• n.chaimusik
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : 999office@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 9346
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
Industry
บทความในภาคอุตสาหกรรม ผ่านมุมมองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Industry
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551
เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นมั่นใจ ไทยน่าลงทุนอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Posted by n.chaimusik , ผู้อ่าน : 204 , 14:31:58 น.  
พิมพ์หน้านี้


สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีมายาวนาน ทั้งความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั้ง 2 ประเทศเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ของความสัมพันธ์

                        ปัจจุบัน มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยกว่า 40,000 คน นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นถือเป็นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยและถือเป็น 40% ของนักลงทุนของนักลงทุนชาวต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้มีการจ้างงานแรงงานไทยกว่า 640,000 ตำแหน่ง

 

                        ในโอกาสนี้นิตยสาร Plant Manger ได้รับเกียรติจากคุณฮิเดอะกิ  โคะบะยะชิ(Mr. Hideaki Kobayashi)   เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยให้เข้าพบเพื่อสัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆ ผ่านมุมมองของท่าน  โดยคุณโคะบะยะชิ ให้ความเห็นว่า “หลังจากที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มั่นคงแล้ว ผมมีความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศน่าจะมีเพิ่มมากขึ้น สำหรับบริษัทเอกชนที่รอดูท่าทีของรัฐบาลอยู่ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งก็มีการตัดสินใจลงทุน   รวมถึงการลงทุนเพิ่มมากขึ้นจากภาครัฐในโครงการต่างๆ ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย”

      

นักลงทุนญี่ปุ่นสนใจลงทุน Eco-car

สำหรับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศไทยมากนัก โดยได้เริ่มขยายการลงทุนเพิ่มในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ในโครงการ Eco-car ซึ่งได้มีการลงทุนในโครงการดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษเนื่องจากทางภาครัฐของไทยให้การสนับสนุนทางด้านต่างๆ อาทิ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ การที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเครื่องจักร รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศ ทั้งนี้จากทั้ง 3 มาตรการ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนของผู้ผลิตได้ 5 – 7 หมื่นบาทต่อคัน  ส่งผลให้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ความสนใจในโครงการดังกล่าวเป็นพิเศษ

                        คุณโคะบะยะชิ กล่าว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุนเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับนักลงทุนชาวญี่ปุ่น เมื่อปี 2549 มีมูลค่าการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามายังประเทศไทยประมาณ 76,900 ล้านบาท (230,700 ล้านเยน) ในขณะที่เข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามเพียง 18,100 ล้านบาท(54,300 ล้านเยน)”

 

JTEPA ส่งผลด้านการค้าการลงทุนเพิ่ม

คุณโคะบะยะชิ กล่าวว่า “จากการลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น(JTEPA) ที่มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งความตกลงนี้มีเจตนามุ่งส่งเสริมการค้า การลงทุนและการร่วมมือกันระหว่างสองประเทศให้พัฒนาก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นในสาขาต่าง ๆ  9 สาขาดังนี้ (1) เกษตรกรรม ป่าไม้และประมง  (2) การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  (3) การสร้างเสริมสภาพแวด ล้อมทางธุรกิจ  (4) บริการการเงิน  (5) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  (6) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงานและสิ่งแวดล้อม  (7) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (8) การท่องเที่ยว และ (9) การส่งเสริมการค้าและการลงทุน

                การทำเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ในความเป็นจริงมีความร่วมมือเกิดขึ้นมากมาย มิใช่แต่เรื่องของการลดกำแพงภาษีด้านการค้าการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังครอบคลุมทางด้านต่างๆ อาทิ :

-                       การดำเนินงานด้านพิธีการศุลกากรให้ง่ายขึ้นและมีความโปร่งใสเพิ่มขึ้น

-                       ความร่วมมือในการลงทุนและการดำเนินธุรกิจให้มีความสะดวกมากขึ้น

-                       ความรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำในการแสดงผลและเคลียร์สินค้าออกจากท่าเรือในการนำเข้าส่งออกสินค้า

 -                      การรักษาสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา

-                       การเปิดโอกาสให้แรงงานไทยที่มีฝีมือแรงงานสามารถเข้าไปประกอบอาชีพในญี่ปุ่นได้ อาทิ อาชีพพ่อครัว-แม่ครัว

                        ซึ่งผลจากการเซ็นสัญญา JTEPA ที่ผ่านมานั้นส่งผลให้มีการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศเพิ่มมากขึ้นโดยสินค้าที่ประเทศไทยนำเข้าเพิ่มมากขึ้นจากประเทศญี่ปุ่นได้แก่สินค้าประเภทเหล็ก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น และสินค้าที่ประเทศไทยส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมาได้แก่ ผักผลไม้ ผลผลิตทางการประมง เครื่องหนัง สินค้าสิ่งทอ  อัญมณี เป็นต้น”

                        คุณโคะบะยะชิ กล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้ JTEPA แล้วยังมีโครงการการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น (ASEAN – Japan Comprehensive Economic Partnership – AJCEP) ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกและประเทศคู่ค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้สรุปผลการเจรจาไปแล้วและคาดว่าโครงการดังกล่าวนี้จะสามารถลงนามได้ภายในปีนี้” 

 

สนับสนุนสะพานมิตรภาพพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง

                        นอกจากนี้ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นยังมีความร่วมมือทางด้านต่างๆ อีกมากมาย อาทิ  เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาในปี 2549 (2006) ได้มีการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ขึ้นเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทยและแขวงสะหวันนะเขด ประเทศลาว ซึ่งสะพานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นทั้งทางด้านเงินทุน ทางด้านเทคนิคในการสำรวจและออกแบบโครงการต่างๆ เพื่อให้มีการพัฒนาในภูมิภาคแถบลุ่มแม่น้ำโขงและเพื่อให้เป็นส่วนเหนึ่งของการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor - EWEC) ซึ่งจะเป็นการเปิดการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่าง 4 ประเทศ คือ สหภาพพม่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศไทยส่งผลให้ในปัจจุบันภูมิภาคแถบนี้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นรวมถึงการยกระดับเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้มีความเท่าเทียมกัน ซึ่งทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้โครงการสำเร็จลงตามเป้าหมายที่วางไว้

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์ของโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นกลับมีเพิ่มมาก ขึ้น ปัจจุบันมีนักลงทุนชาวญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี อาจเนื่องด้วยการมีระบบสังคม วัฒนธรรม ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และรวมถึงนิสัยใจคอของคนไทยที่ใกล้เคียงกับคนญี่ปุ่นนอกเหนือจากนโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของภาครัฐ และต่อจากนี้ไปเราคงจะได้เห็นโครงการต่างๆ ที่ทำร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ :

Mr. Hideaki Kobayashi

Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary of Japan to the Kingdom of Thailand


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
nathawat วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 12.12 น.
http://www.oknation.net/blog/may

จริงๆผมยอมรับว่าคำถามผมเขียนไม่ชัดเจนมากกว่า
เพราะถ้าจะเขียนให้ชัดเจน "อนุรักษ์นิยม" จะกลายเป็นอื่น
ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมกับการแสดงในความเห็น
แต่คุณนิก็ตอบผมมาแล้วในคำตอบแรกนะครับ
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 5
n.chaimusik วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 11.39 น.
http://www.oknation.net/blog/Industry

ไม่เป็นไรค่ะ ...คุณ Nathawat..แสดงความคิดเห็นได้ตามสะดวกค่ะ...

ถ้าถามถึงข้อมูลส่วนตัวท่านฑูตฯ ....ตอบยากจังเนื่องจากดิฉันเจอท่านแค่ประมาณ..2 ชั่วโมงเอง อาจจะตอบยากสักหน่อยว่าท่านจะเป็นคนอนุรักษ์นิยมหรือไม่....แต่ปัจจุบันทางสถานฑูตญี่ปุ่นฯ ค่อนข้างจะมีกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมเยอะมาก...ไม่ว่าจะเป็นดนตรี อาหาร... ไม่แน่ใจว่ากิจกรรมที่ออกมาเป็นนโยบายจากท่านหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 4
nathawat วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 09.01 น.
http://www.oknation.net/blog/may

คุณนิ ขอโทษด้วยครับถ้าทำให้เข้าใจเจตนาผิด
จริงๆแล้ว เคยฟังเพื่อนนักการฑูตอเมริกันพูดถึงท่านฑูตคนนี้
เลยอยากทราบทัศนะของคุณ
ในความเห็นส่วนตัว
ผมเห็นด้วยกับอุปนิสัยและประวัติของท่านเรื่องการอนุรักษ์นิยม
เพราะด้วยเหตุผลต่างๆที่คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ทราบกันดีอยู่แล้ว
อันนี้มองในด้าน Relationship ล้วนๆ
ไม่ได้มองในแง่ของ Trade แต่อย่างใด
เพราะถ้ามองในด้านนั้น JTEPA ยังมีข้อถกเถียงกันทั้งด้านได้และเสียเปรียบอีกหลายประเด็น
ซึ่งผมไม่ได้จะโยงถึง
....ง

อย่างไรก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลและการตอบคำถามของผม
ถือเป็นเกียรตินะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
n.chaimusik วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 13.20 น.
http://www.oknation.net/blog/Industry

ชาวญี่ปุ่นทุกคน...มีความเป็นชาตินิยมอยู่ในตัวเอง.....
คุณฮิเดอะกิ โคะบะยะชิ(Mr. Hideaki Kobayashi) ตั้งใจมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเพื่อถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเราเนื่องในวโรกาสครบรอบ 80 ปีเมื่อปีที่ผ่านมา และเนื่องจากท่านเคยเป็นเลขาธิการพระราชวังในพระองค์มกุฎราชกุมารของประเทศญี่ปุ่นมาก่อน

ความคิดเห็นที่ 2
nathawat วันที่ : 15/02/2008 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/may

Cover Story คุณนิสัมภาษณ์เองหรือเปล่าครับ
ผมอยากทราบจริงๆว่าเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นท่านนี้
ท่านอนุรักษ์นิยมใช่หรือไม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 15.10 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ก็ตรงกับคุณมิ่งขวัญฯคิดไว้ที่จะดึงจีนญี่ปุ่นมากู้เศรษฐกิจ
ความจริงเขามาอยู่นานแล้ว
แต่การเมืองเราไม่มั่นคง เขาจึงชลอการลงทุนในเทคโนโลยี่ตัวใหม่ๆ แต่ตัวเก่าๆเขาอยู่ๆแล้ว
เราแค่ปรับกฏหมายบางตัว ปรับแรงงานให้มีทักษะมากขึ้นก็น่าจะได้เขามา
แต่ของเราเห็นมี ปตท.สผ.ที่มีเทคโนโลยี่ไป ตปท.แล้ว ซีพี ไปแล้ว กระทิงแดงไปแล้ว และอีกหลายๆตัว มันต้องแลกกันบ้างการค้าเสรี
แต่เราต้องปรับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี่ขนานใหญ่ที่จะมีสินค้าแบนด์เนมเป็นของเราเองมั่ง ไม่ใช้รอพึ่งต่างชาติอย่างเดียว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29