกายพร้อมกับสมัครพรรคพวกอีกประมาณ 5-6 คน ล้วนเป็น เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน พวกเราตกลงกันว่า...ใครตื่นก่อนก็สวมชุดออกกำลังกาย รองเท้าผ้าใบ เสื้อกันหนาว แล้วไปเคาะประตูเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไป ปกติฉันจะเป็นคนที่ถูกเรียก ไม่เคยตื่นก่อนแล้วไปเรียกใครเลย วันหนึ่ง ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา...พลันได้ยินเสียงไก่ขัน ใช่แล้ววันนี้เพื่อนๆต่างนอนขี้เซากันหมด เป็นทีของฉันบ้าง ที่จะได้เป็นคนไปปลุกพวกเขาให้ตื่น ว่าแล้วฉันก็ปลุกน้องสาว กับน้องชาย บอกว่าได้เวลา ออกกำลังกายแล้ว ต่างก็งัวเงียลุกขึ้นมาสวมรองเท้า....แล้วไปปลุกเพื่อนบ้านรุ่นจิ๋ว 'โต โต ตื่นได้แล้ว....' โตตื่นขึ้นมา โดยไม่ลืมที่จะปลุกน้องสาวของเขา จากนั้นก็ไปปลุกคนอื่นๆ วันนี้ถนนดูเหมือนจะว่างเปล่ากว่าทุกเช้าที่ผ่านมา.... ปกติจะต้องมีแม่ค้าเข็นรถไปขายของที่ตลาดเช้า มีนักออกกำลังกายคนอื่นๆ วิ่งสวนทางมา หรือไม่ก็วิ่งแซง ทว่าวันนี้ มีแต่เพียงกลุ่มเราที่วิ่งฝ่าความมืดสลัว ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ........วิ่งไป เย้าแหย่กันไป คิดว่าทุกคนก็รู้สึกได้ถึงความไม่ปกติ จนกระทั่งวิ่งผ่านวัดแห่งหนึ่ง ชื่อวัดศรีบุญเรือง เคยมีเสียงลือว่า วัดนี้ผีเยอะ พวกเราวิ่งผ่านวัดนี้เช่นเดียวกับทุกเช้าที่ผ่านมา ทันใดนั้นเอง ฉันเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงด้านหลังศาลาไทย ตัวของเขาสูงมาก สูงจนกระทั่งหายเข้าไปในพุ่มไม้ ตรงนั้นมีทั้งต้นตาล ต้นสัก และต้นมะพร้าว ฉันคิดว่าฉันเห็นคนเดียว จึงเร่งฝีเท้า เพื่อแซงคนอื่นๆ ด้วยความกลัวสุดขีด ทว่าขณะนั้นกลับไม่มีใครลดละฝีเท้ากันเลยสักคน ราวกับว่าเรากำลังออกวิ่งแข่งขัน เพื่อเข้าสู่เส้นชัยปานนั้นเลยทีเดียว ฉันเหนื่อยแทบขาดใจ แถมยังมีเสียงสุนัขเห่าหอน......ฉันพยายามปลอบใจตัวเองว่า อาจจะเป็นฤดูสุนัขผสมพันธุ์ พอพ้นจากจุดที่น่ากลัวนั้น เลี้ยวตัดผ่านถนนอีกเส้นในเมือง บ้านหลังหนึ่งเขากำลังมีงานศพ เปิดไฟสว่างสไสว ฉันวิ่งเข้าไปชะโงกดูนาฬิกาที่แขวนไว้ข้างฝาบ้าน เพื่อดูเวลา อุแม่เจ้า....ขณะนี้เวลา 02.00 น. หาใช่ตีห้าอย่างที่คิดไม่ ...........ขอโทษนะจ๊ะเพื่อนๆ ดังนั้น ต่างคนก็ต่างวิ่งกลับบ้าน ไปนอนต่อ ไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น จนกว่าจะถึงรุ่งสาง แล้วขาเม้าท์รุ่นเด็ก ก็คุยกันว่า 'แกเห็นเหมือนอย่างที่ฉันเห็นหรือเปล่า....ฉันนึกว่าฉันเห็นคนเดียวซะอีก' และนั่นก็เป็นการวิ่งออกกำลังกายของกลุ่มเราเป็นครั้งสุดท้าย............สิ่งที่พวกเราเห็นนั้น เข้าใจว่าคือ 'เปรต'......เป็นการเห็นผีครั้งแรกในชีวิตฉัน..... และมันยังไม่ใช่เป็นครั้งสุดท้ายเสียด้วยสิ...คุณละเคยเห็นผีไหม |
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||