พิมพ์หน้านี้
|
กว่าเจ้าจะสูงใหญ่เกินไหล่แม่ ลำบากแท้เพียงไหนดวงใจเอย สักหายใจห่างเจ้าแม่ไม่เคย เฝ้าชมเชยลูกน้อยผูกกลอยใจ ความชรามาเยือนเตือนให้รู้ แม่จะอยู่กับเราอีกเท่าไหร่ ใม้ใกล้ฝั่งทรุดพ้งลงวันใด เย็นร่มไทรจักลับไปกับกาล ไม่ทราบนามผู้ประพันธ์ หลังจากที่ผมกลับมาจากเวียดนามในการเดินทางครั้งแรกมีหลายสิ่งที่ผมประทับใจ จากการที่ได้รู้จักนักศึกษา ลาวที่นั้นสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยากรู้จัก เวียดนามมากขึ้นอีกทั้งเวลานั้น หัวใจผมไปหล่นหายที่ ฮานอย ซะแล้วจะไปไหนไปอย่างไหนผมยังไม่ทราบรุ้แต่ว่าต้องไปแน่ๆผมคุยกับคุณแม่ซึ่งตลอดมาไม่ว่าผมคิดจะทำอะไรแม่จะคอยสนับสนุนเป็นกำลังใจเสมอครั้งนี้ก็เช่นกันแม่ก็บอกให้ผมลองหาข้อมูลและตัดสินใจให้ดี ผมใช้เวลาไม่นานในการเตรียมตัวเพราะมีกระเป่า พาสปอร์ต เงินติดตัวพอเป็นค่ารถผมก็พร้อมเดินทางแล้ววันนั้นน้องชาย สองคน คือ โป๊ะ กับ โจ้ ไปส่งที่มุกดาหาร ขณะนั้นยังไม่มีสะพานมิตรภาพเราจึงต้องนั่งเรือข้ามฝากไปยังสะหวันนะเขตผมเองไม่รู้อะไรมากนัก เช่นจะต้องนั่งรถอะไร มีวันไหน ราคาเท่าไหร่ ไม่รู้อะไรจริงๆแต่ตัดสินใจแล้วก็ต้องลองครับ ถึงฝั่งลาวสามพี่น้องก้ไดนั่งสามล้อชมเมืองสะหวันนะเขต ที่มีบ้านเก่าๆเหมือนที่หลวงพระบางแต่สะหวันนะเขต มีขนาดเมืองที่ใหญ่กว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของแขวงนี้เป้นที่ราบคนไทยไม่น้อยได้สัมปทานทำไม้ที่นี่ ตอนหลังมีบริษัทน้ำตาลได้สัมปทานปลูกอ้อยถ้ามีโอกาสก้ลองข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวมาเยือนได้ครับ |