• ชายคลอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anuthon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 6342
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
ณ ชายคลอง
..มิใช่หวง..แต่ห่วงใย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/KTW
วันศุกร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2550
ชวนไป..ทำบุญไหว้พระที่อยุธยา
Posted by ชายคลอง , ผู้อ่าน : 457 , 21:18:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวบล็อกทุกคน.วันนี้มาพร้อมกับสายลมหนาวยามเช้า
จะชวนเพื่อน ๆ ไปไหว้พระทำบุญ ที่อยุธยา  เมื่อวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา..
ผมมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระ 9 วัด ที่อยุธยา กับทัวร์ของ ขสมก. ที่จัดขึ้น
ทุก
วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ...ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่ผมมีโอกาสเดินทาง
ไปไหว้พระที่กรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา

เพื่อน ๆ ชาวบล็อกหลายคน คงมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระ 9 วัด
ที่อยุธยามาบ้างแล้ว ผมรู้สึกภูมิใจแทนชาวอยุธยา
ที่ได้เกิดบนแผ่นดิน
ที่มีความเจริญรุ่งเรือง

ตลอดเวลา 417 ปี ที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย
มิได้เพียงช่วงแห่งความเจริญสูงสุดของชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็น
การสร้างสรรค์อารยธรรมของหมู่มวลมนุษย์ชาติ
ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่
นานาอารยประเทศอีกด้วย
แม้ว่ากรุงศรีอยุธยา ถูกทำลายเสียหาย
จากการสงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน
และจากน้ำมือการบุกรุกขุดค้น
ของพวกเรากันเองแล้ว

ส่วนที่ปรากฏในปัจจุบัน ยังมีร่องรอยหลักฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นอัจฉริยภาพ
ความสามารถยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักร ผู้อุทิศตนสร้างสรรค์
ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม และความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย
หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล เป็นที่น่ายินดีว่า ยูเนสโก้ (UNESCO)
โดยคณะกรรมการมรดกโลก
มีมติรับนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุม
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใจกลางกรุงศรีอยุธยา ได้รับการจัดตั้งเป็น
"อุทยานประวัติศาสตร์"

มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534
ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์
สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย
และกำแพงเพชร ซึ่งจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครอง
ตามอนุสัญญาที่ประเทศต่าง ๆ
ได้ทำร่วมกัน จึงสมควรที่อนุชนคนรุ่นหลัง
น่าที่จะได้ไปศึกษาเยี่ยมชม
เมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้ 

  
วัดหน้าพระเมรุ


วัดหน้าพระเมรุ  เป็นเพียงวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยา ที่รอดจากการถูกเผาทำลาย
อย่างไม่น่าเชื่อ  บันทึกที่วัดหน้าพระเมรุ ระบุว่า เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้พระราชวังหลวง
และพม่ายังได้ใช้วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งกองทัพ ทำให้ไม่ถูกทำลายด้วยประการทั้งปวง
ด้วยเหตุนี้วัดหน้าพระเมรุ จึงยังคงมีงานศิลปกรรมของสมัยอยุธยาแท้ ๆ ตกทอด
มาให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ชมกันจนทุกวันนี้

มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสำริด ภายนอกฉาบด้วยปูน
ลงรักปิดทองปางมารวิชัยทรงเครื่องพระมหากษัตริย์ ปางมารวิชัย คือเป็นตอนที่
องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสำเร็จพระอรหันต์ นิ้วจรดลงไปที่พื้น เพื่อให้พระแม่ธรณี
เป็นพยานว่า พระองค์ตรัสรู้แล้ว
พระอุโบสถมีส่วนยาวและกว้างมาก ไม่มีหน้าต่าง
อย่างพระอุโบสถทั่วไป
พระพุทธรูปองค์นี้มีพระนามว่า พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลี-
ศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ หรือ พระพุทธนิมิตฯ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่
ที่สุด และพระพุทธรูปทรงเครื่ององค์นี้มีพระลักษณะสวยงามมาก พระนามบ่งชัดถึง
พระลักษณะอันพิเศษ มีพระอภินิหารเป็นสรณะที่พึ่งที่เคารพอย่างยิ่งแก่โลกทั้ง
3
เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และคุ้มครองบ้านเมือง ทำให้ข้าศึกเกิดความเกรงกลัว
ไม่ทำลายวัดนี้ เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

พระคันธารราฐ ที่ประทับอยู่ในวิหารวิหารสรรเพชญ์ หรือวิหารเขียน หรือวิหารน้อย 
ตั้งอยู่ข้างพระอุโบสถ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่
3 ได้ทรงโปรดเกล้าให้
พระยาไชยวิชิต
(เผือก) เป็นแม่กองบูรณะ ปฏิสังขรณ์ และได้อัญเชิญพระคันธารราฐ พระพุทธรูป
ศิลาเขียวสมัยทวารวดี ปางปฐมเทศนา ประทับห้อยพระบาท พระยาไชยวิชิต
(เผือก)
จารึกว่าอัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุในอยุธยานั้นเอง และทว่ามีบันทึกในสมัยรัชกาลที่
5
ว่าเดิมอยู่ที่วัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม
พระพุทธรูปศิลาสมัยทวารวดีเช่นพระคันธารราฐ
ปรากฏในโลกเพียงหกองค์เท่านั้น คือ วัดพระปฐมเจดีย์
3 องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
เจ้าสามพระยา(อยุธยา)
1 องค์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย 1 องค์ และที่วัดหน้าพระเมรุนี้
อีก
1 องค์ ซึ่งกล่าวกันว่าเดิมพระคันธารราฐ เป็นพระพุทธรูปศิลาสีเขียว แต่เนื่องจาก
ผ่านกาลเวลามานานจึงทำให้กลายเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งปัจจุบันดูคล้าย
เป็นสีดำ แต่ถ้าลองไปดูใกล้ๆแล้วจะเห็นเป็นเม็ดเล็กๆสีเขียว เพราะทำจากหินทราย
แกะสลัก เชื่อกันว่าหากสักการบูชาแล้วจะอายุยืน มั่นคงดั่งศิลา
หน้าบันของ
พระอุโบสถ งานแกะสลักไม้อันสวยงาม 
 
วัดหน้าพระเมรุ เป็นวัดเดียวในพระนครศรีอยุธยาที่รอดพ้นจากการเผาทำลาย
ของพม่าเมื่อครั้งเสียกรุง แต่เป็นเพียงวัดหนึ่งในอีกหลายๆวัดในจังหวัดอยุธยา
เมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัดวาอารามที่ควรค่ายิ่งต่อการอนุรักษ์ รักษาไว้สืบต่อไป

วัดภูเขาทอง

 

 วัดภูเขาทองนี้ หนังสือคำให้การชาวกรุงเก่ากล่าวว่า สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้าง
เมื่อพ.ศ.
1930 ครั้นบุเรงนองยกมาตีกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2112 ได้สร้างพระเจดีย์
ภูเขาทองใหญ่แบบมอญขึ้นไว้เป็นที่ระลึกที่วัดนี้ ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
โปรดเกล้าฯให้ซ่อมแซมองค์พระเจดีย์ตอนบนเปลี่ยนจากเจดีย์แบบมอญเป็นเจดีย์ไทย
ย่อมุมไม้สิบสองฝีมือช่างไทย ฝีมือช่างมอญเดิมจึงปรากฏเหลือเพียงฐานทักษิณส่วนล่าง
เท่านั้น เจดีย์ภูเขาทองจึงมีลักษณะสถาปัตยกรรมสองแบบผสมกัน ปัจจุบันกรมศิลปากร
ได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้า

บริเวณด้านหน้าวัดภูเขาทอง

วัดท่าการ้อง


วัดท่าการ้องเป็นวัดเก่าแก่ในสมัยอยุธยาตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ทางทิศตะวันตก

ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาท่ามกลางชุมชนอิสลาม ซึ่งเป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่

กลางชุมชนอิสลามล้อมรอบ ที่มีความรักสามัคคีกันกับชาวพุทธที่อยู่ใกล้เคียงกัน  

วัดท่าการ้องมีอุโบสถ  กว้าง  ๑๑  เมตร  ยาว  ๒๒  เมตร  บูรณะเมื่อปี 

พุทธศักราช  ๒๕๐๘  เป็นอุโบสถแบบก่ออิฐถือปูน หน้าบัน และบายเครื่องบน

เป็นไม้จำหลัก  ซุ้มประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นบานประตูเขียนลวดลายรดน้ำ

รูปเสี้ยวกางประทับขืนบนหลังสิงโตจีช่องลมระเบียง  ด้านหน้าอุโบสถประดับ

เครื่องเคลือบเขียวมีกำแพงแก้ว  ล้อมรอบอุโบสถเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมศิลปะสมัย

รัตนโกสินทร์ทรงไทยไม้สัก  ภายในอุโบสถมีพระประธานสมัย  อยุธยาที่เก่าแก่

และศักดิ์สิทธิ์  มีประชาชนที่เคารพนับถือเป็นอย่างมากคือ  "หลวงพ่อรัตนมงคล"

หรือหลวงพ่อยิ้ม

หลวงพ่อรัตนมงคลหรือหลวงพ่อยิ้ม ภายในอุโบสถ

ภายในบริเวณวัดที่จัดอย่างสวยงามเฉพาะอย่างยิ่งห้องน้ำสะอาด
และสวยงามด้วยดอกไม้นานาชนิด ไปทำบุญที่วัดแล้วอย่างลืมแวะชม ห้องน้ำด้วย.ครับ

 

วัดธรรมิกราช

 

 

 วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา สร้างโดยพระมเหสีของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ขณะทรงพระครรภ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พระเศียรพระธรรมิกราช

สูง 2 เมตร กว้าง 1.40 เมตร ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยา

และมีเจดีย์ที่มีสิงค์ล้อมรอบ และไปสักการะพระขาวซึ่งเป็นพระประธานของวัด พร้อมกับขอพรจากพระพุทธรูปเสี่ยงทาย 3 องค์ คือ องค์ที่1หน้าที่การงาน

องค์ที่ 2 คู่ครอง องค์ที่3 โรคภัยไข้เจ็บ

 

 

ส่วนพระพุทธรูปองค์ที่น่าสนใจในปัจจุบันก็คือ พระพุทธไสยาสน์องค์ ใหญ่

ลักษณะนอนขวางในวิหารหลังเล็ก  ซึ่งใครที่มาไหว้พระที่วัดธรรมิกราชนั้นจะมีเมตตามหานิยมและช่วยคุ้มครองรักษา โรคภัยอันตรายให้กับตัวเรา 

 ไหว้วัดแห่งนี้แล้วจะอยู่ยงคงกระพัน เติบโตในหน้าที่การงาน

 

 

 พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ลักษณะนอนขวางและรอยพระพุทธบาทในวิหารหลังเล็ก

เจดีย์โบราณที่มีสิงค์ล้อมรอบซึ่งมีลักษรธใบหน้าที่แตกต่างกัน

วัดกำลังสร้างเศียรจำลองพระเศียรพระธรรมิกราช สูง 2 เมตร กว้าง 1.40 เมตร

เท่ากับของจริงเพื่อประดิษฐานไว้ที่วัด

 

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

 

อยู่นอกเกาะเมืองตรงข้ามกับเจดีย์พระศรีสุริโยทัย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  

วัดนี้เดิมชื่อ “วัดกษัตรา” หรือ “วัดกษัตราราม” เป็นวัดโบราณในสมัย

กรุงศรีอยุธยาพระ-ปรางค์ใหญ่เป็นประธานหลักของวัด และยังมีพระอุโบสถ

สมัยอยุธยาซึ่งมีลายสลักไม้เป็นดาวเพดานงดงามมาก  เป็นวัดที่มีความสวยงามมาก 

 
วิหารพระมงคลบพิตร

 

 พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง

9.55เมตรและสูง12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

ราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อพ.ศ.2145สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม

โปรดเกล้าฯให้ย้ายจากทิศตะวันออกนอกพระราชวังมาไว้ทางด้านทิศตะวันตก

ที่ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบัน และโปรดเกล้าฯให้ก่อมณฑปสวมไว้ ในสมัยสมเด็จ

พระเจ้าเสือ ผ่าลงมาไหม้เครื่องบนพระมณฑปเกิดไฟไหม้ทำให้ส่วนบนของ

องค์พระมงคลบพิตรเสียหายจึงโปรดเกล้าฯให้ซ่อมแซมใหม่ แปลงหลังคา

ยอดมณฑปเป็นหลังคาพระวิหารธรรมดาแทน ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟไหม้ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้การปฏิสังขรณ์ใหม่

 

พระเศียรพระพุทธรูปโบราณที่ตั้งไว้ภายในวิหารพระมงคลบพิตร

 

วัดตูม

 


วัดตูมพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดโบราณ สร้างมาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และเคยเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งเมื่อคราวเสียกรุงใน พ.ศ.2310 จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 จึงได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งมาแต่ในรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

 

หลวงพ่อสุขสัมฤทธิ์ หรือ หลวงพ่อสุข พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะ

แปลกประหลาดกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆในประเทศไทยคือ

ที่พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้ พระเกศมาลาทอดได้

ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมา

ตลอดเวลา เหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ รับประทานได้

โดยตักออกมาจนแห้งก็ยังมีซึมออกมาอีก ชาวบ้านนับถือกันมาก

 

ข้อมูลต่างๆที่นำมาเขียนประกอบเรื่องได้จากเว็บไซด์ต่าง ๆ

ขอขอบคุณผู้เขียนทุกท่าน มา ณ.ที่นี้ด้วยครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
กัสโต้ วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

HAPPY VALENTINE ' S DAY
ความคิดเห็นที่ 5
กัสโต้ วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 13.29 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

พาไปที่อื่นมั่งเถอะนะ ขอร้อง
ความคิดเห็นที่ 4
กัสโต้ วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 20.17 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขนะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 3
กัสโต้ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

ดีจัง ไปทัวร์แบบนี้ วันหลังจะตามรอยไปเที่ยวนะคะ

ขอบคุณที่นำภาพสวย ๆ มาฝาก
ความคิดเห็นที่ 2
น้องนิเทศน์ วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 13.20 น.
http://www.oknation.net/blog/tomorrow

แหม ข้อมูลเพียบ หนาปึ๊ก ถ้ามีโอกาสได้ไป(อีก) โดยเฉพาะไปกับคนรู้ใจ เพราะได้ข่าวว่ามีการตอบปัญหาชิงของขลัง เอ๊ย ..รางวัล หลังจากตอบปัญหาแล้วยกให้ยิ่งชอบใหญ่ ...ที่สำคัญไปแล้วยังได้ช่วยกันทำบุญสร้างโบสถ์ วิหาร ได้บุญได้กุศล จนกระเป๋าแฟบไม่รู้ตัว
ความคิดเห็นที่ 1
ไอดิน-กลิ่นฝน วันที่ : 17/11/2007 เวลา : 17.32 น.
http://www.oknation.net/blog/SHOWGirls
เด็กฉลาด ชาติเจริญ

รูปสวยจัง ข้อมูลเพียบ เหมือนได้ไปเที่ยวเองเลย
วัดท่าการ้อง ยังไม่เคยไปค่ะ แต่ได้ยินคำร่ำลือเรื่อง
ห้องน้ำสวยสะอาดมาหลายครั้งแล้ว เขาบอกว่า
นอนได้เลย ว่าจะไปอยู่เหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30