พิมพ์หน้านี้
|
ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันดีไปแล้ว สำหรับกิจกรรม "บวชสามเณรภาคฤดูร้อน" ที่บรรดาวัดต่างๆ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน ทว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มีโอกาสเป็น "เจ้าภาพ" บวชสามเณรด้วย แม้ว่าเด็กๆ เหล่านี้จะไม่ใช่เครือญาติ และไม่ใช่คนรู้จัก หากแต่ผ้าเหลืองที่น้องๆ กำลังจะห่มนั้น ทำให้รู้สึกเสมือนเป็น "ทายาททางธรรม" ไปโดยปริยาย และกว่าจะมาเป็นรูปสามเณรหมู่แบบนี้ได้ บรรยากาศเป็นอย่างไรนั้น คงต้องติดตาม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 5 เมษายน ขณะที่จอมโจรและสหายกลุ่มหนึ่งกำลังทำผลไม้ เพื่อเตรียมถวายเพลแด่พระภิกษุสงฆ์อยู่นั้น ได้มีผู้หญิงวัยกลางคนและเด็กผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า "เห็นเจ้าอาวาสไหม" แต่พวกเราไม่ทราบ เธอเลยแจ้งจุดประสงค์ให้เรารู้ว่า เธอจะให้ลูกมาสมัครบวช ชั่วเวลาพริบตา จอมโจรหันไปดูเธอและลูกอีกครั้ง ปรากฏว่าเวลานี้ลูกของเธอได้นั่งเก้าอี้เพื่อรอเวลาปลงผมแล้ว ส่วนตัวเธอนั้นก็ห่มขาวเรียบร้อย หลังจากที่ถ่ายภาพนี้ ทำให้ตัวเองต้องไปหลบมุมที่เสาข้างหนึ่ง เพราะว่ามันปลาบปลื้มใจเหลือเกิน ที่คนๆ หนึ่งจะได้บวช ได้ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ซึ่งได้เฉพาะเพศชายเท่านั้น หลวงพ่อทำพิธีปลงผมให้ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่จอมโจรอุตสาห์สอบถาม ทั้งยังจดชื่อน้องเขาไว้ แต่ปรากฏว่าเขียนแล้วอ่านไม่ออก พยายามนั่งแกะตัวหนังสือที่ตัวเองเขี่ยๆ ก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า น้องเขาชื่ออะไร แต่ให้รู้ไว้เถอะว่า หน้าแบบนี้แหละคือหน่อเนื้อทางพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้น . . . . . . คุณแม่กับคุณลูกที่ได้มาบวชพร้อมกัน จอมโจรเข้าไปถามแม่ของน้องเขาว่า ทำไมถึงตัดสินใจให้ลูกมาบวช คุณแม่บอกว่า ที่ให้ลูกมาบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดา เพราะบิดาเพิ่งจะเสีย เลยอยากให้ลูกมาบวช ส่วนตัวเธอเองนั้นก็ขอบวชชีพราหมณ์ให้กับผู้เป็นสามีด้วย แรกพบสบตา เป็นภาพแรกที่เจอกับน้องๆ แบบจังๆ รู้สึกถูกชะตาทันที เห็นกล้องเป็นไม่ได้เล้ยยยย!!! นอกจากจะมีน้องๆ มาบวชสามเณรจำนวน 14 คนแล้ว ยังมีเด็กผู้หญิง 2 คน มาร่วมบวชเนกขัมมจารีในครั้งนี้ด้วย นั่นคือ น้องซิม กับ น้องมินท์ จอมโจรถามน้องซิม (เสื้อสีชมพู) ว่าทำไมน้องซิมถึงมาบวชน้องซิมบอกว่า ไม่มีอะไรทำเลยมาบวช ดีกว่าไปทำอย่างอื่น อีกอย่างจะได้มีเพื่อน และได้ศึกษาธรรมะระหว่างปิดภาคเรียนด้วย คุณอำพร ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเด็กทั้งสาม บอกว่า ตั้งใจจะให้หลานๆ บวชอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะเป็นวัดไหน พอดีเห็นใบปลิวจากวัด เลยเข้าไปถามความสมัครใจของหลานๆ "จริงๆ พี่ชอบทำบุญอยู่แล้ว เวลาไปทำบุญพี่จะพาเด็กๆ ไปทำบุญด้วย และคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากให้หลานๆ บวช แต่ไม่รู้ว่าจะบวชวัดไหน พอดีได้ใบปลิวจากวัดแรก เลยตัดสินใจไปบอกหลาน ซึ่งก็ดีใจนะที่เขามาบวช" คุณอำพรบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม ด้านน้องพี (เสื้อแดง) อายุ 10 ขวบ อยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ บอกว่า หลังจากที่น้ามาถามว่าจะบวชไหม ก็บอกน้าว่าบวช แต่อยากให้ชวนเพื่อนมาบวชเป็นเพื่อนด้วย พอไปบอกเขาก็มากัน และมาสมัครตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ตอนมาสมัครไม่เห็นใครเลย มีแต่เด็กผู้หญิงสองคนที่มาบวชชี ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกก่อนจะแปลงโฉม ก่อนที่งานบวชจะเริ่มขึ้นในเวลา 13.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2551 นั้น บรรดาพ่อแม่พี่น้องของเณรต่างหอบหิ้วภัตตาหารมาให้ลูกหลานได้รับประทานก่อนที่จะเริ่มพิธีบวช ผู้ปกครองของบุตรหลานต่างช่วยกันตระเตรียมภัตตาหารสำหรับถวายพระ ผลไม้ ขนมนมเนย สำหรับพระภิกษุสงฆ์และนาค หลวงพ่อชื่น เจ้าอาวาสวัดแรก ของเณรน้อย สำหรับโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบวชถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระพี่นางเธอฯ และวันมหาจักรี รัชกาลที่ 1 ภายหลังที่รับประทานอาหารเรียบร้อย พระอาจารย์ต่างเรียกนาคให้มารวมตัว เพื่อที่จะเดินแห่นาครอบอุโบสถก่อนที่ฝนจะตก แต่ทว่าเมื่อนาคก้าวเท้าออกจากสถานที่ พญานาคตัวจริง (ที่มองไม่เห็น) เริ่มพ่นน้ำทันที เหมือนกับรอจังหวะนี้มานานแสนนาน ทั้งนาคทั้งคนถือจีวรต่างเปียกปอนไปหมด หลังจากที่แห่นาคเป็นที่เรียบร้อยด้วยบรรยากาศรีบๆ ก็ไม่รู้จะรีบแล้วทำไม เพราะไหนๆ มันก็เปียกแล้ว แต่เนื่องจากว่าเป็นห่วงเณรที่ยังเด็กอยู่ จะป่วยก่อน เณรเป็นใครไม่รู้ แต่ ณ เวลานี้เขามากราบขอขมา หัวใจตอนนั้นมันพองโต ทั้งยังมีน้ำตาอาบแก้ม ขนาดเราไม่ใช่เป็นญาติโกโหติกายังปลื้มกับงานบวชของคนกลุ่มๆ หนึ่งได้ขนาดนี้ แล้วพ่อแม่ที่อนุญาตให้เขามาบวช ไม่รู้จะปลื้มใจขนาดไหน หลวงพ่อชื่นกล่าวรายงานแด่พระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อชื่น กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการบวชสามเณรและที่มาของการจัดทำโครงการว่า โครงการบวชสามเณรที่ทางวัดแรกจัดขึ้นนั้น ได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2533 ซึ่งถึงวันนี้เป็นเวลา 19 ปีแล้วที่ทางวัดจัดมา เณรตั้งใจเปล่งคำขอบวช เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง, สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง ทุติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง, สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง ตะติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง, สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง สามเณรถวายดอกบัวแด่พระอุปัชฌาย์
จากนั้นพระอุปัชฌาย์ ได้ให้โอวาทแก่สามเณร ตอนหนึ่งว่า ตอนนี้เราได้บวชเป็นสามเณรแล้ว ก็อยากให้บวชทั้งกายและใจ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และต่อไปนี้พวกเราจะนอนตื่นสายไม่ได้แล้ว เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำวัตรเช้า คิดว่าอีกสักสองสามวันหลวงพ่อ (วัดแรก) คงจะนำพวกเราไปเดินบิณฑบาตร โปรดพ่อแม่พี่น้องที่ได้ส่งเรามาบวชเรียน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มีสามเณรมาบวชน้อย นอกจากนี้ หลวงพ่อยังกล่าวเตือนเรื่องสำคัญๆ แก่สามเณรใหม่ด้วยว่า ตอนนี้เราบวชแล้วเรื่องโยมผู้หญิงอย่าเข้าใกล้ เพราะนอกเขาจะบาปเราก็จะบาปด้วย อีกอย่างคือเรื่องฝืนไฟ อย่าเอาไม้ขีด ไฟแช็คไปเล่นในห้อง ถ้าอยากจุดก็ให้จุดบริเวณนี้ (บริเวณทำพิธี) ที่สำคัญอย่าออกนอกบริเวณวัด อยากจะกระโดดโลดเต้น ตีลังกงตีลังกา ก็ขอให้อยู่ในวัดกันนะ
หลังจากที่สามเณรบวช พระอาจารย์ได้ให้เณรมานั่งเรียงแถว เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องได้ถวายปัจจัยหรือข้าวของต่างๆ แด่สามเณรบวชใหม่ สามเณรใหม่รายงานตัวครับ
สามเณรริว อายุ 7 ขวบ เด็กที่สุดในบรรดาสามเณร สามเณรริว อายุ 10 ขวบ
หนึ่งวันได้ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับกิจกรรมการบวชสามเณร ช่วงเวลาแป๊บเดียวทำให้รู้จักสามเณรเพิ่มขึ้นอีกตั้งเยอะ และอยากให้ถึงเดือนหน้าไวๆ เพราะรู้สึกหิวกระหายอยากเลี้ยงภัตตาหารสามเณรเหลือเกิน แต่เวลานี้คงทำได้เพียงมองหน้าเณรในรูปไปพลางๆ ถ้ามีลูกมีหลานสงสัยไม่พลาดที่จะส่งไปบวชแน่นอน หวังว่าปิดเทอมใหญ่นี่ หัวใจของเด็กๆ จะเบิกบานไปด้วยทางแห่งสายธรรม และโยมพี่ขออนุโมทนาด้วยนะครับน้องเณร |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||