พิมพ์หน้านี้
|
ดนตรีกับกิจกรรมทางสังคม ผมเป็นคนหนึ่งในบรรดาพี่ๆ น้องๆ จำนวนไม่น้อยที่เป็นนักกิจกรรม หรือคนทำงานด้านสังคและใช้ดนตรีเสียงเพลงเป็นเครื่องมือในการทำงาน แบบมือสมัครเล่น หรือที่ผมชอบที่จะเรยกตัวเองว่า "ศิลปินชั้นผู้น้อย" และผมก็ยังยืนยันสิ่งนี้มาตลอดตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาลัย เพราะค่อนข้างเชื่อมั่นในพลังของบทเพลงและเสียงดนตรีว่าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงหรือนำไปสู่สิ่งดีๆ ได้ การใช้บทเพลงในกิจกรรม เช่น การอบรม สัมมนา กระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรมเชิงสันทนาการต่างๆ คมชัดมากขึ้นเมื่อผมได้เข้ามาทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ นามว่า "สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)" หรือที่รู้จักกันดีในชื่อย่อว่า พอช. เนื่องจากตำแหน่งงานที่ผมเข้ามาทำในช่วงแรกๆ นั้นคืองานด้านสื่อและประชาสัมพันธ์ และขยับมาเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาบุคคลกร ซึ่งจุดนี้เองที่ผมได้มีโอกาสนำเสียงเพลงและดนตรีเข้ามาใช้กับงาน และกิจกรรมต่างๆ ค่อนข้างมาก ทั้งกระบวนการหล่อหลอมจิตใจของคนทำงาน(Team Building) ช่วงสันทนาการ และการนำเข้าสู่บทเรียน ซึ่งในช่วงแรกก็แทบไม่เชื่อว่าเสียงเพลง หรือเสียงดนตรีนั้นจะสามารถสร้างบรรยากาศ หรือดึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ฟัง ให้เป็นไปในทิศทางที่เราต้องการให้เกิดได้ และความผ่อนคลายจากการที่คนเหล่านั้นได้ร่วมกันร้องเพลง ฟังเพลงก่อนเข้าสู่เนื้อหาสาระก็เป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง ซึ่งส่วนนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น เกม หรืออื่นๆ แต่ผมเลือกที่จะใช้บทเพลงเป็นหลัก จากดนตรีในกลุ่มเล็กๆ ก็ค่อยๆ ขยายไปสู่การเล่นในวง หรือกลุ่มคนจำนวนมากขึ้น เช่น งานสัมมนาประจำปี งานสัมมนนาระดับชาติของขบวนการองค์กรชุมชน หรือแม้กระทั่งการไปขึ้นเวทีพันธมิตรประชาธิปไตย "เวทีกู้ชาติ" เป็นต้น
ล่าสุด พอช.ได้จัดงานสัมมนาขบวนการองค์กรชุมชนระดับชาติ หรือ วิถีพลังไท2 ขึ้นที่สวนอัมพร ผมก็ได้มีโอกาสหอบหิ้วกีต้าร์ไปร่วมแจมกับมิตรสหายที่เคยเล่นมาด้วยกัน เมื่อครั้งที่ทำงาน พอช.คือคุณสุเทพ และพี่ตะวันฉาย ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้มีอัลบั้มคู่ออกมาแล้ว คือชุด "คนสองส่อง" และทั้งคู่ก็ยังเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่ใช้ดนตรี และเสียงเพลงเป็นเครื่องมือ อยู่อย่างเหนียวแน่น และตอนนี้เอง สุเทพก็ได้ทำห้องอัดของตัวเองขึ้นที่บ้าน จ.นครสวรรค์ และผลิตงานออกมาให้เราฟังแล้วหลายชุด โดยชุดล่าสุดคือ อัลบั้ม สำนึกรักบ้านเกิด "หัวใจบ้านนอก" ของกลุ่มบัณฑิตคืนถิ่น ภายใต้การสนับสนุนของ พอช.
นอกจากได้ไปเล่นดนตรีกับเพื่อนเก่า แล้วยังได้แจมกับรุ่นใหญ่ อย่างอ้ายแสงดาว ศรัทธามั่น ที่มาปักหลักอยู่กับพี่น้องเกือบตลอดทั้งงาน และวันนั้นอ้ายแสงดาวให้เกียรติขึ้นไปร่ายบทกวีร่วมกับเราด้วย และเมื่อดนตรีคึกครื้นไปเรื่อย จนมาถึงเพลง "คนหลังเขา" ที่ผมเกริ่นว่าเพิ่งไปแก่งเสือเต้นมา แล้วก็ร้องเพลงนี้แค่ท่อนเดียว ครูตี๋ นิวัฒน์ ร้อยแก้ว พี่ใหญ่ของเราจากเชียงของก็ขึ้นมาร้องด้วย ทำให้อารมณ์ของเพลงนี้มันดำดิ่งอย่างสุดขีด เพราะเพลงนี้กล่าวถึงชีวิตคนเล็ก คนน้อยที่จะต้องอพยพจากแผ่นดินเกิด เนื่องจากมีการสร้างเขื่อน... แล้วสนามกอล์ฟ บังกโล หรือสถานที่ท่องเที่ยวก็เข้ามาแทนที่ เพลงนี้ผมเล่นและร้องที่ค่ายเยาวชนแก่งเสือเต้น และนำมาเล่นที่นี่อีก บอกไม่ถูกเลยว่าการเล่นเพลงนี้หลังจากที่ได้ไปค่ายกลับมา มันรุนแรงถึงเพียงใด เล่น ร้องกันได้อย่างจุใจในพื้นที่ด้านในของสวนอัมพร จนถึงสี่ทุ่ม เราก็ยุติการใช้เสียง แล้วมานั่งเสวนากันต่อ มีทั้งพี่ภาสกร จำลองราช พี่สมเกียรติ เชียงของ ครูตี๋ พี่ตุ่น(ACHR) พี่พลากร พอช. และบรรดาพี่น้องที่รักใคร่ คุ้นเคยร่วมยี่สิบกว่าคน เป็นบรรยากาศอบอุ่น และมีความสุขไม่น้อยเลย เพราะนานมากแล้วที่ผมไม่ได้เจอพวกพี่ๆ และเพื่อนพ้องในบรรยากาศเช่นนี้ บทเพลงและเสียงดนตรี นำมาซึ่งมิตรภาพมิรู้คลาย... |
| แก่งเสือเต้น | ||
ค่ายเยาวชนพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 2 หรือ "ค่ายเยาวชนแก่งเสือเต้น" ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ 23 - 28 ต.ค.50 |
||
|
View All |
||
| "เขา...ก็คือคน" | ||
เนื้อร้อง - ทำนอง : เอ้ นิติกุล ขับร้อง : สุเทพ - แดง - ลูกศร โฮป แฟมิลี่ , ชวด สุดสะแนน , เอก ศิลาแลง , เอ้ นิติกุล ห้องอัด ศิลาแลง บรรยาย : ภิญโญ รุ่งสมัย |
||
|
View All |
||