พิมพ์หน้านี้
|
กลับจากปารีส ด้วยความรู้สึกกระชุ่มกระชวย แต่กระเป๋าแบน ขนหน้าแข้งร่วง...(อีกแล้ว) คราวนี้อยู่ที่ปารีสนานหน่อย...นานหน่อยที่ว่า ก็คือ แค่ 3 วัน 2 คืน... เอาน่า...แค่นี้ ก็ทำเอาหมดไปราวๆ 700 ยูโรแล้ว...กรี๊ดดดด เดือนนี้ที่เหลืออยู่สงสัยจะต้องได้พึ่งพา "หม้อนางฟ้า" กับ "มาม่าต้ม" ซะแล้วเรา... ไฟลท์นี้บินเจอกับเพื่อนคนไทยนามว่า Mars อีกแล้ว หลังๆ มานี่รู้สึกจะบินกับคุณเธอบ่อยมากๆ ตั้งแต่ครั้งก่อนนู้นก็มีการขออีเมล์แลกเปลี่ยนกันไว้ พอเช็คชื่อว่าจะมีบินไปปารีสด้วยกัน ก็ได้ทำการวางแผนการผ่านทาง MSN ไว้คร่าวๆ ว่าจะทำอะไรกันบ้าง คร่าวๆ คือ Mars อยากไปซื้อของ shopping...ส่วนเรา ตั้งใจไว้แค่ว่าจะไปไล่ถ่ายรูปเล่นในตัวเมืองละกัน...เพราะนานๆ จะมีแอร์ไทยบินมาด้วยกันที่ปารีส จะได้ถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เยอะๆ...ไม่เน้น shopping เพราะการ shopping กับยุโรป ไม่ใช่ของคู่กับเราเลย...ถ้าจะ shopping เลือก shop ที่เอเซียดีกว่าสำหรับเรานะ...ยุโรปเป็นเมืองที่เราจะซื้อของอยู่แค่อย่างเดียว...อย่างเดียวเท่านั้น...นั่นก็คือ...คือของที่ทำให้เราต้องเสียเงินในครั้งนี้แหละ จะเป็นอะไรก็ตามอ่านละกัน... ถึงปารีสวันแรก ยังไม่ออกไปไหน อยู่โรงแรม เล่นฟิตเนส แล้วก็นอนเอาแรง... วันรุ่งขึ้น นัดกันไว้ว่าจะลงมากินอาหารเช้า 7 โมงเช้า แต่เอาเข้าจริงๆ 9 โมงค่ะ กว่าจะตื่น กว่าจะแต่งตัวกันเสร็จ...อาหารเช้าโรงแรมเป็นอะไรที่เราไม่ชอบกินเอามากๆ...เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์ American Breakfast พวกขนมปัง ไข่ แฮม ไส้กรอก สลัด ชีส อะไรเทือกๆ นั้น...แต่ถ้าไม่กินก็ไม่รู้จะกินอะไร...กินก็กิน Mars กินไปแบบคุ้มค่าราคา 9 ยูโรมากๆ ส่วนเรากินได้แต่โยเกิร์ต ไส้กรอก แล้วก็ขนมปัง...ก็รู้สึกอิ่มๆ ไม่อยากกินละ แอบเสียดายเงินอยู่เหมือนกัน แต่เอาเหอะ เพราะถ้าออกไปกินข้างนอกแพงกว่านี้อีก...คิดถึงข้าวต้มกับโจ๊กหมูที่ไทยมากๆ ซึ่งอย่างมากมันก็แค่ชามละ 30-40 บาทละนะ กินเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทาง...ค่ารถแบบ one day pass ที่ปารีสเดี๋ยวนี้ขึ้นเป็น 18 ยูโรแล้ว...อะไรๆ ก็แพงขึ้นๆ แต่ทำไมเงินรายได้ที่เราได้มันลดลงๆๆ ตามค่าเงิน usd ละหนอ...แย่จริง สถานที่แรก ที่พวกเราพุ่งเป้ากันไปนั่นก็คือเช่นเคย เหมือนเดิม...มาปารีสเมื่อไหร่ที่แรก ที่มาก็ร้านแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่ง...คงพอจะทายกันออกแล้วใช่ไหมคะ...นั่นแหละร้านแบรนด์เนมที่เขาขายของยี่ห้อดัง ที่มีคนแอบแซวเสมอๆ ว่า ของแบรนด์เนมแบบนี้ "มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ต้องโง่ด้วย" กรี๊ดดด เจ็บปวด...(แต่ถูกใจ) เข้าไปถึง ใจหนึ่งก็อยากได้ ใจหนึ่งก็เสียดายเงิน...แต่ความอยากได้มีมากกว่า คำว่าเสียดาย...ณ วินาทีนั้น เห็นแล้วปิ๊ง ปิ๊งมากๆ ยิ่งกว่าเจอชายหนุ่มถูกใจซะอีก...ก็เลยตัดสินใจซื้อมาหนึ่งใบ ในราคาถ้าให้พูดตอกย้ำตัวเองให้เจ็บจิ๊ดๆ เล่นๆ ก็คือ ราคาไม่แพงเท่าไหร่หรอก แค่ซื้อมอเตอร์ไซค์ได้คันหนึ่งก็แค่นั้น...ก็แค่นั้นจริงๆ รู้นะว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ...แต่ชอบน่ะ ซื้อแล้วมีความสุข รู้สึกมันกระชุ่มกระชวย...จากที่บางทีจะท้อๆ เวลาต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไกลบ้านนานๆ แต่พอซื้อกระเป๋าปุ๊บ จะมีกำลังใจ ทำงาน ทำเงินขึ้นมาอย่างกระทันหัน...เอาน่ารางวัลชีวิต (อีกแล้วค่า) จริงๆ เราเป็นคนประหยัดนะ รู้คุณค่าของเงิน ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่นิยมเสื้อผ้าแบรนด์เนม เป็นคนใช้เงินไม่ฟุ่มเฟือย แต่ทว่า...คนเรามันก็ต้องมีอะไรสักอย่างที่ควบคุมลำบาก (จะเรียกว่าควบคุมไม่ได้ก็ไม่ใช่ เรียกว่าควบคุมลำบากละกัน) ของยี่ห้อที่เราชอบก็มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นล่ะ ก็คือกระเป๋ายี่ห้อนี้...แบรนด์นี้ แต่ทว่าเราก็รู้ตัวละนะว่าความสามารถและกำลังซื้อเรามีเท่าไหร่...รับรองว่าไม่มีการทำให้มัน "เกินตัว" อย่างแน่นอน มีคนชอบถามว่าทำไม พวกแอร์ชอบใช้กระเป๋ายี่ห้อนี้ จนเป็นที่แซวกันเล่นๆ ในหมู่แอร์ว่า กระเป๋ายี่ห้อนี้มันเหมือนเป็นยูนิฟอร์มน่ะ คือ แอร์ทุกคนต้องมี...ห้าห้า แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก คนที่เขาไม่ชอบ ไม่ใช้ของแบบนี้มีเยอะแยะ (ไม่ใช้ของจริง แต่ใช้ของปลอมก็เยอะแยะเช่นกัน) ส่วนที่เห็นพวกแอร์ใช้ยี่ห้อนี้กันเยอะแยะ หนึ่งก็คงจะเป็นเพราะว่ามันสวย แล้วเก๋ ดีไซน์ดี แล้วทนมากๆ ใช้ได้เป็นสิบๆ ปีก็ไม่มีเอ้าท์ อย่างที่สองก็คือแบรนด์นี้ ไม่มีการลดราคา หรือที่เรียกว่า Sale ดังนั้นซื้อแล้วสบายใจ ไม่ต้องห่วงว่าวันนี้ซื้อไปแล้วอีกวันถัดมา หรืออีกหนึ่งเดือน หนึ่งปีผ่านไปเขาจะเอากระเป๋าแบบที่เราซื้อมา Sale ไม่มีค่ะ ไม่มี มีแต่ราคาเพิ่มขึ้นทุกวันๆ (แปลกแต่จริง) แล้วอย่างที่สามก็คือ การไปซื้อที่เมืองนอก โดยเฉพาะที่ปารีส กับเยอรมณี จะได้ราคาถูกมากๆ เมื่อเทียบกับการซื้อในประเทศไทยอย่างเช่นใบที่เราซื้อถูกกว่าในไทย ราวๆ 7,000 บาท เป็นไงล่ะ ได้ของถูกขนาดนี้ จะอดใจไม่ซื้อไหวมั๊ย? อิอิ ถึงน้องๆ หนูๆ ที่แอบอยากได้ของแพงๆ แบบนี้ ขอเตือนไว้นิดหนึ่งนะคะ ว่าถ้าอยากได้ ต้องทำงาน แล้วหาเงินให้ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองก่อน ใครยังหาเงินไม่ได้ หรือหาได้แต่ไม่มาก แล้วยังมีภาระอะไรอีกมากมาย อย่าเอาเงินมาเสียกับของพวกนี้เลย...แล้วก็อย่าพยายามหาช่องทาง หาเงินในวิธีที่ผิดๆ ก็แล้วกัน สำหรับตัวเราเอง ถ้าเราทำงานได้เงินเดือนหลักหมื่น เราก็คงไม่บ้าเอาเงินไปซื้อกระเป๋าราคาใบละเป็นหมื่นๆ หรือนาฬิกาเรือนละแสนมาใช้หรอก แต่นี่เผอิญมาขุดเจอทองที่ตะวันออกกลาง เลยขอเอาน้ำพักน้ำแรง แลกกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับชีวิตละกัน เฮ้อ แก้ตัวมาซะยึดยาวเลยนะ เหนื่อยจริ๊ง... กับการที่จะทำให้ตัวเองดูดีเนี่ย อุ๊บส์ !! ร่ายมาซะยึดยาว มาดูรูป สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง (แต่มั่นใจว่าน่ารัก!!!) กันดีกว่านะคะ... ภูมิใจนำเสนอรูปนี้ สังเกตุผมหน้าม้าให้ดีดี ช่างตัดผมคนนี้มีชื่อว่า "ลูกบัว"
นั่งเก๊ก ถ่ายเล่นบนรถไฟ
สัญลักษณ์อีกอย่างของปารีส
ชื่อถนนดัง ย่าน shopping
ตึกอันนี้ก็จะเห็นคนที่ไปเที่ยวปารีส ถ่ายมาเสมอๆ ทำเหมือนนำกระจกแตกๆ มาประกอบกัน
เก๊กมาก...
พยายามแล้วที่จะทำท่า sexy แต่ไม่ไหวเลย ไม่ชอบแนวนี้ เลยทำได้แค่นี้แหละ (แต่ถ้าแอ๊บแบ๊วละถนัด)
รูปนี้หวาน...
รูปนี้แรง...(ถ้าเปลี่ยนตัว ง งู เป็น ด เด็กคงจะเหมาะกว่า)
มื้อเย็นกินหรู...
มีไว้โชว์ ไม่ได้มีไว้ดื่ม แต่ถ่ายรูปได้
แค่นี้ 20 ยูโร...ก็แค่หมูสองชิ้น กับมันฝรั่งทอดอีกครึ่งชาม...
เหมือนกันเป๊ะๆ ของเราสีน้ำตาล ส่วนสีขาวน่ะของ Mars (บอกแล้วว่าเป็นกระเป๋ายูนิฟอร์มแอร์ ฮา)
ถ่ายภาพ : Mars ตัดต่อ ตัดแต่ง แต่งเติม ด้วยโปรแกรม PhotoScape : Lukbua เนื้อเรื่อง : Lukbua นางแบบ : ??? |
| Paris | ||
Paris... |
||
|
View All |
||
| ??? | ||
... |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||