• คนช่างติ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Veerayut9199@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-15
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 2984
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
คนช่างติ
บล็อกนี้ติไม่เก่ง แค่เล็งดูสิ่งต่างๆ อาจมีคนดูน้อยบ้าง แต่รู้ว่าบอร์ดข้างๆคงเข้ามาดู.....555
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Khonchangti
วันพุธ ที่ 19 กันยายน 2550
คำตอบแด่คนไม่รู้จักตนเอง......
Posted by คนช่างติ , ผู้อ่าน : 116 , 13:24:58 น.  
พิมพ์หน้านี้


มีท่านนึงตั้งกระทู้ได้น่าสนใจยิ่งนักในเว็บพันธุ์ทิพย์ ผมเลยเกิดความรู้สึกอยากตอบจังเลย

ท่านถามไว้ว่า

นิพพานมีจริงหรือป่าว ?

ผมมีปัญาหาอยู่ในใจมากเลย ในความคิดเห็นของผมนั้นมั่นใจมากว่าตายแล้วสูญ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเวียนว่ายตายเกิด เพราะฉะนั้นมันต้องไม่มีอยู่จริง ใช้สามัญสำนึกคิดดู แน่นอนมันไม่มีอยู่จริง ตายแล้วสูญเราก็เหมือนสัตว์โลกอื่นๆที่เกิดมาแล้วก็ต้องตายไป ดังนั้นก็ไม่มีทางไหนที่นิพพานจะมีจริง เพราะตายแล้วสูญ ผมไม่ชอบมากที่มีคนมักมาเถียงแบบถูไถไปเรื่อย ยอมรับกันสักทีเถอะว่าคิดไปเอง ไม่ต้องมาตอบแบบเปรียบเปรยนะว่านิพพานคือความสุขถ้ามีความสุขก็นิพพานแล้ว แล้วคนมาบอกว่าต้องปฏิบัติเองแล้วจะรู้มันไม่มีเหตุผลเลย ถ้ามันมีอยู่จริงคนไปเห็นแล้วมาบอกเอาเหตุผลมาให้ดู ตรึกตรองด้วยตนองก็จะพอทราบได้ อย่างเช่นว่าสมมุติคุณไม่เคยเห็นภาพถ่ายโลกจากนอกโลก เป็นทรงกลมมาก่อน แต่มีคนมาบอกคุณว่าโลกกลมนะ คุณก็ใช้เหตุผลมาพิจารณาว่าโลกกลมนั้นสามารถอธิบายปรากฎการกลางวันกลางคืนได้ อธิบายเรื่องนำขึ้นนำลงได้ อธิบายการเห็นพระอาทิตย์ในเวลากลางวัน และเห็นดวงจันทร์ เวลากลางคืนได้ แค่นี้คุณก็เชื่อได้แล้วว่าโลกมันกลม แล้วอย่างนิพพานหล่ะ มันสมเหตุสมผลหรือ ก็ถ้าตายแล้วสูญแค่นี้ก็ขัดกับการมีอยู่ของนิพพานแล้ว นิพพานก็มีอยู่แต่ในพระไตรปิฎก ไม่มีอยู่จริงหรอก คุณลองคิดดูดีดีทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นเหตุเป็นผลเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน ยอมรับความจริงเสียที อย่าหลงผิดไปจนตายเลยนะ ถ้าคนจะมาอภิปรายกับผมกรุณาเขียนด้วยว่าตายแล้วสูญหรือไม่สูญและก็อธิบายการมีอยู่จริงของนิพพานมา ไม่เอากำกวม ไม่เอามาด่าว่าผมโง่นะ คุยกันด้วยเหตุและผล จะรอคำตอบครับ ปล.มันเจ็บใจมากที่เราเห็นอะไรชัดแจ้งอยู่แล้ว แต่คนอื่นกลับมองไม่เห็น

ผมตอบท่านไปว่า

ก่อนอื่น ท่าน จขกท. คาดหวังว่า " ถ้าคนจะมาอภิปรายกับผมกรุณาเขียนด้วยว่าตายแล้วสูญหรือไม่สูญและก็อธิบายการมีอยู่จริงของนิพพานมา ไม่เอากำกวม ไม่เอามาด่าว่าผมโง่นะ คุยกันด้วยเหตุและผล จะรอคำตอบครับ"
ในขณะที่คำของท่าน ( ผมขออนุญาตตอบทีละคำตอบเลยนะครับ )
" เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเวียนว่ายตายเกิด "
- อย่าตอบว่าเราครับ มีแค่ท่านในขณะที่พิมพ์ ท่านรู้ได้เช่นไรว่าคนอื่นเค้าคิดแบบที่ท่านคิด
"  เพราะฉะนั้นมันต้องไม่มีอยู่จริง ใช้สามัญสำนึกคิดดู แน่นอนมันไม่มีอยู่จริง ตายแล้วสูญเราก็เหมือนสัตว์โลกอื่นๆที่เกิดมาแล้วก็ต้องตายไป "
- ท่านเล่นพูดเองเออเองเอาง่ายๆเลยนะครับ สามัญสำนึกที่ท่านว่า อยู่แค่ในระดับจิตสำนึกทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นเอง แต่นิพพานนั้นเป็นสัจธรรม หาใช่ปรัชญา สัจธรรมคือไม่สามารถถกเถียงต่อได้ เป็นความจริงโดยบริบูรณ์ แต่ปรัชญานั้นเถียงกันคอเป็นเอ็ม เพราะ ไม่ใช่ความเป็นจริงโดยแท้ ตัวอย่างเช่น สัจธรรมคือ เกิดมาต้องตาย แต่ปรัชญาคือ ตายแล้วไปไหน แน่ล่ะ คนนึงบอกไปสวรรค์ คุณบอกตายแล้วสูญ ผมบอกนิพพานมีจริง อย่าเพิ่งตั้งแง่นะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อครับ " ตายแล้วสูญเราก็เหมือนสัตว์โลกอื่นๆที่เกิดมาแล้วก็ต้องตายไป " ประโยคนี้ก็เช่นกันครับ เป็นปรัชญาล้วนๆ คือมีความเห็นส่วนตัวแทรกมาน่ะครับ "ตายแล้วสูญ" ไงครับ
"  ผมไม่ชอบมากที่มีคนมักมาเถียงแบบถูไถไปเรื่อย ยอมรับกันสักทีเถอะว่าคิดไปเอง ไม่ต้องมาตอบแบบเปรียบเปรยนะว่านิพพานคือความสุข "
- นี่ก็ปรัชญา
" แล้วคนมาบอกว่าต้องปฏิบัติเองแล้วจะรู้มันไม่มีเหตุผลเลย ถ้ามันมีอยู่จริงคนไปเห็นแล้วมาบอกเอาเหตุผลมาให้ดู ตรึกตรองด้วยตนองก็จะพอทราบได้"
- นิพพานคือสภาวะไร้ตัวตน ไม่ใช่แก้วเบียร์ที่จะยกมาให้เห็น ถามว่า คุณเห็นเชื้อโรคไหมครับ ลองถามดู แล้วคุณหาคำตอบเอา ว่าโลกเรามีเชื้อโรคไหมครับ ทางที่จะเห็นเชื้อโรค คือต้องใช้เครื่องมือ คือกล้องจุลทรรศน์ในการส่องดู แล้วคุณจะเห็นเชื้อโรคครับ เทียบกับนิพพาน
หากคุณบอกไม่มีนิพพาน คุณเคยใช้เครื่องมือคือการปฏิบัติวิปัสสนา ดูใจตนเองมั้ย ถ้าไม่เคยคุณก็คือคนที่บอกคนอื่นว่า ไม่มีเชื้อโรคอยู่นะ แต่ก็ไม่เคยนึกจะส่องดู นี่คุณลองดูตนเองสิครับ แล้วคุณเอาเหตุผลไรมาบอกว่า เชื้อโรคไม่มี ลองทำตามดูครับ
คุณบังคับได้มั้ยให้ตนเองหลับตานิ่งๆ 1 นาที เอาแบบใน 1 นาทีนี้ ห้ามขยับตัวเลยนะ ถ้าคุณทำได้ ผมจะกราบคุณเลย เพราะกายคนเรานั้นไม่มีวันนิ่งได้ คุณลองจับท้องคุณสิ มันเคลื่อนตลอดเวลาตราบเท่าที่คุณหายใจเข้าไปครับ พระพุทธเจ้าถึงตรัสว่า " อิริยาบถ ปิดบังความทุกข์ และสัจธรรมที่แท้จริงของมนุษย์ " คุณนั่งสมาธืดูสิ สัก30 นาทีผ่านไป คุณจะปวดแสนสาหัส มนุษย์ทั่วไป ทำได้คือการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ เมื่อยก็ไปเข้าสปา ทำทุกอย่างให้กายสบาย แต่ไม่เคยคิดว่าเมื่อเกิดความสบาย คุณลองเปรียบกับตอนมันปวดสิ นั่นแหละ มันทำให้คุณคิดได้นะว่า เอ้อ เมื่อกี๊ปวด ตอนนี้หายปวด ใจสบายขึ้น แต่มันไม่เที่ยงปวดได้ก็หายได้ ร่างกายเราบังคับไม่ได้นี่หน่า นี่คือสภาวะปัญญา นำไปซึ่งการหลุดพ้นคือนิพพาน นิพพานคือสภาวะที่วางใจจากเหตุทุกอย่างได้แล้วโดยใจไม่สุขและทุกข์ เข้าใจสภาวะตามสัจธรรม
แต่เกิดมีคนเถียงว่า ร่างกายเราบังคับได้สิ เมื่อก็บังคับให้เปลี่ยน คุณลองมาคลุกคลีกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายกับผมมั้ย มาเป็นอาสาสมัคร เวลาเห็นผู้ป่วยทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส คุณจะเข้าใจว่า ที่ทรงตรัสว่า " สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ " เป็นปรัชญาหรือสัจธรรม ถ้าคุณวางใจไม่เป็นแล้ว ทำตามใจตน ไม่เคยคิดหรือพิจารณา กาย ใจ ของตนเองแล้ว เมื่อเวลาที่คุณเกิดโชคร้ายเป็นผู้ป่วยเหล่านั้น คุณลองบอกตัวเองสิว่า คุณจะทำอย่างไร ในสถานการณ์ที่แม้แต่ฉีดมอร์ฟีนก็ระงับไม่ได้

หากสิ่งที่ผมได้แสดงความคิดเห็นไป ทำให้คุณเกิดความขุ่นเคืองใจ ก็ขออโหสิมาด้วยนะครับ แต่อยากให้เข้าใจว่า ทำไปเพื่อความรักในเพื่อนมนุษย์ที่มีให้แก่กัน คุณแม่ผมเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ผมตั้งใจอุทิศเวลาเท่าที่มีช่วยเหลือท่านผู้ป่วยอื่นๆเหล่านั้น ให้ท่านได้เข้าใจว่า อย่าประมาทและมัวเมาในทุกข์ เมื่อวานก็เพิ่งคุยกับท่านเศรษฐีท่านนึง นามสกุลสุจริตกุล ท่านบอกชอบนั่งสมาธิ แต่นั่งไม่ไหวปวดมาก เลยไปซื้อเก้าอี้ราคาแสนหกมานั่ง แล้วก็เกิดปัญญาว่า เก้าอี้ที่นุ่มสบาย ถ้านั่งนานๆ ไม่ขยับก็ปวดเช่นเดียวกัน เค้าช่างโง่ยิ่งนักไปซื้อเก้าอี้ราคาแสนหก
สรุป นิพพาน คือ
ทุกขัง - เป็นทุกข์
อนิจจัง - ไม่เที่ยง บังคับไม่ได้
อนัตตา - ไร้ตัวตน ใครบอกอัตตา ลองเดินดูสิ แล้วช่วยแสดงภาพที่เดินผ่านมาเมื่อกี๊ด้วย ถ้าอัตตาจริงนะ โลกนี้คงทับซ้อนด้วยภาพทั้งหมด ไม่มีที่อยู่แล้ว ที่ท่านเห็นถนนโล่งตอนเที่ยงคืน เพราะมันเป็นอนัตตา ( อันนี้ แค่เทียบให้เห็นภาพนะครับ ที่จริง มันก็ไม่ได้ความหมายนี้หรอกน่ะ )
ทั้งนี้เพิ่งกลับจากการปฏิบัติธรรมมา ระหว่างปฏิบัติ ได้พบเพื่อมนุษย์ชาวคริสต์ มอร์มอน ซิกส์ อิสลาม ก็มานั่งวิปัสสนา แต่ตอนสวดมนต์เค้าก็ทำตามประเพณีของเค้านะ ดูแล้วชื่นใจดีแท้ครับ
ขอบพระคุณท่านเจ้าของกระทู้นะครับ ที่ตั้งคำถาม ดีๆ คมๆ มาให้ตอบครับ เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ครับ

ลองพิจารณาด้วยสติของท่านเทอญ.........ขอท่านทั้งหลายมีความเห็นที่ถูกต้องด้วยเถิด สาธุ....

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
เจ๊กดำ วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/amornkrampff

ช่วงแม่ป่วยด้วยมะเร็งในระยะสุดท้าย เป็นฝันร้ายมากๆสำหรับเรา ทุกวันนี้ ภาพนั้นยังหลอนเราอยู่ตลอดเวลา

นับตั้งแต่แม่ตาย เราใช้ชีวิตเหมือนคนหลงทางตลอดเวลา วันนี้คิดได้ ทำใจได้ พรุ่งนี้ อาการเก่าๆกลับมาอีกแล้ว

ใครไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกได้หรอก

แต่ก็ได้เห็นสัจจธรรมของชีวิต ว่า สุดท้ายทุกคนก็หนีไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย เงินทอง เพชรพลอยที่แม่สะสม แสนรักนักหนา แม่เอาติดตัวไปไม่ได้สักชิ้น

แล้วตกลงว่า คนเราตายแล้วไปไหนฦ ดับสูญไหม เราเองพยายามค้นหาคำตอบอยู่
ความคิดเห็นที่ 2
ริมโขง วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/mitsunjon

แวะมารู้จักตัวเองให้มากขึ้น...
ได้ความรู้เพอ่มเติมค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 19/09/2007 เวลา : 13.39 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

แวะมาทักทายค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความ ....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30