พิมพ์หน้านี้
|
http://www.bangkokbiznews.com/jud/sun/ (กรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์ 18 กพ 50) ต้นทางที่กรุงเทพฯ มวกเหล็ก โอโซนระดับ 7 ของโลก หนีบรรยากาศแออัดในเมืองหลวง หลบมลพิษเมืองกรุง หาอากาศดีดีเพื่อไปพักผ่อน ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพียงร้อยกว่าๆ กิโลเมตร พบกับโอโซนระดับ 7 ของโลก และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เหมาะสำหรับครอบครัวเดินทางไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดสั้นๆ พร้อมจะเล่าบันทึกการผจญภัยครั้งสั้นๆ กันเลยดีกว่า ช่วงเวลาเพียงสองวันนั้นประสบการณ์ชีวิตมากมายเกิดขึ้นที่นี่ 'สระบุรี' วันแรกของการเดินทาง เพียงเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เราก็เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังอำเภอมวกเหล็ก สระบุรี เริ่มต้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและผจญภัยได้ ล่องแก่งภูเกาะ ด้วยเรือคายัค 2 ที่นั่ง แก่งระยะทางสั้น ๆ เพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ให้คนเราได้เหนื่อยหอบกันบ้าง ไม่มากก็น้อย ตลอดระยะทางชมทัศนียภาพข้างทาง โชคดีอาจจะเจอ 'กะปอม' ยืนอวดโฉมจังก้า แอคชั่นให้เราถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ช่วงที่เหมาะแก่การมาล่องคายัคช่วงที่มีน้ำมาก ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ไม่แพงมาก คิดแค่หัวละ 350 บาท ถือว่าคุ้มกับระยะทาง ความสนุกและอากาศโอโซนระดับ 7 ของโลก ตกเที่ยงได้เวลาอาหารเที่ยงสุดแสนอร่อย ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานที่ล่องเรือคายัคเท่าไรนัก เราก็เดินทางมาถึง น้ำตกไร่กุสุมา ต้อนรับด้วยน้ำตะไคร้เย็นๆ ให้สดชื่น และรับประทานมื้อเที่ยงกับสเต๊กหมู เนื้อ ปลา ไก่ มีให้เลือกลิ้มชิมรส ความอร่อยไม่แพ้สเต๊กตามโรงแรม 5 ดาวเลยทีเดียว แถมด้วยบรรยากาศน้ำตกที่มีความกว้าง น้ำใสไหลเย็น นั่งรับประทานสเต๊กท่ามกลางธรรมชาติและเสียงน้ำตกแสนสุขสบายอะไรเช่นนี้ ช่วงบ่ายเรายังมีกิจกรรมผจญภัยที่อันนี้นับว่าต้องใช้ความกล้าหาญเข้ามาช่วย เพิ่มความตื่นเต้น อะดินาลีนในร่างการสูบฉีด เขาว่ากันว่า อะดีนาลีนสูบฉีดมากๆ จะทำให้หน้าเด็กนะขอรับท่าน กิจกรรม ฟลายอิ้ง ฟรอก (Flying Frog) เป็นการละเล่นโดยการนำร่างกายเข้าไปติดกับอุปกรณ์ป้องภันอันตรายต่างๆ เพื่อนำตัวไปโหนกับสลิงที่ยึดติดอยู่กับต้นไม้สองฝั่ง ความยาวเพียงชั่วอึดใจเดียว บนความสูงราว 5 เมตร สร้างความตื่นเต้นแบบสุดๆ ให้แก่ผู้ที่ชอบการผจญภัย แถมท้ายด้วยขากลับยังจะเดินบนเชือกที่มีให้เพียง 2 เส้น เส้นด้านบนและด้านล่าง เล่นเอาเสียวนานกว่าการโหนสลิงมาอีก ทั้งยังได้หอบกันนิดหน่อยกว่าจะมาถึง เพราะอาจจะมีการกลั่นแกล้งเขย่าเชือกกันเล็กน้อย เพิ่มดีกรีความตื่นเต้นได้ไปอีกแบบ และการโรยตัวผ่านน้ำตกใสเย็นๆ ความตื่นเต้นขนาดนี้หาไม่ได้ง่ายๆ แถมท้ายเมื่อลงถึงจุดสิ้นสุดแล้วยังต้องเดินเท้าผ่านลำธารน้ำใสไหลเย็นด้านล่าง เพื่อที่จะกลับไปยังจุดเริ่มต้น เมื่อเทียบกับการเดินทางจากบ้านมาไม่ถึง 2 ชั่วโมง พร้อมที่พักค้างแรมเช่าเต็นท์พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและเสียงน้ำตก บนลานสนามหญ้ากว้างๆ พร้อมด้วย ห้องน้ำสไตล์กระโจมคาวบอย เพิ่มบรรยากาศการพักค้างคืนที่แตกต่างไปจากการกางเต็นท์ตามยอดภูต่างๆ ค่าใช้จ่ายไม่แพงอย่างที่คิด โดยกิจกรรมฟลายอิ้ง ฟรอก และการโรยตัวผ่านน้ำตกใสเย็นๆ เล่นสองอย่างราคา 950 บาทต่อหัว ส่วนสถานที่กางเต็นท์นั้นคิดท่านละ 250 บาท บรรยากาศอย่างนี้หาไม่ได้ตามโรงแรมที่ไหน แถมมีกิจกรรมพิเศษแถมเล็กน้อย การฝึกยิงธนู แนวคาวบอยอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น สระบุรี มวกเหล็กขึ้นชื่อเรื่อง ทุ่งทานตะวัน เหลืองอร่ามสวยสดงดงาม และมาถึงนี่จะไม่ให้ได้เห็นได้อย่างไร กิจกรรมขับรถเอทีวี (ATV) เที่ยวไร่กุสุมา ผ่านทุ่งทานตะวัน ท่ามกลางลมหนาวเย็นๆ พัดผ่าน แตกต่างจากโกคาร์ทที่หาขับได้ในเมืองหลวง เพราะอาจจะต้องรับประทานฝุ่นตามทางไปด้วย ได้บรรยากาศสะใจสไตล์การผจญภัยในเมืองเล็กๆ เลยทีเดียว ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ชอบความเร็วแนวผจญภัยได้ระบายความเครียด มาพักผ่อนอย่างสมใจในช่วงอากาศเย็นตะวันชิงพลบเช่นนี้ เลือกสรรขับกันได้โดยคิดราคาชั่วโมงละประมาณ 500 บาท มื้อเย็นของเราวันนี้ ฝากท้องได้เลยที่ มาซิแคมป์ บรรยากาศสไตล์คาวบอย ห้องพักทำเป็นรถม้า นั่งบนมัดฟางรับประทานอาหาร แถมยังมีการโชว์คาวบอยควงปืน บ่วงบาศก์ ควงไฟโชว์ ให้สนุกสนานพร้อมอาหารสไตล์คาวบอย บาร์บิคิวย่าง ลูกวัวหันทั้งตัว และอาจจะไม่ต้องพูดถึงอุณหภูมิของโอโซนระดับ 7 ของโลกว่ามันจะเย็นสบายแค่ไหน นอนหลับสบายไม่อยากจะตื่นตอนเช้าขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศอันหนาวเหน็บกันเลยทีเดียว แต่ไม่วาย พรรคพวกก็ต้องลากออกจากที่นอน มาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาได้อยากจากเมืองหลวงอันแสนศิวิไลซ์ เมื่อพักผ่อนกายจากการผจญภัยกันมาแล้ว เราชาวพุทธอย่างเราเราท่านท่าน คงหนีไม่พ้นการแวะทำบุญตามสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาบ้านเรา ซึ่งสระบุรีก็เป็นเมืองพุทธที่มีวัดต่างๆ ให้เราเข้ากราบนมัสการขอพรมากมาย ไม่น้อยกว่าจังหวัดไหนไหนในประเทศไทยเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีสถานที่ที่ควรแวะชม แวะซื้อของฝาก เราจะมาเริ่มต้นวันที่สองกันเลย ก่อนกลับสู่มาตุภูมิเมืองหลวงของเรา เริ่มจากการแวะนมัสการ รอยพระพุทธบาท ซึ่งพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมานมัสการรอยพระพุทธบาทอย่างต่อเนื่อง ทำบุญสร้างโบสถ์ โดยการเขียนชื่อนามสกุลลงบนแผ่นกระเบื้องหลังคาโบสถ์ อาจจะเขียนเผื่อคนทางบ้าน คนรู้จัก เพื่อให้ได้รับบุญไปตามๆ กัน แล้วแต่กำลังศรัทธา ซึ่งเรามาถึงถิ่นรอยพระพุทธบาทขนาดนี้แล้วจะไม่ให้แวะได้อย่างไร จากนั้นเดินทางไปยังโบราณสถาน วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ซึ่งผู้คนอาจจะยังไม่รู้จักกัน เพราะเป็นสถานที่นั่งวิปัสสนา อนุรักษ์สืบทอดจรรโลงมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมทางศาสนาของชาติ มีความเงียบสงบมาก จนคนกรุงอย่างเราเข้าไปนี่ต้องเงียบกริบกันเลยทีเดียว บรรยากาศร่มรื่นอย่างที่หาไม่ได้ตามวัดต่างๆ ทั้งประเทศก็ว่าได้ นมัสการพระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในถ้ำ พบคำแปลจารึกถ้ำนารายณ์ บนผนังหินและพระพุทธรูปองค์เล็กภายในถ้ำที่เย็นเยือก พบกับหินรูปหน้าพระด้านบน สร้างความแปลกใจแก่ผู้พบเห็น แต่ถ้าใครคิดจะบันทึกภาพ ถ่ายรูปเก็บไว้ดู ถ้าไม่กราบขอท่านก่อน ขอเตือนนะครับว่าถ่ายไม่ติดแน่ๆ จากนั้นมื้อเที่ยงก่อนจะเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ แวะพักรับประทานอาหารที่ หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยยวน สระบุรี อาหารพื้นบ้านสไตล์ ไทย-ยวน ขันโตกโบราณ พร้อมการรำแบบ ไทย-ยวนอันสวยสดงดงามโดยนางรำคือชาวบ้านบ้านใกล้เรือนเคียง อีกทั้งยังมีโชว์รำไทย-ยวน แบบเด็กๆ รุ่นอนุบาล เพื่อเพิ่มกิจกรรมให้กับเด็กในละแวกนั้นไม่ไปมั่วสุ่มกับสิ่งไม่ดี ได้ประโยชน์หลายอย่างจริงๆ จับจ่ายใช้สอยอุดหนุนสินค้าพื้นบ้านกลับ กลุ่มทอผ้ายกมุกลายโบราณ สินค้าทำมือจากมือคนไทยกันเอง สวยงามไม่แพ้ผ้าจากเมืองนอกเลยทีเดียว มีให้เลือกตั้งแต่ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ผ้าพันคอผืนยาวๆ จนถึงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ๆ แล้วแต่จะเลือกใช้สอยกันได้ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างนี้ หาเที่ยวได้ง่ายดายไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเรามากนัก หากรู้จักเลือกที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับครอบครัวหรือกับคนที่รู้ใจ ใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น รับรองได้ว่าทุกท่านจะต้องเต็มอิ่มกับความสนุกและบรรยากาศของคนไทยกันเอง ที่สระบุรี มวกเหล็กแห่งนี้ |
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||