พิมพ์หน้านี้
|
1... "คิดถึงแม่จังเลย" ฉันตะโกนออกไปด้วยความดีใจสุดๆ เมื่อเห็นแม่กำลังเดินทอดน่องเข้ามาหาในค่ำคืนหนึ่ง ทว่าฉันรู้สึกตกใจนิดหน่อย ที่แม่เดินทะลุมิติผ่านกระจกบานนั้นมา เมื่อแม่มาหยุดลงตรงหน้าความกลัวก็หลุดหาย ฉันโผเข้ากอดและระดมหอมแก้มนับสิบครั้ง เพราะไม่เจอแม่มานานกว่า 4 เดือน ลืมไปว่าแม่ตายแล้วนี่น่า หลังจากหอมแม่ด้วยความชื่นใจแล้ว ฉันถามแม่ว่า "แม่ได้บุญหรือเปล่า?" "ได้" แม่ตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสกว่าที่แล้วมา แม่มา "เข้าฝัน" เพื่อบอกเรื่องนี้ แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุให้แม่มา คงเพราะเรื่องราวเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาแน่ๆ เลย
* * * * * * * * * * * * * * * * 2... ตี 2 กว่าๆ ขณะที่ผู้คนกำลังหลับไหล พร้อมกับซุกไออุ่นไว้ใต้ผ้าห่ม เวลานั้นจอมโจรและเพื่อนกลุ่มหนึ่งต่างหอบหิ้วสิ่งของข้ามถนน เพื่อมาดักรอ "ราชรถ" ที่จะมาเกยอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า "ไปไหนกันครับเนี้ย" พ่อค้าแม่ค้าที่ยังไม่ปิดร้านต่างถามเป็นเสียงเดียวกัน พร้อมมองดูด้วยสายตางงงวยว่า หอบหิ้วอะไรกันมากมาย และจะไปไหนตั้งแต่ตี 2 !?! "ไปทำบุญคับ" ราวๆ เจ็ดโมง พวกเรามาถึง จ.เพชรบุรี แล้ว หลังจากรับประทานอาหารและปล่อยปลาเสร็จ พวกเราเตรียมตัวไปวัด วัดที่เพื่อนจอมโจรรู้จักเจ้าอาวาสตั้งแต่ 5 ขวบ ปลาดุกได้รับอิสรภาพด้วยความชอบธรรม
3.. ไปวัดคราวนี้รู้สึกอลังการอย่างบอกไม่ถูก เวลานี้วัดต่างประดับประดาไปด้วยต้นกล้วยมากมาย ทำสุ่มประดับธรรมาสน์ไว้อย่างสวยงาม อีกยังมีอ่างบัวที่บรรจุบัวสีสันสดใส ที่มีการเอากล้วยมาตกแต่งแบบนี้เข้าใจว่าทำให้ดูเป็น "ป่าสมมติ" ต้นกล้วยถูกประดับประดาไว้แบบนี้กับเสาทุกต้น นอกเหนือจากถวายเพลแล้ว คณะยังมีกิจกรรมอีกอย่าง นั่นคือ เวลา 19.19 น. จะมีงานเดินคาถาพัน 1,000 พระคาถา นำโดย พระใบฎีกาสนั่น ปภงฺกโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจันทราวาสองค์แสดง ส่วนวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม มีเทศน์มหาชาติ ซึ่งงานเริ่มตั้งแต่เวลา 07.19 น. เกิดมายังไม่เคยฟังเทศน์มหาชาติ เลยรู้สึกตื่นเต้น คล้ายกับว่าเย็นนี้มีนัดดินเน่อร์กับสาวสวย อีกอย่างหากไม่ได้ฟังคราวนี้ คงอาย "ลิงเขาวัง" เป็นแน่ ขนาดมันเป็นสัตว์ ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาฟัง แล้วเราเองเป็นมนุษย์ไม่ฟังคงอายลิง ปัจจัยในการเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ทั้ง 13 กัณฑ์ เหมาหมดครับงานนี้ เทียน-ธูป ซึ่งถูกแบ่งตามจำนวนคาถาของแต่ละกัณฑ์ แต่ละกัณฑ์จะมีไม่เท่ากัน สำหรับบรรยากาศก่อนเพล เป็นอย่างที่เห็นนี้แล น้องๆ จากร้านหมูกระทะมาช่วยจัดเรียงสำหรับเพลนี้ เครื่องดื่ม ผลไม้ และขนมสำหรับพระแต่ละวง . . . . . ถวายปัจจัยแด่หลวงพ่อชื่น เจ้าอาวาสวัดแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคับพี่น้องค้าบ!!
เมื่อกิจกรรมในช่วงเที่ยงเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พวกเรายกคณะไปกินอาหารกันที่ร้านจันทน์ผา จากนั้นก็กลับเข้าที่พัก และเดินทางมาฟังเดินคาถาพัน 1000 พระคาถาต่อใน 19.00 น. ก่อนจะกลับไปนอนพักอีกครั้ง รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก่อนเถอะ สนุกแน่! 4.. เจ็ดนาฬิกาเศษๆ เรามาถึงวัดแล้ว เวลานี้หลวงพ่อชื่น เจ้าอาวาสวัดแรก ได้ขึ้นธรรมาสน์ เทศน์กัณฑ์ที่ 1 ไปเกือบจบแล้ว โชคดีที่เรามาฟังทันตอนท้ายๆ และทันถวายของติดกัณฑ์ด้วย ของสำหรับติดกัณฑ์เทศน์หลังจากที่พระเทศน์จบ บรรยากาศยามเช้าของวันนี้ เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เพราะไม่ค่อยมีคนมาฟังกันเท่าที่ควร เลยถามไปยังลุงๆ ป้าๆ ว่าทำไมไม่ค่อยมีคนมาฟังเลย ซึ่งได้รับคำตอบว่า ช่วงนี้แต่ละวัดมีงานเทศน์มหาชาติกันหลายวัด และมีติดๆ กัน ทำให้คนที่มาฟังแล้วไม่ได้มา หรือติดไปวัดอื่นกันหมด มีแต่วัยหนุ่มสาวมาฟัง วัยชะแร่ไม่ค่อยมีให้เห็น ชอบจังเลยครับภาพแบบนี้ ภาพที่เห็นหนุ่มสาวจูงมือกันมาฟังเทศน์ นานๆ จะได้เห็น ชื่นใจจริงๆ วัยหนุ่มสาวอีกโซนหนึ่ง หน้างามๆ ทั้งนั้นหลังจากฟังไปได้หลายกัณฑ์ สิ่งหนึ่งที่จอมโจรไม่เคยทำมาก่อน และครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต และเป็นสิ่งที่ทำตั้งแต่เช้าจนเย็น นั่นคือ การจุดธูปจุดเทียนบริเวณด้านหน้าธรรมาสน์ขณะที่พระเทศน์ คุณป้าๆ ที่ทำหน้าที่ก่อนจะยกบุญให้จับจอง หลังจากที่พระเทศน์กัณฑ์ที่ 3 จบ เจ้าภาพจะมีแจกทานให้กับผู้ที่มาฟังด้วย วันนั้นเราเลยเดินไล่แจกอย่างเมามัน สำหรับของที่แจกนั้น อาทิ ปัจจัยคนละ 20 บาท ลูกอม กาแฟ ปากกา ฯลฯ พวกเรานั่งฟังตั้งแต่กัณฑ์ที่ 1 ปลายๆ จนกระทั่งกัณฑ์สุดท้าย ซึ่งจบลงในเวลา 19.00 น. วันนั้นอิ่มเอิบไปทั้งกายทั้งใจ และอยากจะแบ่งปันความงดงามให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันบ้าง แม้จะยาวแต่มันก็ประทับใจอยู่ไม่รู้ลืม ขออานิสงค์แห่งการอ่านและร่วมอนุโมทนาบุญ จงส่งผลแก่ทุกท่านนะครับ ข้อมูล กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์ประสาทพรแก่พระนางผุสดี ก่อนที่จะจุติลงมาเป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดร ภาคสวรรค์ พระนางผุสดีเทพอัปสรสิ้นบุญท้าวสักกะเทวราช สวามีทรงทราบจึงพาไปประทับยังสวนนันทวันในเทวโลก พร้อมให้พร ๑๐ ประการ คือให้ได้อยู่ในปราสาทของพระเจ้าสิริราชแห่งนครสีพี ขอให้มีจักษุดำดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ ขอให้มีคิ้วดำสนิท ขอให้พระนามว่าผุสดี ขอให้มีโอรสที่ทรงเกียรติยศเหนือกษัตริย์ทังหลายและมีใจบุญ ขอให้มีครรภ์ที่ผิดไปจากสตรีสามัญคือแบนราบในเวลาทรงครรภ์ ขอให้มีถันงามอย่ารู้ดำและหย่อนยาน ขอให้มีเกศาดำสนิท ขอให้มีผิวงาม และข้อสุดท้ายขอให้มีอำนาจปลดปล่อยนักโทษได้ กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาค ประชาชนสีพีโกรธแค้นจึงขับไล่ให้ไปอยู่เขาวงกต พระนางเทพผุสดีได้จุติลงมาเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช เมื่อเจริญชนม์ได้ ๑๖ ชันษา จึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญชัยแห่งสีวิรัฐนคร ต่อมาได้ประสูติพระโอรสนามว่า "เวสสันดร" ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์จึงนำมาไว้ในโรงช้างต้นคู่บารมี ให้นามว่า "ปัจจัยนาค" เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา ราชบิดาก็ยกราชสมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระราชบิดาราชวงศ์มัททราช มีพระโอรส ๑ องค์ชื่อ ชาลี ราชธิดาชื่อ กัณหา พระองค์ได้สร้างโรงทาน บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ ต่อมาพระเจ้ากาลิงคะแห่งนครกาลิงครัฐได้ส่งพราหมณ์มาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากาลิงคะ ชาวกรุงสัญชัย จึงเนรเทศพระเวสสันดรออกนอกพระนคร กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงแจกมหาสัตสดกทาน คือ การแจกทานครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลีและกัณหาออกจากพระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาสบำเพ็ญมหาสัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่ อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี ทาสี ทาสา สรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้งสุราบานอย่างละ ๗๐๐
กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกล่ออจุตฤๅษีให้บอกทางสู่อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพรไปหา เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับอจุตฤๅษี ชูชกใช้คารมหลอกล่อจนอจุตฤๅษีจึงให้ที่พักหนึ่งคืนและบอกเส้นทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร
กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก พระนางมัทรีเดินเข้าไปหาผลไม้ในป่าลึก จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือนอนขวางทาง จนค่ำเมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระเวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหาโอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนว่าเป็นดาบสจึงทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรงกันแสง เมื่อพระนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษ พระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว หากชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบ นางจึงได้ทรงอนุโมทนา กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์จำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอพระนางมัทรี แล้วถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรี พระเวสสันดรจึงพระราชทานให้ พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่างพราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมารก่อนเสด็จนิวัติถึงมหานครสีพี เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้ ส่วนตนเองปีนขึ้นไปนอนต้นไม้ เหล่าเทพเทวดาจึงแปลงร่างลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพี พระเจ้ากรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคำทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสององค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึงได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านครลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่นครสีพี
กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนคร พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาพระเจ้ากรุงสญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรี และเสด็จกลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมืองปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่งเช้าประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่ประชาชน ท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗ ประการ ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรงประกาศให้ประชาชนขนเอาไปตามปรารถนา ที่เหลือให้ขนเข้าพระคลังหลวง ในกาลต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรมบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฑ์ จบภายในวันเดียว ผู้นั้นก็จะได้รับอานิสงส์ 5 ประการ คือ 1.จะได้เกิดในศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยซึ่งจะมาอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต 2.จะได้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติอันโอฬาร 3.จะไม่ไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต 4.จะเป็นผู้มีลาภ ยศ ไมตรี และความสุข 5.จะได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.dhammathai.org |