
คิวแรกของการถ่ายทำ เราเปิดกล้องด้วยภาพมุมสูงจาก ฮ. ค่ะ
แต่ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำทั้งหมด เพื่อความสบายใจของทีมงานทุกคน
เราจึงมีพิธีกรรมเล็กน้อยค่ะ เป็นการบอกกล่าวและขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่เราอาจเข้ามารบกวนความเงียบสงบของชุมชนและป่าเขา...
เราเริ่มพิธีกันเวลา 05.45 น. ค่ะ
จุดธูปกันคนละ 7 ดอก

คุณลุงนิวัติ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผาหมี กรุณามาบวงสรวงกับเราด้วย
(คุณลุงยังช่วยขับรถกระบะขนฬ่อให้ทีมงานด้วยค่ะ)

.
พี่ๆ ที่นั่น บอกว่า บวงสรวงให้ใช้เหล้าไห ไก่คู่ ค่ะ
เนื่องจากเหล้าไหไม่มี เก็ดถวาเลยไปซื้อเหล้าขาวมาแทน
แถมเปิ่นที่สุดในโลก ตอนบวงสรวง ไม่ได้รินเหล้าจากขวดใส่แก้วค่ะ
มิน่าล่ะ ตอนถ่ายทำ บางวันฝนตกตลอดเลย แหะๆ

จากนั้นเริ่มคิวแรก ทีมงานเท่าที่จำเป็น (3 คน)
ประกอบด้วย ผู้กำกับ ช่างกล้อง และถ่ายภาพนิ่ง
เดินทางลงจากดอยผาหมี ตั้งแต่ 6.00 น. ไปที่ค่ายเม็งรายมหาราช
เพื่อไปขึ้น ฮ. ที่นั่นค่ะ นัดกับพี่ๆ นักบินไว้ 7.00 น.
ให้ตายเถอะค่ะ เชียงรายรถติดค่ะพี่น้อง ทีมงานเลทไปเกือบครึ่ง ชม.
เมื่อไปถึงโดยปกติ นักบินจะมีพิธีการของเค้าก่อนค่ะ
คือการแนะนำว่าต้องปฏิบัติอย่างไร เมื่อ ฮ.เริ่มบิน

จากนั้น พี่เล็ก ผู้กำกับ ก็จะเปิดกูเกิ้ลเอิร์ธ ให้พี่ๆ นักบินดู
ว่าเราต้องการถ่ายบริเวณไหน ทำความเข้าใจเรื่องพิกัดร่วมกันค่ะ

อ้อ.. ถ้ามีใครจะขึ้น ฮ. ทหารครั้งหน้า มีข้อแนะนำว่าอย่าเอาปิ่นโตข้าวขึ้นไปนะคะ
เพราะว่า จะโดนนักบินดุอย่างมากค่ะ เพราะเค้าถือ..
เค้าจะไม่ถ่ายรูปหมู่ก่อนขึ้น ฮ. และไม่เอาปิ่นโตหรืออาหารแห้งขึ้น ฮ. ค่ะ
เค้าบอกว่า มันเป็นลางไม่ดีนะคะ แหะๆ ทีมงานเราโดนดุไปแล้วค่ะ

ก่อนบิน ก็เตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ถ่ายทำเป็นอย่างดีค่ะ

อ่า... แถมภาพนึงค่ะ ชอบเป็นการส่วนตัว
พันตรีสราวุธ นักบินในดวงใจของผู้จัดการกองถ่าย คริคริ

เอาล่ะ พร้อม!!
(เซลล์ ตากล้องจาก Thaishort film ดูทะมัดทะแมงมากๆ)

เริ่มบินแระ...

เตรียมพร้อมทุกขณะ

ตามคิวถ่ายทำของเรา ฮ.จะต้องมาถึงจุดที่จะถ่าย เวลา 7.45 น. ค่ะ
แต่แล้วสถานการณ์ก็อยู่เหนือการควบคุมของเรา
พระเจ้าช่วย!! วันนั้น ฟ้าปิดค่ะ
ดอยนางนอน บริเวณบ้านผาหมี จุดที่เราจะถ่ายทำ หมอกคลุมหนาแน่นมาก
นักบินไม่สามารถนำ ฮ. เข้าไปถ่ายทำได้ค่ะ



ทีมงานภาคพื้นดิน ที่อยู่กับรถขนฬ่อ 2 คัน ก็กระวนกระวายใจ
เพราะ ฮ. ไม่มาตามเวลาที่นัดไว้
สุดท้าย ผู้กำกับก็หาทางออกได้ค่ะ โดยให้นักบินนำ ฮ.ลงจอดชั่วคราว
ที่ลานโล่ง ด้านหลังห้างโลตัส แม่สาย
แล้วใช้โทรศัพท์มือถือ สั่งการให้ทีมภาคพื้นดิน เปลี่ยนจุดถ่ายทำ
มาที่ถนนอีกเส้นหนึ่ง ที่ ฮ. สามารถเข้าไปถ่ายได้ค่ะ



สุดท้าย คิวแรกของการเปิดกล้องภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ ฬ่อของพ่อหลวง
ก็ผ่านไปได้เป็นอย่างดีค่ะ
คิวที่เราถ่ายทำจาก ฮ. เป็นซีนที่อาโพ ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
เขาเปลี่ยนใจไม่ขายฬ่อ แล้วนำฬ่อขึ้นรถกลับมายังหมู่บ้านผาหมี
เป็นภาพรถกระบะ 2 ขัน บรรทุกฬ่อ ขับไปบนถนน
ตัวอย่างภาพจาก ฮ. ที่อยู่ในภาพยนตร์ ให้ดู 3 ภาพค่ะ



ขอบพระคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่าน ที่เข้ามาให้กำลังใจนะคะ
โปรดรอชมเบื้องหลังการถ่ายทำ คิวต่อไป ในเร็วๆ นี้ค่ะ
เก็ดถวา รายงาน
ภาพถ่ายโดย โน้ต รติรส ศุภาพร
ภาพจากหนัง โดย เซลล์ Thaishort film....
----------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ
เรื่องที่มีเพื่อนผองน้องพี่ ถามมาเกี่ยวกับที่โดนนักบินดุนะคะ
คือพี่นักบินเค้าบอกว่า สิ่งที่เค้าถือมาก และไม่ให้ทำก่อนขึ้น ฮ. ก็คือ
1. ห้ามถ่ายรูปหมู่ร่วมกับนักบินทั้ง 4 นาย ค่ะ
ฮ. ทหาร ที่ทีมถ่ายทำของเราใช้ มีนักบิน 4 นายนะคะ
เค้าไม่ยอมให้ถ่ายรูปหมู่ผู้โดยสาร และนักบินทั้งหมดก่อนขึ้น ฮ.ค่ะ
แต่ถ่ายได้ หลังจากที่ลงจาก ฮ.แล้วนะคะ อันนั้นไม่เป็นไร
เพราะนักบินบอกว่า มันเป็นลาง แหะๆ ว่าจะเป็นรูปสุดท้ายค่ะ
2. ห้ามนำอาหารแห้ง และปิ่นโต หรือกล่องข้าว ขึ้น ฮ.
คือโดยเฉพาะพวกอาหารที่เค้าเอาไว้กินเวลาติดในป่าน่ะค่ะ
เพราะจะเป็นลางว่า เราจะได้ใช้มัน เช่น ฮ.ตก แล้วต้องอาศัยของพวกนี้ไงคะ
นักบินถือค่ะ แต่เค้าก็ไม่ได้ดุจริงจังอะไรนะคะ
เพียงแต่บอกเราว่า ทีหลังอย่าทำนะ
เพราะสุดท้ายแล้ว ทีมงานเราก็เอาปิ่นโตขึ้นเครื่องจนได้