พิมพ์หน้านี้
|
วันปีอาจเป็น เพียงคำเรียกหา อดีต ไม่หวนกลับมา คุณค่าอยู่ในจิตใจเรา ทำดีหรือชั่ว เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เวียดนาม ดินแดนที่ยาวเหนือจดใต้กว่า 2000 กม มีชนเผ่ากว่า 54 กลุ่มอาศัยในดินแดนนี้ สหายหลายคนบอกว่าผู้คนที่นี้ให้ความสำคัญ กับ อารมณ์ ความรู้สึก รักใครรักหมดใจ เกลียดใครก็ไม่มีวันคืนดี ข้าพเจ้าคิดถึงสหายรักที่เมือง เว้ยิ่งนัก หากคุณได้คุยกับคนที่เคยเดินทางไปเวียดนาม ถ้าไปกันคนละฤดูกาลอาจ พบว่าบรรยากาศเรื่องเล่าช่างต่างกันมากมาย แต่ข้าพเจ้าเน้นเฉพาะคนเดินทางซึ่งไม่ใช่ นักท่องเที่ยวแบบ สาม วัน สองคืน หรือ ฉี่ ช้อบทัวร์ซึ่งย่อมไร้โอกาสได้ รู้จักชีวิตผู้คน กุมภา ที่ ฮานอย อากาศหนาวเหน็บนัก พ่อแม่ลูก นั่ง แซไหม ( จักรยานยน )ไปเยี่ยมเยียนมิตรสหาย หนุ่มน้อย หอบหระเช้าดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้หญิงคนรัก บรรยากาศ หลังปี ใหม่ อบอวลไปด้วยความสุข ข้าพเจ้าพลอยรู้สึกนึกถึงบ้านขึ้นมา คนพเนจรมักโดนบรรยากาศเช่นนี้ ชวนให้นึกถึงถิ่นเกิด ฮาลองเบย์ ใครไปถึง อานอย อย่างน้อยต้องไปกินข้าวเที่ยงแบบเช้าไปเย็นกลับ ข้าพเจ้า ก็เป้นหนึ่งในนั้นแต่เลือกไปนอนเรือหนึ่ง คืน และนอน ที่เกาะใหญ่ Cat ba อีกหนึ่งคืน 7 คู่ และ 1 เดี่ยวก็ลงเรือด้วยกัน วันนั้น 14 กพ อากาศหนาวเหน็บนัก แต่ไอรักช่างอุ่นเหลือเกิน กำแพงกันคลื่นลม ที่หลบพายุ แหล่งทำกินของผุ้คน วันนี้ ฮาลอง ยังคงเหรอ มนต์เสน่ห์ไหม หนอ กุมภา นั้น ทำให้ข้าพเจ้าหลงรักเวียดนามดินแดนที่ไม่ยาก ที่ใครจะรักด้วยหัวใจ |