• n.chaimusik
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : 999office@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 8715
  • จำนวนผู้โหวต : 32
  • ส่ง msg :
Industry
บทความในภาคอุตสาหกรรม ผ่านมุมมองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Industry
วันอังคาร ที่ 9 ตุลาคม 2550
Nanotechnology Trends 2007
Posted by n.chaimusik , ผู้อ่าน : 302 , 11:26:29 น.  
พิมพ์หน้านี้


Nanotechnology Trends 2007

โดย ผศ. ดร. ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ

นาโนเทคโนโลยี           เริ่มเป็นที่รู้จักแก่สังคมโลกเมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาได้ริเริ่มโครงการเมกะโปรเจคต์ ที่มีชื่อว่า “โครงการริเริ่มนาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยคำสั่งของประธานาธิบดีบิล คลินตัน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา รัฐบาลต่างๆทั่วโลกได้ให้ความสนใจและทำตามอย่างอเมริกากันอย่างขนานใหญ่ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ ละตินอเมริกา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย อิสราเอล รัสเซีย หรือ แม้แต่ ประเทศที่มีปัญหาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในขณะนี้อย่าง อิหร่าน ก็ยังมีโครงการแห่งชาติทางด้านนาโนเทคโนโลยี

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้น ได้มีการอัดฉีดงบประมาณเข้าไปในรถด่วนขบวนนาโน ขบวนนี้อย่างมากมาย แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสังคมโลก ก็เกิดคำถามว่าเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปน่ะ มันคุ้มไหม แล้วตอนนี้ครบรอบ 5 ปีแล้ว เราได้อะไรกลับมาบ้าง ? ปี พ.ศ. 2550 นี้ถือว่าเป็นปีสำคัญสำหรับนาโนเทคโนโลยี เรามาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในปีนี้ และแนวโน้มใหม่ๆ ที่น่าจับตามองคืออะไร

·         เปิดมิติใหม่ทางการค้า ในแวดวงของนักนาโนเทคโนโลยีแล้วจะกล่าวว่าในช่วง 5 ปีแรก (พ.ศ. 2544-2548) ของการลงทุนทางด้านนี้ ถือเป็นเฟสที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องของการวางโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดทิศทาง และการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานที่จำเป็นเช่น เครื่องมือ เทคนิคในการวิเคราะห์ เป็นต้น อีก 5 ปีจากนี้ไปจะเป็นเรื่องของการผลิตเพื่อนำไปสู่การค้า ดังนั้นแนวโน้มของปีนี้คือ เรากำลังจะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้คำว่านาโน ออกมามากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เช่น ผ้านาโน สีนาโน ซีเมนต์นาโน สมุนไพรนาโน เจลนาโน และสารพัดสาระเพนาโน ออกมาให้เห็น

·         โลกจะลงทุนนาโนมากขึ้นในปีนี้ ที่ผ่านมานั้นเม็ดเงินการลงทุนทางด้านนาโนเทคโนโลยีที่ว่ามากแล้ว จะน้อยไปถนัดตา เริ่มจากยุโรป ปีนี้จะเป็นปีแรกที่อภิมหาเมกะโปรเจคต์ที่มีชื่อว่า Framework Program 7 เริ่มดำเนินการด้วยเม็ดเงินกว่า 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีนาโนเทคโนโลยีเป็นเรือธง สหรัฐอเมริกาในปีนี้และปีต่อไปก็ทุ่มงบประมาณเฉพาะสำหรับนาโนเทคโนโลยีไปถึง 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่นตั้งเป้าจะใช้เงิน 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 2 ปีนี้ นอกจากนั้นยังมีข่าวการเพิ่มการลงทุนทางด้านงบประมาณเพื่อพัฒนานาโนเทคโนโลยีทั้งในจีน อินเดีย อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี และ แม็กซิโก ข่าวล่าสุดมาจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติของประเทศไทยเอง ก็ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล สำหรับการทำงานในปีนี้เช่นกัน สรุปแนวโน้มปี พ.ศ. 2550 นี้ โลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขันอย่างรุนแรงทางด้านนาโนเทคโนโลยี

·         ปีหมูทองของอุตสาหกรรมใหม่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ปีนี้จะเป็นปีหมูทองสำหรับอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใหม่ นั่นคือ อินทรีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปได้ยกให้พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องสนับสนุนในอภิมหาเมกะโปรเจคต์ Framework Program 7 พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์ เป็นวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ที่สามารถเอาชนะข้อจำกัดเดิมๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบเก่าจะโดนน้ำไม่ได้ ไม่สามารถกันแรงกระแทก หรือมีองค์ประกอบของโลหะบางชนิดที่เป็นพิษ แต่ พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์จะทำจากสารอินทรีย์ ที่สามารถทำให้โค้งงอได้ รวมไปถึงความสามารถในการย่อยสลายในธรรมชาติได้เมื่อเลิกใช้งาน ในปีนี้เราจะได้เห็น เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถซักได้ เซลล์สุริยะทำจากพลาสติก แบตเตอรีแบนบางแบบใช้แล้วทิ้ง บรรจุภัณฑ์ที่มีความสามารถในการจดจำเส้นทางการส่งและจำหน่าย และอื่นๆอีกมากมาย

·         ท่อนาโนคาร์บอนสู่การค้าขาย ปี 2550 จะเป็นปีทองแห่งการเริ่มต้นการนำท่อนาโนคาร์บอนไปใช้ในเชิงการค้า เนื่องจากสิทธิบัตรสำคัญที่เกี่ยวกับการผลิตท่อนาโนคาร์บอนเรื่องหนึ่งจะหมดอายุลง ทำให้จะเกิดการลงทุนผลิตท่อนาโนคาร์บอนออกมาในจำนวนมากอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงข้อจำกัดในการคิดค้นเทคนิคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะหมดไป เราจะเห็นผู้ผลิตสัญชาติเกาหลีตีตลาดโลกในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ท่อนาโนคาร์บอนจะเข้าไปเป็นวัสดุเสริมแรงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ยางรถยนต์ กันชน รวมทั้งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์

·         เซ็นเซอร์อัจฉริยะ รู้จักกันดีในนามของ ขี้ผงอัจฉริยะ (Smart Dust) ซึ่งได้รับการพัฒนามาสักระยะแล้ว คุณสมบัติสำคัญของเซ็นเซอร์อัจฉริยะก็คือ ความสามารถในการสื่อสารหรือคุยกันได้ แบบเดียวกับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเตอร์เน็ตคุยกัน ทำให้แนวโน้มในอนาคต อินเตอร์เน็ตจะไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น อีกหน่อยจะเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างจักรกลกับจักรกล และ จักรกลกับมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีหูตาทิพย์ในทุกที่ ซึ่งเครือข่ายเซ็นเซอร์อัจฉริยะเหล่านี้ก็เริ่มเข้าไปเชื่อมโยงกับ Google Earth บ้างแล้ว ปีนี้สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การรวมตัวกันในภาคอุตสาหกรรมซึ่งประกอบด้วยบริษัท 200 กว่าแห่งในนามของ Zigbee Consortium จะทำให้เกิดมาตรฐานร่วม และมีศักยภาพพอในการล็อบบี้ภาครัฐและเอกชนให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาใหญ่ๆ เช่น การก่อการร้าย ปัญหาเรื่องน้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อเครือข่ายเซ็นเซอร์เหล่านี้มีราคาถูกลง ก็จะทำให้มันแทรกซึมเข้าไปสู่ประชากร เช่นเดียวกับ เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ในที่สุด

·         เปิดศักราชใหม่ของนาโนโยธา สาขาที่น่าจับตามองในปีนี้ ในอดีตที่ผ่านมานั้น นาโนเทคโนโลยี เป็นที่รับรู้กันในแวดวงก่อสร้างน้อยมาก ทั้งๆ ที่ศักยภาพในเชิงการค้าของนาโนเทคโนโลยีในแวดวงวัสดุก่อสร้างมีเหลือคณานับ เช่น ซีเมนต์ชนิดใหม่ต้านการกัดกร่อน เหล็กผสมอนุภาคนาโน สีทนตะไคร่ ปูนฉาบสวยใส กระจกทำความสะอาดตัวเองได้ รวมไปถึงการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ เข้าไปในพลาสติก เพื่อให้พลาสติกเข้ามาเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างได้ เช่น พลาสติกทนรอยขูดขีด พลาสติกใสแบบกระจก พลาสติกทนไฟ เป็นต้น นอกจากนั้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลือบผิวจะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเก่า เช่น การเคลือบผิวกระจก การเคลือบผิวรถยนต์ให้กันรอยขีดข่วน วัสดุทำฟันแบบใหม่ เป็นต้น

·         เภสัชนาโน จับตาให้ดีในปีหมูทองนี้ จะมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับนักนาโนเทคโนโลยีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ข่าวร้ายคือ ปีนี้จะเป็นปีที่มีการตื่นตัวอย่างจริงจังถึงพิษภัยของอนุภาคนาโนต่อสุขภาค ผู้บริโภคจะสนใจถามมากขึ้นว่าเสื้อนาโนที่ผลิตออกมามีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่ ครีมกันแดดที่ผสมอนุภาคนาโนก่อผลร้ายต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานต่างๆ เริ่มให้ความสนใจจริงจัง ปีนี้เราจึงจะได้เห็นการร่างข้อกำหนดต่างๆ หรือการควบคุมการใช้งานอนุภาคนาโนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสาธารสุข และ เภสัชสำอางค์ แต่ข่าวดีก็คือ ปีนี้ผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพที่ใช้นาโนเทคโนโลยีจะออกมามากเป็นพิเศษ ทำให้สาธารณะรู้จักนาโนเทคโนโลยีมากขึ้น เกิดการตื่นตัวและรับรู้ในความพิเศษของนาโนเทคโนโลยี แม้แต่ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพอย่าง สปา ก็เริ่มมีการตื่นตัวแล้ว โดยจะมีการเล่นคีย์เวิร์ดต่างๆ เพื่อสร้างจุดขาย เช่น การรักษาจากภายใน เป็ปไตด์ทรีทเม้นท์ แอ็นตี้-เอ็จจิ้งด้วยนาโน เป็นต้น

·         นาโนเทคโนโลยีกับพลังงาน ตลอดปี 2549 ที่ผ่านมานั้น สังคมโลกได้เรียนรู้ว่าการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลซึ่งนับวันมีแต่จะหมดไปนั้น เจ็บปวดเพียงไร เริ่มศักราช 2550 แม้ราคาน้ำมันจะอยู่ในภาวะทรงตัว แต่เกจิทั้งหลายก็ยังชี้ทางว่าหมดยุคที่จะใช้ชีวิตอยู่กับน้ำมันแล้ว ดังนั้นปี 2550 พลังงานทางเลือก จะกลายเป็นเรื่องร้อนๆ ตลอดปี โดยนาโนเทคโนโลยีจะเล่นบทพระเอก ไม่ว่าจะเป็น เซลล์สุริยะแบบอนุภาคนาโน หรือ ฟิล์มบางนาโน เซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้ฟิล์มบางนาโน การผลิตเอธานอลจากแบคทีเรียที่ทำการวิศวกรรมนาโน แบตเตอรีนาโน แต่ถึงอย่างไร ปีนี้จะไม่ใช่ปีแห่งการทำมาค้าขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้หรอก เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาทางด้านนี้ยังไปไม่ถึงไหน ดังนั้นคงจะต้องรอไปอีกสักพักหนึ่ง ถึงแม้บริษัท เชฟโรเลต จะออกมาประกาศว่าปีนี้จะทำตลาดรถที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนก็ตามที

เรื่องโดดเด่นที่เป็นเทรนด์เรื่องสุดท้ายที่จะเล่าสู่กันฟังนี้ก็คือ ผู้ประกอบการนาโน (Nano-entrepreneur) ปี พ.ศ. 2550 เป็นปีที่สวยสดงดงามสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองจากนักเทคโนโลยีมาเป็นนักธุรกิจ เหมือนเช่น ที่เคยเกิดกับยุคตื่นอินเตอร์เน็ต ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการบูมอินเตอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2538 ได้สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ขึ้นมามากมาย ปี พ.ศ. 2550 นี้ก็เช่นกัน ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยีจะเกิดขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้น พวกเขาเหล่านั้นล้วนอยู่ในวัยหนุ่มสาว ที่มีความสนใจใฝ่รู้ในเรื่องของนาโนเทคโนโลยี ผู้พร้อมจะสร้างตำนาน Nano Business ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

ขอขอบคุณบทความจาก นิตยสาร Plant Manager

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
pupiang วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 16.52 น.

เรื่องที่คุณเขียนผมอ่านไม่เข้าใจ แต่คุณเป็น บก. ที่สวยมากครับ
ความคิดเห็นที่ 4
nathawat วันที่ : 10/10/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/may

การก้าวมาของเทคโนโลยีนาโนนี้ น่าทึ่งทีเดียวนะครับ ในแง่ของโอกาสทางธุรกิจ
น่าสนใจมาก
ขอบคุณนะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ToeflThailand วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 14.01 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

แวะมาทักทายเพื่อนชาว Blog
หากมีเวลา…ลองแวะไปเยี่ยมและ comment
ใน Blog ของผมนะครับ 
================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL , ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 11.43 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ... ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาแบ่งปัน

มีความสุขในวันอังคารนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
ทราย วันที่ : 09/10/2007 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/coolnews

ต่อไปคงเป็น เทคโนโลยี พื้นฐาน นะคะ
สงสัย เหมือนกัน เครื่องสำอาง นาโนใช้แล้วจะอันตรายมั้ย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31