พิมพ์หน้านี้
|
Nanotechnology Trends 2007
โดย ผศ. ดร. ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ นาโนเทคโนโลยี เริ่มเป็นที่รู้จักแก่สังคมโลกเมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาได้ริเริ่มโครงการเมกะโปรเจคต์ ที่มีชื่อว่า โครงการริเริ่มนาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยคำสั่งของประธานาธิบดีบิล คลินตัน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา รัฐบาลต่างๆทั่วโลกได้ให้ความสนใจและทำตามอย่างอเมริกากันอย่างขนานใหญ่ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ ละตินอเมริกา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย อิสราเอล รัสเซีย หรือ แม้แต่ ประเทศที่มีปัญหาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในขณะนี้อย่าง อิหร่าน ก็ยังมีโครงการแห่งชาติทางด้านนาโนเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมานั้น ได้มีการอัดฉีดงบประมาณเข้าไปในรถด่วนขบวนนาโน ขบวนนี้อย่างมากมาย แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสังคมโลก ก็เกิดคำถามว่าเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปน่ะ มันคุ้มไหม แล้วตอนนี้ครบรอบ 5 ปีแล้ว เราได้อะไรกลับมาบ้าง ? ปี พ.ศ. 2550 นี้ถือว่าเป็นปีสำคัญสำหรับนาโนเทคโนโลยี เรามาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในปีนี้ และแนวโน้มใหม่ๆ ที่น่าจับตามองคืออะไร · เปิดมิติใหม่ทางการค้า ในแวดวงของนักนาโนเทคโนโลยีแล้วจะกล่าวว่าในช่วง 5 ปีแรก (พ.ศ. 2544-2548) ของการลงทุนทางด้านนี้ ถือเป็นเฟสที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องของการวางโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดทิศทาง และการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานที่จำเป็นเช่น เครื่องมือ เทคนิคในการวิเคราะห์ เป็นต้น อีก 5 ปีจากนี้ไปจะเป็นเรื่องของการผลิตเพื่อนำไปสู่การค้า ดังนั้นแนวโน้มของปีนี้คือ เรากำลังจะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้คำว่านาโน ออกมามากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เช่น ผ้านาโน สีนาโน ซีเมนต์นาโน สมุนไพรนาโน เจลนาโน และสารพัดสาระเพนาโน ออกมาให้เห็น · โลกจะลงทุนนาโนมากขึ้นในปีนี้ ที่ผ่านมานั้นเม็ดเงินการลงทุนทางด้านนาโนเทคโนโลยีที่ว่ามากแล้ว จะน้อยไปถนัดตา เริ่มจากยุโรป ปีนี้จะเป็นปีแรกที่อภิมหาเมกะโปรเจคต์ที่มีชื่อว่า Framework Program 7 เริ่มดำเนินการด้วยเม็ดเงินกว่า 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีนาโนเทคโนโลยีเป็นเรือธง สหรัฐอเมริกาในปีนี้และปีต่อไปก็ทุ่มงบประมาณเฉพาะสำหรับนาโนเทคโนโลยีไปถึง 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่นตั้งเป้าจะใช้เงิน 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 2 ปีนี้ นอกจากนั้นยังมีข่าวการเพิ่มการลงทุนทางด้านงบประมาณเพื่อพัฒนานาโนเทคโนโลยีทั้งในจีน อินเดีย อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี และ แม็กซิโก ข่าวล่าสุดมาจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติของประเทศไทยเอง ก็ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล สำหรับการทำงานในปีนี้เช่นกัน สรุปแนวโน้มปี พ.ศ. 2550 นี้ โลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขันอย่างรุนแรงทางด้านนาโนเทคโนโลยี · ปีหมูทองของอุตสาหกรรมใหม่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ปีนี้จะเป็นปีหมูทองสำหรับอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใหม่ นั่นคือ อินทรีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปได้ยกให้พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องสนับสนุนในอภิมหาเมกะโปรเจคต์ Framework Program 7 พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์ เป็นวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่ที่สามารถเอาชนะข้อจำกัดเดิมๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบเก่าจะโดนน้ำไม่ได้ ไม่สามารถกันแรงกระแทก หรือมีองค์ประกอบของโลหะบางชนิดที่เป็นพิษ แต่ พลาสติกอิเล็กทรอนิกส์จะทำจากสารอินทรีย์ ที่สามารถทำให้โค้งงอได้ รวมไปถึงความสามารถในการย่อยสลายในธรรมชาติได้เมื่อเลิกใช้งาน ในปีนี้เราจะได้เห็น เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถซักได้ เซลล์สุริยะทำจากพลาสติก แบตเตอรีแบนบางแบบใช้แล้วทิ้ง บรรจุภัณฑ์ที่มีความสามารถในการจดจำเส้นทางการส่งและจำหน่าย และอื่นๆอีกมากมาย · ท่อนาโนคาร์บอนสู่การค้าขาย ปี 2550 จะเป็นปีทองแห่งการเริ่มต้นการนำท่อนาโนคาร์บอนไปใช้ในเชิงการค้า เนื่องจากสิทธิบัตรสำคัญที่เกี่ยวกับการผลิตท่อนาโนคาร์บอนเรื่องหนึ่งจะหมดอายุลง ทำให้จะเกิดการลงทุนผลิตท่อนาโนคาร์บอนออกมาในจำนวนมากอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงข้อจำกัดในการคิดค้นเทคนิคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะหมดไป เราจะเห็นผู้ผลิตสัญชาติเกาหลีตีตลาดโลกในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ท่อนาโนคาร์บอนจะเข้าไปเป็นวัสดุเสริมแรงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ยางรถยนต์ กันชน รวมทั้งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ · เซ็นเซอร์อัจฉริยะ รู้จักกันดีในนามของ ขี้ผงอัจฉริยะ (Smart Dust) ซึ่งได้รับการพัฒนามาสักระยะแล้ว คุณสมบัติสำคัญของเซ็นเซอร์อัจฉริยะก็คือ ความสามารถในการสื่อสารหรือคุยกันได้ แบบเดียวกับที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเตอร์เน็ตคุยกัน ทำให้แนวโน้มในอนาคต อินเตอร์เน็ตจะไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น อีกหน่อยจะเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างจักรกลกับจักรกล และ จักรกลกับมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีหูตาทิพย์ในทุกที่ ซึ่งเครือข่ายเซ็นเซอร์อัจฉริยะเหล่านี้ก็เริ่มเข้าไปเชื่อมโยงกับ Google Earth บ้างแล้ว ปีนี้สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การรวมตัวกันในภาคอุตสาหกรรมซึ่งประกอบด้วยบริษัท 200 กว่าแห่งในนามของ Zigbee Consortium จะทำให้เกิดมาตรฐานร่วม และมีศักยภาพพอในการล็อบบี้ภาครัฐและเอกชนให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาใหญ่ๆ เช่น การก่อการร้าย ปัญหาเรื่องน้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อเครือข่ายเซ็นเซอร์เหล่านี้มีราคาถูกลง ก็จะทำให้มันแทรกซึมเข้าไปสู่ประชากร เช่นเดียวกับ เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ในที่สุด · เปิดศักราชใหม่ของนาโนโยธา สาขาที่น่าจับตามองในปีนี้ ในอดีตที่ผ่านมานั้น นาโนเทคโนโลยี เป็นที่รับรู้กันในแวดวงก่อสร้างน้อยมาก ทั้งๆ ที่ศักยภาพในเชิงการค้าของนาโนเทคโนโลยีในแวดวงวัสดุก่อสร้างมีเหลือคณานับ เช่น ซีเมนต์ชนิดใหม่ต้านการกัดกร่อน เหล็กผสมอนุภาคนาโน สีทนตะไคร่ ปูนฉาบสวยใส กระจกทำความสะอาดตัวเองได้ รวมไปถึงการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ เข้าไปในพลาสติก เพื่อให้พลาสติกเข้ามาเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างได้ เช่น พลาสติกทนรอยขูดขีด พลาสติกใสแบบกระจก พลาสติกทนไฟ เป็นต้น นอกจากนั้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลือบผิวจะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเก่า เช่น การเคลือบผิวกระจก การเคลือบผิวรถยนต์ให้กันรอยขีดข่วน วัสดุทำฟันแบบใหม่ เป็นต้น · เภสัชนาโน จับตาให้ดีในปีหมูทองนี้ จะมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับนักนาโนเทคโนโลยีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ข่าวร้ายคือ ปีนี้จะเป็นปีที่มีการตื่นตัวอย่างจริงจังถึงพิษภัยของอนุภาคนาโนต่อสุขภาค ผู้บริโภคจะสนใจถามมากขึ้นว่าเสื้อนาโนที่ผลิตออกมามีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่ ครีมกันแดดที่ผสมอนุภาคนาโนก่อผลร้ายต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานต่างๆ เริ่มให้ความสนใจจริงจัง ปีนี้เราจึงจะได้เห็นการร่างข้อกำหนดต่างๆ หรือการควบคุมการใช้งานอนุภาคนาโนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสาธารสุข และ เภสัชสำอางค์ แต่ข่าวดีก็คือ ปีนี้ผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพที่ใช้นาโนเทคโนโลยีจะออกมามากเป็นพิเศษ ทำให้สาธารณะรู้จักนาโนเทคโนโลยีมากขึ้น เกิดการตื่นตัวและรับรู้ในความพิเศษของนาโนเทคโนโลยี แม้แต่ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพอย่าง สปา ก็เริ่มมีการตื่นตัวแล้ว โดยจะมีการเล่นคีย์เวิร์ดต่างๆ เพื่อสร้างจุดขาย เช่น การรักษาจากภายใน เป็ปไตด์ทรีทเม้นท์ แอ็นตี้-เอ็จจิ้งด้วยนาโน เป็นต้น · นาโนเทคโนโลยีกับพลังงาน ตลอดปี 2549 ที่ผ่านมานั้น สังคมโลกได้เรียนรู้ว่าการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลซึ่งนับวันมีแต่จะหมดไปนั้น เจ็บปวดเพียงไร เริ่มศักราช 2550 แม้ราคาน้ำมันจะอยู่ในภาวะทรงตัว แต่เกจิทั้งหลายก็ยังชี้ทางว่าหมดยุคที่จะใช้ชีวิตอยู่กับน้ำมันแล้ว ดังนั้นปี 2550 พลังงานทางเลือก จะกลายเป็นเรื่องร้อนๆ ตลอดปี โดยนาโนเทคโนโลยีจะเล่นบทพระเอก ไม่ว่าจะเป็น เซลล์สุริยะแบบอนุภาคนาโน หรือ ฟิล์มบางนาโน เซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้ฟิล์มบางนาโน การผลิตเอธานอลจากแบคทีเรียที่ทำการวิศวกรรมนาโน แบตเตอรีนาโน แต่ถึงอย่างไร ปีนี้จะไม่ใช่ปีแห่งการทำมาค้าขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้หรอก เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาทางด้านนี้ยังไปไม่ถึงไหน ดังนั้นคงจะต้องรอไปอีกสักพักหนึ่ง ถึงแม้บริษัท เชฟโรเลต จะออกมาประกาศว่าปีนี้จะทำตลาดรถที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนก็ตามที เรื่องโดดเด่นที่เป็นเทรนด์เรื่องสุดท้ายที่จะเล่าสู่กันฟังนี้ก็คือ ผู้ประกอบการนาโน (Nano-entrepreneur) ปี พ.ศ. 2550 เป็นปีที่สวยสดงดงามสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองจากนักเทคโนโลยีมาเป็นนักธุรกิจ เหมือนเช่น ที่เคยเกิดกับยุคตื่นอินเตอร์เน็ต ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการบูมอินเตอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2538 ได้สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ขึ้นมามากมาย ปี พ.ศ. 2550 นี้ก็เช่นกัน ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยีจะเกิดขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้น พวกเขาเหล่านั้นล้วนอยู่ในวัยหนุ่มสาว ที่มีความสนใจใฝ่รู้ในเรื่องของนาโนเทคโนโลยี ผู้พร้อมจะสร้างตำนาน Nano Business ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ขอขอบคุณบทความจาก นิตยสาร Plant Manager
|