วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2551
เครื่องตัดไฟรั่ว
Posted by
ENE4238
,
ผู้อ่าน : 73
, 20:22:56 น.
พิมพ์หน้านี้
เครื่องตัดไฟรั่วคืออะไร
และมีประโยชน์อย่างไร |
เครื่อง
ตัดไฟรั่วหรือที่รู้จักกันว่า “เครื่องกันไฟดูด” นั้น
คือเครื่องตัดไฟฟ้าอัตโนมัติที่ทำหน้าที่ตัดไฟเมื่อมีกระแสไฟฟ้าบางส่วนรั่ว
หายไปคือไมไหลกลับไปตามสายไฟฟ้า แต่มีไฟรั่วลงไปในดิน
โดยผ่านร่างกายมนุษย์ หรือผ่านฉนวนของอุปกรณ์ไฟฟ้า
|
|
| ประโยชน์ของเครื่องตัดไฟรั่ว |
-
ป้องกันอันตรายจากไฟดูด (ตัดไฟรั่วที่ไหลผ่านร่างกาย)
-
ป้องกันอัคคีภัย (ตัดไฟรั่วที่ไหลลงดินที่อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้าในกรณีที่เครื่องป้องกันกระแสเกิน
เช่น ฟิวส์ หรือเบรกเกอร์ไม่ทำงาน
หรือทำงานช้า เนื่องจากปริมาณกระแสไฟรั่วมีค่าต่ำ แต่อาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้)
|
|
|
ประเภทเครื่องตัดไฟรั่ว |
เครื่องตัดไฟรั่วจะมีอยู่หลายประเภท
ในที่นี้ขอแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- เครื่องตัดไฟรั่วที่ตัดกระแสลัดวงจรได้
(RCBO) สามารถใช้ตัดได้ทั้งไฟรั่วและกระแสลัดวงจร
- เครื่องตัดไฟรั่วที่ไม่สามารถตัดกระแสลัดวงจร
(RCCB) จึงต้องใช้ร่วมกับฟิวส์หรือเบรกเกอร์ด้วยทุกครั้ง
|
|
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดินต้องใช้ปลั๊กไฟที่มีเฉพาะ
3 ขา เท่านั้นหรือ |
ไม่
จำเป็นต้องใช้ปลั๊กไฟ 3 ขา ปลั๊กไฟที่มีสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะมีเพียง 2 ขา โดยมีขั้วสายดิน 2 แถบ
อยู่ด้านข้างของตัวปลั๊ก ดังนั้นการติดตั้งเต้ารับที่มี 3 รู
จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อการต่อ ลงดิน
และยังเป็นการส่งเสริมให้มีการผลิตและใช้อุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล
อีกด้วย
|
|
|
เครื่องตัดไฟรั่วกับสายดินอย่างไหนจะดีกว่ากัน |
-
สายดิน
เป็นความจำเป็นอันดับแรกที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องมีสำหรับ ป้องกันไฟฟ้าดูด
เพื่อให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงสายดินได้โดยสะดวก โดยไม่ผ่านร่างกาย
(ไฟไม่ดูด) และทำให้เครื่องตัดไฟ อัตโนมัติตัดไฟออกได้ทันที
-
เครื่องตัดไฟรั่ว
เมื่อใช้กับระบบไฟที่มีสายดินจะเป็นมาตรการ เสริมความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง
เพื่อให้มีการตัดไฟรั่วก่อนที่จะเป็น อันตรายกับระบบไฟฟ้า
(ไฟไหม้) หรือกับมนุษย์ (ไฟดูด)
-
เครื่องตัดไฟรั่วในระบบไฟทีไม่มีสายดิน
เครื่องตัดไฟรั่วจะทำงานก็ต่อเมื่อมีไฟรั่วไหลผ่านร่างกายแล้ว
(ต้องถูกไฟดูดก่อน) ดังนั้นความปลอดภัยจึงขึ้นอยู่กับความไวในการตัดกระแสไฟฟ้า
-
ระบบไฟฟ้าที่ดีจึงควรมีทั้งระบบสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว
เพื่อเสริมการทำงานซึ่งกันและกันให้เกิดความปลอดภัยทั้งจากอัคคีภัยและการถูกไฟฟ้าดูด
|
|
|
เครื่องตัดไฟรั่วที่ใช้ป้องกันไฟดูดต้องมีคุณสมบัติและการใช้งานอย่างไร |
-
พิกัดขนาดกระแสไฟฟ้ารั่วต้องไม่เกิน
30 mA และตัดไฟได้ภายในระยะเวลา 0.04 วินาที เมื่อมีไฟรั่วขนาด
5 เท่าของพิกัด (=150 mA)
-
ควรติดตั้งใช้งานเฉพาะจุด เช่น วงจรเต้ารับในห้องครัว, ห้องน้ำ,
ห้องเด็ก ๆ หรือวงจรเต้ารับ/สายไฟที่ต่อไปใช้งานนอกอาคารทั้งชั่วคราวและถาวร
-
ถ้าจะติดตั้งรวมที่เมนสวิตช์จะต้องแยกวงจรที่มีค่าไฟรั่วตามธรรมชาติมากออกไป
เช่น อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า,เครื่องปรับอากาศ, อุปกรณ์ที่มีโอกาสเปียกชื้น
-
เมื่อต้องการให้เครื่องตัดไฟรั่วสามารถป้องกันทุกวงจรที่เมนสวิตช์
(ใช้ได้เฉพาะระบบที่มีสายดิน เป็นมาตรการเสริมป้องกันอัคคีภัย
และไฟฟ้าดูด) ให้ใช้ขนาดตั้งแต่ 100 mA เป็นต้นไป โดยอาจเป็น
300 mA หรือ 500 mA ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณของกระแสไฟรั่วตามธรรมชาติ
สำหรับขนาด 30 mA นั้นก็ยังคงใช้ร่วมกันในวงจรย่อยซึ่งอาจใช้หลายตัวก็ได้
และหากมีปัญหาการทำงานพร้อมกันให้เลือกชนิดที่มีการหน่วงเวลา
(Type S) สำหรับเครื่องตัดไฟรั่วที่เมนสวิตช์
|
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องตัดไฟรั่วที่มีอยู่ปลอดภัย |
เรา
สามารถตรวจสอบการทำงานของเครื่องตัดไฟรั่วได้ด้วยเครื่องตรวจสอบการทำงานของ
เครื่องตัดไฟรั่ว
การกดปุ่มทดสอบเป็นประจำเป็นเพียงการบอกว่าการรับสัญญาณและกลไกสามารถทำงาน
ได้เท่านั้นอย่างไรก็ตามความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับการติดตั้งว่าถูกต้องหรือ
ไม่ด้วย |
| ระบบปัจจุบัน |
ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัย |
| ถ้าไม่มีระบบสายดินหรือเครื่องตัดไฟรั่ว |
ต้องมีระบบสายดิน |
| ถ้ามีเครื่องตัดไฟรั่วอยู่แล้ว |
ต้องมีระบบสายดิน |
| ถ้ามีระบบสายดินอยู่แล้ว |
ควรมีเครื่องตัดไฟรั่ว |
|
|