พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวบล็อกทุกคน.วันนี้มาพร้อมกับสายลมหนาวยามเช้า เพื่อน ๆ ชาวบล็อกหลายคน คงมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระ 9 วัด ตลอดเวลา 417 ปี ที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย ส่วนที่ปรากฏในปัจจุบัน ยังมีร่องรอยหลักฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นอัจฉริยภาพ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534
มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสำริด ภายนอกฉาบด้วยปูน
พระคันธารราฐ ที่ประทับอยู่ในวิหารวิหารสรรเพชญ์ หรือวิหารเขียน หรือวิหารน้อย
วัดภูเขาทอง
วัดภูเขาทองนี้ หนังสือคำให้การชาวกรุงเก่ากล่าวว่า สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้าง บริเวณด้านหน้าวัดภูเขาทอง วัดท่าการ้อง
ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาท่ามกลางชุมชนอิสลาม ซึ่งเป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่ กลางชุมชนอิสลามล้อมรอบ ที่มีความรักสามัคคีกันกับชาวพุทธที่อยู่ใกล้เคียงกัน วัดท่าการ้องมีอุโบสถ กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๒ เมตร บูรณะเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๐๘ เป็นอุโบสถแบบก่ออิฐถือปูน หน้าบัน และบายเครื่องบน เป็นไม้จำหลัก ซุ้มประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นบานประตูเขียนลวดลายรดน้ำ รูปเสี้ยวกางประทับขืนบนหลังสิงโตจีช่องลมระเบียง ด้านหน้าอุโบสถประดับ เครื่องเคลือบเขียวมีกำแพงแก้ว ล้อมรอบอุโบสถเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมศิลปะสมัย รัตนโกสินทร์ทรงไทยไม้สัก ภายในอุโบสถมีพระประธานสมัย อยุธยาที่เก่าแก่ และศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนที่เคารพนับถือเป็นอย่างมากคือ "หลวงพ่อรัตนมงคล" หรือหลวงพ่อยิ้ม
หลวงพ่อรัตนมงคลหรือหลวงพ่อยิ้ม ภายในอุโบสถ
ภายในบริเวณวัดที่จัดอย่างสวยงามเฉพาะอย่างยิ่งห้องน้ำสะอาด
วัดธรรมิกราช
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา สร้างโดยพระมเหสีของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ขณะทรงพระครรภ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พระเศียรพระธรรมิกราช สูง 2 เมตร กว้าง 1.40 เมตร ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยา และมีเจดีย์ที่มีสิงค์ล้อมรอบ และไปสักการะพระขาวซึ่งเป็นพระประธานของวัด พร้อมกับขอพรจากพระพุทธรูปเสี่ยงทาย 3 องค์ คือ องค์ที่1หน้าที่การงาน องค์ที่ 2 คู่ครอง องค์ที่3 โรคภัยไข้เจ็บ
ส่วนพระพุทธรูปองค์ที่น่าสนใจในปัจจุบันก็คือ พระพุทธไสยาสน์องค์ ใหญ่ ลักษณะนอนขวางในวิหารหลังเล็ก ซึ่งใครที่มาไหว้พระที่วัดธรรมิกราชนั้นจะมีเมตตามหานิยมและช่วยคุ้มครองรักษา โรคภัยอันตรายให้กับตัวเรา ไหว้วัดแห่งนี้แล้วจะอยู่ยงคงกระพัน เติบโตในหน้าที่การงาน
พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ลักษณะนอนขวางและรอยพระพุทธบาทในวิหารหลังเล็ก
เจดีย์โบราณที่มีสิงค์ล้อมรอบซึ่งมีลักษรธใบหน้าที่แตกต่างกัน
วัดกำลังสร้างเศียรจำลองพระเศียรพระธรรมิกราช สูง 2 เมตร กว้าง 1.40 เมตร เท่ากับของจริงเพื่อประดิษฐานไว้ที่วัด
วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
อยู่นอกเกาะเมืองตรงข้ามกับเจดีย์พระศรีสุริโยทัย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดนี้เดิมชื่อ วัดกษัตรา หรือ วัดกษัตราราม เป็นวัดโบราณในสมัย กรุงศรีอยุธยาพระ-ปรางค์ใหญ่เป็นประธานหลักของวัด และยังมีพระอุโบสถ สมัยอยุธยาซึ่งมีลายสลักไม้เป็นดาวเพดานงดงามมาก เป็นวัดที่มีความสวยงามมาก
พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55เมตรและสูง12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อพ.ศ.2145สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้าฯให้ย้ายจากทิศตะวันออกนอกพระราชวังมาไว้ทางด้านทิศตะวันตก ที่ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบัน และโปรดเกล้าฯให้ก่อมณฑปสวมไว้ ในสมัยสมเด็จ พระเจ้าเสือ ผ่าลงมาไหม้เครื่องบนพระมณฑปเกิดไฟไหม้ทำให้ส่วนบนของ องค์พระมงคลบพิตรเสียหายจึงโปรดเกล้าฯให้ซ่อมแซมใหม่ แปลงหลังคา ยอดมณฑปเป็นหลังคาพระวิหารธรรมดาแทน ในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรถูกไฟไหม้ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้การปฏิสังขรณ์ใหม่
พระเศียรพระพุทธรูปโบราณที่ตั้งไว้ภายในวิหารพระมงคลบพิตร
วัดตูม
หลวงพ่อสุขสัมฤทธิ์ หรือ หลวงพ่อสุข พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะ แปลกประหลาดกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆในประเทศไทยคือ ที่พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้ พระเกศมาลาทอดได้ ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมา ตลอดเวลา เหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ รับประทานได้ โดยตักออกมาจนแห้งก็ยังมีซึมออกมาอีก ชาวบ้านนับถือกันมาก
ข้อมูลต่างๆที่นำมาเขียนประกอบเรื่องได้จากเว็บไซด์ต่าง ๆ ขอขอบคุณผู้เขียนทุกท่าน มา ณ.ที่นี้ด้วยครับ
|
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |