• 3989
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 28168
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
สถานีความคิด
บอกเล่าเรื่องราวความคิด ข้อมูล เกี่ยวกับ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในมุมมองของคนคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของสังคมไทย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/IdeaStation
วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม 2554
Posted by 3989 , ผู้อ่าน : 1156 , 16:08:21 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 “มหาอุทกภัย”  บทเรียนนอกตำรา
บทพิสูจน์ “ผู้นำ”ในการบริหาร Fact and data

โดย…วิเศษ  วิศิษฏ์วิญญู  รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีค้าปลีกและการตลาด จำกัด


…………..
 ภาพความเสียหายจากมหาอุทกภัยไล่มาตั้งแต่นครสวรรค์ สิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา ปทุมธานี ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่ถูกน้ำโจมตีเตรียมพร้อมตั้งรับกับสถานการณ์ ทั้งวางกระสอบทรายสูงท่วมหัว    ก่ออิฐฉาบปูน แต่หลายโรงงานแม้จะทุ่มงบประมาณในการป้องกันจำนวนมหาศาลแต่ก็ไม่สามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้ ในขณะที่โรงงานหลายแห่งสามารถรับมือกับมวลน้ำก้อนใหญ่ได้เป็นอย่างดี


 บริษัท ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาด จำกัด (ซีพีแรม) ผู้ดำเนินกิจการอาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์“เจดดราก้อน” และ“เดลี่ไทย”เป็นองค์กรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันน้ำท่วม เพราะแม้จะอยู่ในพื้นที่รับน้ำอย่างลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี แต่ด้วยการเตรียมพร้อมที่ดีและพลังความสามัคคีของคนในองค์กร จึงทำให้โรงงานแห่งนี้ปลอดภัยจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ เพียงหนึ่งเดือนก็สามารถเปิดไลน์การผลิตบางส่วนได้  

การที่โรงงานอาหารของซีพีแรมรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้มาได้ โดยไม่ได้รับความเสียหาย ไม่ใช่เรื่องฟลุคแต่อย่างใด แต่เป็นผลจากการเตรียมงานที่ดี 

ถ้าจะถามว่าซีพีแรมมีโมเดลในการรับมือกับน้ำท่วมอย่างไร คงตอบยาก แต่ถ้าถอดบทเรียนการรับมือน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้วยทำเลที่ตั้งซีพีแรม อยู่ในพื้นที่ที่เป็นทางผ่านของน้ำ ล้อมรอบด้วยคลองมากมาย ในฤดูน้ำหลากจึงต้องเตรียมการป้องกัน แล้วยิ่งได้เห็นน้ำที่ไหล่บ่าลงมาจากภาคเหนือในช่วงเดือนปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในแบบที่ไม่ธรรมดา การรับมือจึงต้องไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน


กระบวนการตั้งรับสถานการณ์น้ำท่วมจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแปรสภาพเป็นเมืองบาดาล ทั้งผู้บริหารและทีมงานได้ลงพื้นที่ขับรถสำรวจปริมาณน้ำในคลองต่างๆ รัศมี 10 กิโลเมตรรอบโรงงานได้เห็นถึงสัญญาณอันตรายเพราะน้ำในคลองพระยาบรรลือเริ่มปริ่มแล้ว  จึงได้กลับมาร่วมกันวางแผนตั้งรับสถานการณ์ จัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการป้องกันน้ำท่วมมาเตรียมพร้อมไว้ที่โรงงาน ทั้งกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ พร้อมทั้งมีการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลว่าจุดไหนที่มีความเสี่ยงที่น้ำจะเข้ามาได้บ้างและจะป้องกันอย่างไร


ดังนั้นทันทีที่น้ำเริ่มโจมตีบริเวณหน้าโรงงานในคืนวันที่ 15 ตุลาคม แผนงานต่างๆที่วางไว้ก็เดินไปสู่การปฏิบัติ พนักงานส่วนหนึ่งช่วยกันนำกระสอบทรายไปปิดในจุดที่มีความเสี่ยงทั้งหมด พนักงานอีกส่วนหนึ่งไปอุดท่อระบายน้ำ ปิดประตูโรงงาน ปิดไลน์การผลิต อพยบพนักงานออกจากพื้นที่ โดยมี “ศราวุธ  เกตานนท์” ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานธุรการ  หนึ่งในทีมฉุกเฉินนั่งบัญชาการสั่งปิดรั้ว สูบน้ำออกจากท่อตลอดคืนนั้น


         ช่วงเวลานั้นงานทุกอย่างหยุดหมด ทุกคนมีภาระกิจเดียว คือ ต่อสู้กับน้ำ

งานนี้จึงไม่มีหัวหน้า ไม่มีลูกน้อง ใครทำอะไรได้ช่วยกันทำ ดังนั้นเราจะเห็นภาพผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมลงไปตอกเข็มกับลูกน้อง ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาลงไปผัดข้าวเลี้ยงผู้ประสบภัย ผู้บริหารระดับผู้จัดการทั่วไปซึ่งมีประมาณ 20 กว่าคน ทุกคนพร้อมใจกันสแตนบายหมุนเวียนการดูแลพื้นที่โดยไม่ต้องจัดตารางผลัดเวรประจำการแต่อย่างใด


และเมื่อระดับน้ำสูงขึ้น นิคมอุตสาหกรรมต่างแตกพ่ายไปตามๆ กัน ทั้งผู้บริหารและพนักงานจึงต้องมานั่งระดมสมองกันอีกรอบ ประเมินกันใหม่เพื่อดูว่ามาตรการป้องกันที่เตรียมไว้เพียงพอหรือไม่ ตรงจุดนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดวอรูม ทีมงานทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันทำงานแล้วส่งผ่านข้อมูลกันทางโซเซียลมีเดีย เฟสบุ๊คและบีบี ดังนั้นพนักงานทั้งที่อยู่ในโรงงานและที่อยู่ข้างนอกจะรับรู้ข้อมูลเหมือนกัน คนที่อยู่ข้างนอกจะรู้ว่าในโรงงานต้องการความช่วยเหลืออะไรก็จะซัพพลายให้ทั้งเหล็ก อิฐ หิน ปูน ทราย  เรือ น้ำมัน ก็จะไปจัดซื้อแล้วนำไปส่งให้ในพื้นที่


“การฝ่าวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องบริหารงานด้วยความจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง(Fact and data) เพราะช่วงนั้นเหมือนข้าศึกมา ทุกคนต้องป้องกันเมือง  การให้ข้อมูลที่ชัดเจนเป็นเรื่องจำเป็น คนที่อยู่เมืองหลวงจึงจะสามารถกำลังเสริมได้อย่างทันท่วงที”


การประสานความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นถือเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้โรงงานแห่งนี้รอดพ้นวิกฤต


 ห้วงเวลาแห่งความยากลำบาก ซีพีแรมไม่ได้ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปเพื่อป้องกันน้ำท่วมโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ในเวลาเดียวกันยังได้ดูแลพนักงานที่เดือดร้อน ซึ่งส่วนหนึ่งอพยบครอบครัวเข้ามาพักพิงอยู่ในโรงงานซึ่งมีหอพักอยู่ทั้งหมด 4 อาคาร ทางโรงงานนอกจากจะดูแลเรื่องที่หลับที่นอนแล้วยังได้ทำอาหารเลี้ยงทุกคนที่พักอาศัยอยู่ที่นี้ ส่วนพนักงานอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถออกมาได้ ทางบริษัทได้จัดส่งทีมงานนำอาหารและน้ำเข้าไปแจกจ่ายให้ พร้อมทั้งเปิดบริการฉุกเฉินกรณีสำหรับพนักงานและประชาชนในใกล้เคียงที่ต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการให้บริการตัดไฟ การจัดเรือไปรับผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล จุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรีให้กับชุมชนไว้หน้าโรงงานฯลฯ
 ในเวลาเดียวกันโรงงานแห่งนี้ยังได้ผลิตอาหารสำเร็จรูปส่งให้กับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดปทุมธานีวันละ 4,000 กล่องเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ใกล้เคียงไปพร้อมๆกันด้วย


 เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน น้ำค่อยๆลดลงถนนหน้าโรงงานเริ่มสัญจรได้ แม้จะยังมีน้ำขังอยู่ 30-40 ซม. กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เครื่องจักรในโรงงาน A และB เริ่มเดินเครื่องเป็นปกติ และเมื่อ สถานการณ์คลี่คลายมากยิ่งขึ้น โรงงาน C และ Dก็พร้อมจะเดินเครื่องทันที


 จะเห็นว่าการที่ซีพีแรมกลับมาดำเนินการได้ตามปกติในเวลาอันรวดเร็ว เป็นผลโดยตรงจากความสำเร็จในการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้เพียงแต่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานที่ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ด้วยความสมัครสมานสามัคคีเท่านั้น  แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือเกณฑ์การตัดสินใจของ “ผู้นำ” เพราะไม่ว่าแผนฉุกเฉินจะวางไว้ดีอย่างไร ก็ไม่สามารถเดินตามแผนได้เพราะสถานการณ์เปลี่ยนตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปต้องตัดสินใจใหม่ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วแก้ไขตามสถานการณ์จริง เช่น มีผู้รายงานว่าผนังด้านหนึ่งเริ่มปริก็ต้องเพิ่มแนวป้องกันอย่างเร่งด่วนฯลฯ


 วิกฤตครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์ฝีมือ “ผู้นำ”ขององค์กรด้วยว่า เป็นผู้นำตัวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้นำทุกระดับของ “ซีพีแรม”สอบผ่านทุกคน


 ยุทธวิธีในการฝ่าวิกฤตมหาอุทกภัยของ “ซีพีแรม”อาจจะเป็นความสำเร็จเล็กๆ ในมุมหนึ่งของสังคม แต่ก็เป็นบทเรียนนอกตำราที่เชื่อว่าผู้สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เมื่อภัยมา

                                                           ………………..




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงวอ วันที่ : 01/12/2011 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

สุดยอด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน