• เด็กหญิงมุมสว่าง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-13
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 12145
  • จำนวนผู้โหวต : 81
  • ส่ง msg :
พลพรรคขุนเขา ริมน้ำ
หนังสือ ล ด ร า ค า พิ เ ศ ษ เหลือ 8 9- ดูรายละเอียดที่หน้า สั่ ง ซื้ อ ... นสพ. เดลินิวส์ : เ ส้ น โ ย ง หั ว ใ จ เผยความสัมพันธ์ของมนุษย์ในแง่มุมที่ไม่ทันฉุกคิด!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/KhunkaoRimnamClub
วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2551
นักคิด นักสังเกตการณ์ชีวิต @ ขวัญเรือน ปักษ์แรก พ.ค. 2551
Posted by เด็กหญิงมุมสว่าง , ผู้อ่าน : 172 , 11:55:31 น.   | หมวดหมู่ : ข่าว/บทสัมภาษณ์  
พิมพ์หน้านี้






ขุนเขา ริมน้ำ
นักคิด นักสังเกตการณ์ชีวิต


ขุนเขา ริมน้ำ ให้คำจำกัดความตัวเองว่า เป็นนักคิดและนักสังเกตการณ์ชีวิต เธอไม่เคยบอกใคร ๆ ว่าตัวเองเป็นนักเขียน หากเป็นเพียงคนเขียนหนังสือซึ่งทำหนังสือด้วยตัวเอง ผลงานที่ผ่านมาคือ ตราบโลกนี้ยังหมุนรอบตัว, มุมมองชีวิต, อุ่นรัก อุ่นเหงา, (มุม)มองรัก และ ล่าสุดคือ ร้อยมุมมอง


"10 ปีแล้วค่ะ ที่ฝันอยากจะเขียนหนังสือ ช่วงที่ผ่านมามีคนอยากให้ทำพ๊อกเกตบุ๊คเหมือนกัน แต่เราไม่เลือกทำ เพราะเขาอยากให้เขียนอะไรที่หวือหวา แนวขายตลาด อยากให้เขียนเรื่องบันเทิง ดารา แฉ เรื่องเซ็กซ์ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่อยากเขียน เราอยากสื่อสารวิธีการอยู่บนโลกใบนี้มากกว่า"


ขุนเขา ริมน้ำ หรือ คุณเปิ้น ปริญญา ธรรมโรจน์พินิจ เคยทำงานอิสระในแวดวงบันเทิง มาร่วม 10 ปี จากนั้นก็มาเปิดบริษัท ชื่อ อิราโต้ แมเนจเม้นท์ ช่วงที่ทำงานในรูปแบบบริษัทนั่นเองที่ทำให้เธอนึกถึงสิ่งที่ตัวเองรัก และอยากจะอยู่ด้วย


"ตอนปี '47 รู้สึกเฟลกับวงการบันเทิง ก็ไปเปิดบริษัทเอง ไม่ยุ่งเลยกับวงการ แต่ด้วยความที่ชีวิตไม่เคยทำงานประจำมาก่อน แล้วอยู่ ๆ มาทำ อื้อหือ...ยาก คือหนึ่งต้องมาดูระบบเอกสาร ประกันสังคม การรับสมัครพนักงาน การหาลูกค้า ทุกอย่างมันหนักมาก เปิ้นเข้าโรงพยาบาลไป 3 รอบ ช่วงนั้นมานั่งนึกถึงสิ่งที่เรารักที่เราอยากจะอยู่ด้วยในบั้นปลาย นั่นก็คือการเขียน เลยมานั่งเขียน เขียน 3 เดือนไม่เจอใคร นั่งอยู่หน้าคอม มันพรั่งพรูออกมาเอง จนมาเป็นงานเขียนเล่มแรก ตราบโลกนี้ยังหมุนรอบตัว ซึ่งพองานออกมา ก็มีคนบางคนบอกว่าภาษาง่าย ก็อยากบอกว่า เปิ้นไม่ได้ทำตัวเป็นนักเขียน ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนบันเทิง หรือเป็นคนวรรณกรรม แต่เป็นตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำให้ดีที่สุด ฉะนั้นสิ่งที่เขียนคือ สิ่งที่เปิ้นรู้สึกกับสิ่งที่คิด ไม่ได้อยากเขียนให้สวย ไม่ได้อยากเขียนให้คนปีนบันไดอ่าน แต่เขียนสิ่งที่ตัวเองคิด"




นอกจากเขียนเองแล้ว เธอยังทำสำนักพิมพ์เองด้วย แม้จะเป็นเรื่องยาก และเสี่ยงไม่น้อย แต่เธอก็ทำ


"ชีวิตเปิ้นมีสิ่งใหม่อยู่เรื่อย ๆ เราทำงานอีเว้นท์ งานทีวี นิตยสารก็เคยทำ ทุกอย่างไม่เคยทำทั้งนั้น แต่เรียนรู้ได้ การทำหนังสือก็เหมือนกัน คราวนี้มันแปลกตรงที่ว่าเราลงเงินเอง แต่เป็นสิ่งที่เรารัก เมื่อก่อนเราทำงานเหมือนจับเสือมือเปล่าตลอด คือ ทำงานไปเดี๋ยวได้เงิน รับเป็นจ๊อบ ๆ ไป หรือทำแมกกาซีนก็มีคนลงเงิน แต่นี่ลงเงินเอง แล้วต้องบอกว่ามันเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ได้กลับมาทีเป็นเบี้ยหัวแตก แล้วก็นานมากกว่าจะได้ แต่มีความสุขไหม? มีความสุข เพราะเป็นสิ่งที่เราเลือก และเป็นสิ่งที่เรารักจะทำ ส่วนเรื่องความเสี่ยงเปิ้นว่าทุกอย่างใช้คำว่า ประมาณการณ์ หรือ คาดคะเน ทุกอย่างคือความเสี่ยง แต่เสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ไม่ว่าจะทำหนัง ทำนิตยสาร ถามว่า เปิ้นทำหนังสือมา คิดไหมว่าจะรวยจากหนังสือสไตล์นี้ เปิ้นมองว่าอยากทำสิ่งที่อยากทำจริง ๆ

แต่สิ่งที่เราทำมันเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลาย ๆ คนที่มีฝัน เปิ้นรู้สึกดีมากนะที่มีใครสักคนบอกว่า เราเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงมือในการทำอะไร เปิ้นว่าหลาย ๆ คนมีฝัน แต่หลาย ๆ คนคิดว่าตัวเองไม่พร้อม ตัวเองไม่กล้า ตัวเองทำไม่ได้ คือเปิ้นไม่เคยถามตัวเองน่ะว่า ตัวเองทำได้ ไม่ได้ มีคนอ่านบทสัมภาษณ์เปิ้นเขาบอกว่า ขอบคุณที่หาสมการในการค้นหาตัวเองแบบง่ายให้เขา คือถามตัวเอง ค้นหาตัวเอง จนเจอความชอบ ค้นคว้า เรียนรู้ และลงมือทำ แล้วก็ผสมกับความเชื่อบวกความกล้าแบบประมาณตน"


ขุนเขา ริมน้ำ ให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็น คนชอบคิด นักสังเกตการณ์ชีวิต งานเขียนสไตล์ขุนเขา ริมน้ำ จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบคิด ค้นหาตัวเอง คนที่หาคำตอบของการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้อย่างมีความสุขในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่คนเขียนเขียน เพราะพื้นฐานในชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำตอบในชีวิตเราย่อมแตกต่างกัน


"เป้าหมายจริง ๆ ของการเขียน คืออยากสื่อสารในสิ่งที่เราคิด อยากให้คนอ่านมีความสุข ในแบบที่เขาเป็น โอเค......คนร้อยคนอาจจะมีคนเห็นด้วยกับเปิ้นมาอ่านสักหนึ่งคน เราว่านั่นคือความสำเร็จแล้วน่ะ ถ้าหนึ่งคนนั้นโดน! เราเล่น Hi5 เล่น space เจอคนเอาหนังสือเราไปเป็น Favourite Book นั่นแฮปปี้แล้วหล่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบคนร้อยคนชอบหนังสือเรา ก็เหมือนก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งที่มีนิตยสารแนะนำให้ไปกิน อาจมี 50 คนบอก คุณแนะนำอะไรน่ะ รสชาติไม่ได้เรื่อง แต่อีก 50 คนบอกว่าอร่อยมาก"


การถ่อมตน ไม่ใช่การกดตัวเองให้ต่ำ , ชีวิตคนเรา มีสองสิ่งที่หายากที่สุด คือจุดเริ่มต้น และจุดจบ, ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ ยิ่งเข้าใจชีวิตอันหลากหลาย , เพื่อนที่ดี และไม่เคยห่างจากกันคือ......เงาของเราเอง , อย่ากลัวที่จะจัดการกับฝัน แต่จงกลัวที่จะไม่ออกเดินหาฝัน ฯลฯ คือบางตัวอย่างในงานเขียนของขุนเขา ริมน้ำ ที่ร้อยเรียงความหมายผ่านตัวอักษร และภาพถ่าย ซึ่งหลายคนบอกว่า ชอบวิธีการทำหนังสือแบบนี้ของเธอ คนเขียน..เขียนสั้น ๆ แต่คนอ่าน .. ได้คิดต่ออีกยาว


"ก่อนหน้านี้เปิ้นจะเล่น Bloggang เยอะ ชอบไปอ่านบล๊อคคนอื่น หรือคนอื่นมาอ่านบล๊อคเรา แล้วเขียนตอบเขา บางทีคำตอบของเรานี่แหละ ที่เป็นที่มาของถ้อยคำในหนังสือ เราก็เออเนอะ บางประโยคที่เขียนมันใช้ได้ ก็เก็บไว้ แล้วเราค่อยมาเรียบเรียงอีกที เช่น เปิ้นเคยไปอ่านบล๊อคหนึ่ง เขาพูดถึงการเดินทางว่าอยากเดินทางไปที่ที่หนึ่งตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้ไปสักที เพราะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ มีสิ่งที่ทำให้ไม่ได้ออกเดินทาง มันมีจุดอะไรให้เราไปคิดต่อ เลยทำให้เกิดบทหนึ่งในหนังสือร้อยมุมมองว่า "การเดินทางจะเริ่มต้น ถ้าเรายอมสลัดบางสิ่ง" หรือบางทีนั่งอยู่ริมถนนก็เขียนงานได้ วันหนึ่งรอรถแล้วมองขึ้นไปเห็นต้นไม้ ข้างเสาไฟฟ้า รถวิ่งเต็มเลยนะถนนรัชดา ซึ่งไม่ได้มีอารมณ์ละมุนเลย แต่เราดันคิดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า "หัวใจขาดรัก ก็เหมือนต้นไม้ไร้ใบ" พอคิดอะไรจะเขียนเก็บไว้ พอวันหนึ่งจะรวมเล่ม มีคอนเซ็ปต์ขึ้นมา เราถึงไปดูต้นฉบับทั้งหมดจับรวมเป็นก้อน Rewrite อีกทีหนึ่ง แล้วถึงดูรูปดูภาพประกอบให้เข้ากับสิ่งที่เขียน




มีคำถามเหมือนกันว่า สิ่งที่เปิ้นเขียนในหนังสือนั้น เปิ้นทำได้หรือเปล่า ต้องบอกว่า ช่างตัดเสื้อก็ไม่ได้ใส่เสื้อที่ตัวเองตัดแล้วเหมาะ บางอย่างเราก็ทำได้ ทำไม่ได้ บางอย่างต้องใช้เวลา อย่างบทที่บอกว่า "กำลังใจเริ่มจากตนเอง และมีคนอื่นเป็นกองกำลังเสริม" ถามว่าทำได้ไหม? "ได้" เมื่อก่อนอยู่คนเดียวไม่ได้เลย สมัยออกมาอยู่ข้างนอกแรก ๆ อยู่คนเดียวร้องไห้ ๆ ต้องโทร.ตามเพื่อนมาอยู่ด้วย ทุกวันนี้กลายเป็นเสพติดการอยู่ลำพัง เราค่อย ๆ ที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว 5% 10 % 20 % แต่ในบางอารมณ์แม้เราจะยืนด้วยตนเองอยู่ลำพัง บางทีเหนื่อยมาก ๆ เราก็อยากให้คนอื่นรับฟัง มีการติดต่อสื่อสารกับคนอื่นด้วย"


หนังสือเล่มล่าสุด ร้อยมุมมอง ของขุนเขา ริมน้ำ หน้าปกเป็นภาพพระยืนอยู่ที่ทะเล หลายคนเห็นหน้าปกนี้ จึงตั้งคำถามว่า จัดอยู่ในหมวดหมู่ธรรมะหรือเปล่า


"มีคนถามเยอะว่า ทำไมปกเป็นรูปพระ? เปิ้นก็ถามว่าทำไมเล่มมุมมองชีวิต คุณไม่ถามว่า ทำไมเป็นผู้ชายเสื้อแดง ทำไมเล่ม (มุม) มองรัก คุณไม่ถามว่า ทำไมเป็นคนสองคน แต่เมื่อหน้าปกเป็นพระต้องถาม ซึ่งคำตอบของเปิ้นคือ พระท่านก็คือคนคนหนึ่ง จีวรที่ท่านใส่เป็นยูนิฟอร์มหนึ่ง ก็เหมือนพยาบาล เหมือนเซลล์แมน เหมือนหมอ เหมือนยาม เพียงแต่ท่านเป็นพระ แต่พอเป็นยูนิฟอร์มของความเป็นพระ ทุกคนก็จะรู้สึกว่าต้องเป็นอีกประเภทหนึ่ง อีกฐานันดรหนึ่ง คอนเซ็ปต์ของเล่มนี้ คือ เรียงร้อยมุมมอง เพื่อเท่าทันโลก พอเป็นความเท่าทันโลก การเรียนรู้โลก การปล่อยวาง คนจะนึกถึงธรรมะ พอเป็นธรรมะคนจะนึกถึงพระ กับอีกอย่างหนึ่งแฝงไว้ ซึ่งในเล่มจะมีก็คือ ความเป็นตัวของตัวเอง เปิ้นมองว่าบางทีคนเราไปนิยามตีกรอบความเป็นตัวเอง แล้วก็จะบอกว่า ฉันไม่ควรทำอย่างนี้ ฉันไม่ควรเป็นอย่างนี้  จริง ๆ พวกเราทุกคนว่างเปล่า แต่เราเองที่ไปนิยามตีกรอบความเป็นตัวเองขึ้นมา ว่าฉันต้องเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่ทำอย่างนี้ ฉันจะต้องแต่งตัวแบบนี้ ก็เหมือนกัน ถามว่าเป็นพระแล้วไม่ได้อยู่ที่โบสถ์ มาอยู่ริมทะเลผิดไหม .. ก็ไม่ผิด"


คนเขียนหนังสือคนนี้บอกว่า ทุกคนสามารถเขียนหนังสือได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักคิด นักสังเกตการณ์ชีวิตอย่างเธอ แต่อยู่ที่ความกล้าที่จะลงมือทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง


"การเขียนหนังสือไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างเปิ้น หรือใคร ๆ หรอกค่ะ คนบางคนอย่างอาจารย์อ้อ-กฤษติกา คงสมพงษ์ ก็เขียนหนังสือ แต่อาจารย์อ้อเขียนเรื่องวิชาการเรื่องการตลาด บางคนก็เป็นนักเขียน แต่เขียนเรื่องประสบการณ์ชีวิตในวิชาชีพของตัวเอง บางคนก็เป็นนักเขียนเพราะตัวเองอยากเป็นนางเอก ก็เขียนนิยายขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องเป็นนักสังเกตการณ์ชีวิตก็เป็นนักเขียนได้ เปิ้นเขียนเรื่อง "คิด" เพราะว่าชอบคิดกับตัวเอง ชอบตั้งคำถามกับตัวเอง ชอบมองชีวิตผู้คน เปิ้นว่าใครก็เขียนได้เมื่อลงมือเขียน เพราะไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดในการเขียน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีงานเขียนใหม่ ๆ เชิงทดลองขึ้นมา ส่วนการจะตัดสินว่างานเขียนแบบไหนเป็นงานเขียนที่ดีที่สุด ในความเห็นตัวเองคืองานที่โดนใจคนอ่าน ถ้าโดนสักประโยคหนึ่งแล้วเข้าไปเปลี่ยนชีวิต ความคิดอะไรบางอย่างได้ ถือว่าประสบความสำเร็จ เปิ้นว่างานอะไรก็ตาม เพลงที่เพราะที่สุด หนังที่ดีที่สุด ภาพวาดที่ดีที่สุด หนังสือที่ดีที่สุด ก็แค่ตอบตัวเองให้ได้ว่า เล่มไหนที่คุณชอบล่ะ นั่นก็ดีที่สุดสำหรับคุณ"





ที่มา : นิตยสารขวัญเรือน ฉบับปักษ์แรก พฤษภาคม 2551


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
numouse_2007 วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 13.10 น.
http://www.oknation.net/blog/numouse
พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาน แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นใจพุทธธรรม ^_^

เป็นกำลังใจให้คุณเปิ้นนะค่ะ สู้ๆ
ความคิดเห็นที่ 1
veerin วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 12.27 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

อ่านแล้วได้คิดตาม..

และอ่านแล้วรู้สึกดี..

ชื่นชมค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังสือของขุนเขา ริมน้ำ

หนังสือที่เป็นเพื่อนคู่คิดของคนอ่าน ซึ่งให้แง่คิดมุมมอง กำลังใจ คอยปลอบประโลม บำบัดอาการจิตตก ฟุ้งซ่านอย่างได้ผล

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31