• 3989
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 28169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
สถานีความคิด
บอกเล่าเรื่องราวความคิด ข้อมูล เกี่ยวกับ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในมุมมองของคนคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของสังคมไทย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/IdeaStation
วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน 2554
Posted by 3989 , ผู้อ่าน : 662 , 10:00:06 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ก้าวต่อไปประเทศไทยต้องเดินหน้าสู่ “ชลประทานเพื่อชีวิต”
ปกป้องภาคประชาชนได้รอดพ้นจากวิกฤติน้ำท่วม
ปกป้องภาคเกษตรไทยให้เป็นครัวไทย ครัวโลกได้ต่อไป
โดย…มนตรี  คงตระกูลเทียน
ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์
…………
 ผลจากน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่นาของเกษตรกร ทำให้โอกาสทองของชาวนาไทยต้องหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา เพราะข้าวที่กำลังออกรวงไสวต้องจ่มอยู่ใต้น้ำในชั่วข้ามคืน ไม่สามารถเก็บเกี่ยวนำมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ในปีนี้กำหนดราคาไว้สูงกว่าราคาตลาดถึง 15,000 บาทต่อตัน ในส่วนของข้าวเปลือกเจ้า 100 % 


และจากปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ ทำให้ที่นาเสียหายไปกว่า 13 ล้านไร่ ข้าวเปลือกฤดูการผลิตปี 2554/2555 เสียหายไป 7 - 8 ล้านตัน นโยบายการเปิดรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาจึงไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากมีเกษตรกรนำข้าวมาจำนำ จำนวนเพียง 1.2 แสนตันเท่านั้น ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติเชื่อว่าเพียงแค่รัฐบาลเปิดโครงการไม่กี่วัน ข้าวก็จะหลั่งไหลเข้ามาเป็นล้านตันแล้ว เพราะโดยปกติข้าวที่เก็บเกี่ยวต่อปีมีมากถึง 24-25 ล้านตัน แต่วันนี้ข้าวมีเข้ามาน้อยมาก 


และในจำนวนนี้เกษตรกร มีปัญหาในเรื่องของความชื้นมากกว่า 25 % ทำให้ขายข้าว ไม่ได้ราคา
 สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นชัดว่าระบบชลประทานของประเทศไทยมีปัญหา เพราะหากดูผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ ประเทศไทยสูญเสียมหาศาล ไม่เฉพาะนาข้าวเท่านั้น แต่ยังมีโรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือนประชาชนอีกจำนวนมาก


วิกฤตน้ำครั้งนี้จึงอาจเป็นบททดสอบของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำที่ไม่สามารถทำเช่นในอดีตได้อีกต่อไปแล้ว


การวางโครงสร้างระบบชลประทานในวันนี้จะพัฒนาเพื่อรองรับภาคการเกษตรเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็นชลประทานเพื่อชีวิต เพราะถ้าเป็นระบบชลประทานเพื่อชีวิตเมื่อไร ยามที่น้ำมาในเวลาที่เราไม่ต้องการ เราต้องสามารถไล่น้ำออกไปได้โดยที่ไม่มีใครได้รับความเดือดร้อน และยามที่เราต้องการน้ำ อยากได้น้ำ ต้องสามารถผันน้ำที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 ซึ่งถ้ารัฐบาลทำได้ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลดีแค่เกษตรกรเท่านั้นแต่จะส่งผลดีต่อคนไทยทั้งประเทศ  รวมถึงภาคอุตสาหกรรมด้วย


  แล้วระบบชลประทานเพื่อชีวิตเป็นอย่างไร


 หากศึกษาระบบชลประทานในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จจะพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการจัดการน้ำของระบบชลประทานนั้นมีหลายด้าน มิใช่มีเรื่องเทคนิคเพียงด้านเดียว เพราะนอกเหนือจากเรื่องวิศวกรรมแล้ว จำเป็นจะต้องนำเอาปัจจัยด้านเกษตรกรรม  เศรษฐกิจ  สังคม  รวมถึงเรื่องกฎหมาย  และการจัดการมาประกอบด้วย


ดังนั้นในการทบทวนเรื่องระบบชลประทานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาตั้งแต่การวางโครงการชลประทานอย่างเป็นระบบลงมาจนถึงการส่งน้ำ บำรุงรักษา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในแต่ละท้องที่ก็มีปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จแตกต่างกัน


โดยหลัก ๆ สิ่งที่ต้องพิจารณาในการบริหารจัดการน้ำ คือ จะต้องดูถึงแหล่งน้ำต้นทุนว่ามีมากน้อยขนาดไหนและเชื่อถือได้แค่ไหน


จากนั้นก็วางแผนการส่งน้ำที่ดี พัฒนาระบบกระจายน้ำในไร่นา  รวมทั้งจัดสร้างอาคารวัดน้ำ ควบคุม  และระบายน้ำให้เพียงพอ มีการปรับระดับผิวดินและจัดรูปที่ดิน วางระบบส่งน้ำและระบายน้ำให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากพอและขนาดโตพอที่จะใช้การส่งน้ำแบบหมุนเวียนที่เหมาะกับตามความต้องการน้ำของท้องถิ่น 


นอกจากนั้นยังต้องออกแบบระบบชลประทานและระบายน้ำให้เหมาะสมกับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่จะดูแลบำรุงรักษาได้


ในแง่ของการจัดการ ในเรื่องชลประทานหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องมีการจัดองค์กรที่ดี มีเจ้าหน้าที่มีคุณภาพและจำนวนเหมาะสม และที่สำคัญต้องได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณในการบริหารโครงการมากพอมีกฎหมายรองรับกฎเกณฑ์ต่าง  ๆ   เกี่ยวกับงานจัดสรรน้ำ


ในด้านสังคมและเศรษฐกิจ  ก็จะต้องจัดให้มีกลุ่มผู้ใช้น้ำหรือสมาคมผู้ใช้น้ำที่เข้มแข็ง  และผู้นำกลุ่มที่เสียสละ ผู้ใช้น้ำมีส่วนร่วมในการวางแผนการส่งน้ำ  การแบ่งน้ำ  และการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ
โดยผู้บริหารโครงการชลประทานจะต้องเป็นคีย์แมนหลักในการพัฒนาการใช้น้ำและการให้ความรู้เกษตรกรในเรื่องของการใช้น้ำอย่างถูกต้อง  เพื่อให้น้ำที่มีอยู่เกิดประโยชน์กับทั้งเกษตรกรและผู้ต้องการใช้น้ำอย่างแท้จริง


เมื่อทุกฝ่ายมีความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง “น้ำ”ก็จะไม่เป็นวิกฤตของคนไทยอีกต่อไป
และเมื่อระบบชลประทานดี  เกษตรกรก็สามารถทำนาได้ปีละ 2.5-3 ครั้ง มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น การจะผลิตข้าวให้ได้ 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะระบบชลประทานที่ดีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการปลูกข้าว ดังจะเห็นจากในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน หรือเวียดนามที่มีการออกกฏหมายบังคับ กำหนดพื้นที่ทำนาข้าวในเขตชลประทานที่ดี


ซึ่งต่อไปหากรัฐบาลสามารถพัฒนาระบบชลประทานเพื่อชีวิตได้ จะก่อให้เกิดคุณประโยชน์อนันต์ให้กับประเทศไทย นอกจากคนไทย อุตสาหกรรมในประเทศไทย จะปลอดภัยจากวิกฤตน้ำท่วม สร้างควาเชื่อมั่นในการลงทุนให้กับต่างชาติแล้ว ประเทศไทยก็จะสามารถยกระดับเป็นครัวโลกได้ในเวลาอันรวดเร็ว
              
                                                              ………………




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน