
อับเดตข่าว มีสามเรื่อง เรื่องแรก เปลี่ยนชื่อเรื่อง เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ผมเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมการโครงการ วาระการพิจารณาชื่อเรื่อง ก็เป็นไปแบบสบายๆ เพื่อหาทางออกให้กับชื่อภาพยนตร์ที่เหมาะสม ในที่สุดก็สรุปได้ชื่อที่ผมได้บอกไปแต่ต้น ซึ่งก็เป็นที่พอใจของทุกคนนะครับ จะว่าไปแล้ว ชื่อเดิม ฬ่อของพ่อหลวง เป็นชื่อที่หลายคนชอบ หลายคนก็ไม่ชอบ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กันไป การเปลี่ยนมาเป็นชื่อ นิทานพระราชา ผมว่าชื่อมันฟังสบายขึ้น และสื่อความหมายครอบคลุมกับทีมของเรื่องมากกว่าชื่อ ฬ่อของพ่อหลวง ซะอีก แต่ชื่อ ฬ่อของพ่อหลวง ผมก็ยังชอบอยู่ดี น้ำหนักการออกเสียงชื่อเรื่องอาจจะหนักไปหน่อย แต่ความหมายดูน่ารัก ด้วยเหตุผลนี้ ผมเสียด๊ายเสียดายที่ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ แต่เหนืออื่นใด ความละเอียดอ่อนที่อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากชื่อเรื่อง ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน สรุปว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ นิทานพระราชา (THE TALE) ครับ ... 
เรื่องที่สอง การแถลงข่าว งานแถลงข่าว โครงการภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ "แด่พระผู้ทรงธรรม" มีทั้งหมด 9 เรื่องด้วยกัน จัดที่ห้องโถง InfiniCity Hall โรงภาพยนตร์สยามพารากอน สยามแสควร์ บรรยากาศในงานคับคั่งไปด้วยผู้คนในวงการภาพยนตร์ สื่อมวลชนหลายแขนง และประชาชนทั่วไป มีสแตนด์ (ผมไม่แน่ใจว่าเรียกถูกหรือเปล่านะครับ แต่ผมกำลังหมายถึงบอร์ดนิทรรศการที่เขาทำแยกเป็นแผ่น ๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งน่ะครับ) สแตนด์แต่ละแผ่น แสดงเรื่องย่อภาพยนตร์และหน้าตาของผู้กำกับเห็นเด่นชัด สแตนด์ด้านหน้า ๆ เป็นของผู้กำกับดัง เช่น บัณฑิต ฤทธิกล เป็นเอก รัตนเรือง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ใครอยากเห็นผม ต้องเดินไปที่แสตนด์หลัง ๆ ถึงจะเจอ อิอิ 
พอสื่อมวลชนมาออกันเยอะแล้ว เขาก็เริ่มฉาย VTR รวมมิตรหนังตัวอย่างทั้งเก้าเรื่อง เรียกน้ำย่อยฉายเสร็จ ไฟสว่างวาบ Score (เพลงประกอบภาพยนตร์) เรื่อง Jurassic Park ก็ประโคม แต่ แด่ แต๊แดดแต่แด แล้วคุณทราย เจริญปุระ พิธีกรของงานก็พาเรือนร่างบอบบาง ขึ้นมาบนเวที แล้วพิธีกรก็พาเข้าสู่ขั้นตอนต่าง ๆ ตามลำดับ 
ท่านอภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ก็ขึ้นพูดกล่าวเปิดงานท่านบอกว่าโครงการนี้ถูกตัดงบประมาณไปเยอะ แต่งานก็เดินหน้าต่อมา จนแล้วเสร็จถึงวันแถลงข่าวในวันนี้ ท่านมีความคาดหวังว่าศิลปภาพยนตร์ที่ได้ทำแล้วเสร็จนี้ จะถูกเผยแพร่ในวงกว้าง เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงท่านยังบอกว่า ตอนนี้ความสำเร็จก็เริ่มปรากฎแล้ว เมื่อตัวภาพยนตร์จะถูกนำไปฉายโชว์ที่เทศกาลภาพยนตร์ ที่เมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยการเชิญจากญี่ปุ่น ผมคิดในใจว่า เชิญตัวภาพยนตร์ไปฉาย แล้วเขาจะเชิญผู้กำกับไปด้วยมั้ยนะ เสร็จจากพิธีการ ซึ่งไม่เป็นทางการ คือค่อนข้างเป็นกันเองมาก ๆ เขาก็เริ่มฉาย VTR สัมภาษณ์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น คุณโดม สุขวงษ์ คุณธนิตย์ จิตต์นุกูล คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว จากนั้นทางผู้จัดงานเขาลำดับการนำเสนอโดยแบ่งผู้กำกับเป็นสองชุด ชุดแรก ผู้กำกับดัง ชุดที่สอง ผู้กำกับรอวันดัง ผู้จัดจะฉายภาพยนตร์ตัวอย่างพร้อมบทสัมภาษณ์ ที่มาของภาพยนตร์แต่ละเรื่องของผู้กำกับแต่ละคน แต่เวลาเชิญ พิธีกรเขาก็เชิญผู้กำกับขึ้นมาเป็นชุด ๆ เพื่อความรวดเร็ว ผมจะข้ามรายละเอียดการคุยกับผู้กำกับดังไปก่อนนะครับ เพราะว่าผมจะเน้นนำเสนอเหตุการณ์ของผู้กำกับรอวันดังก่อน หลังจากฉาย VTR ภาพยนตร์ตัวอย่างและที่มาของภาพยนตร์แล้ว เขาก็เริ่มเรียกผู้กำกับรอวันดังทั้งหลาย พาเหรดขึ้นไปบนเวทีทีละคน ๆ เรียกผมขึ้นไปเป็นคนแรก และตามด้วยน้อง ๆ ผู้กำกับอีกห้าคน เนื่องจากผมขึ้นไปเป็นคนแรก ผมจึงเดินไปที่เก้าอี้ที่ติดกับพิธีกร คุณทราย แต่พอเดินไปถึงเก้าอี้ตัวแรก ผมเห็นเบาะรูปลูกเต๋าวางอยู่ต่อจากนั้นด้วยความเบ๊อะของผม ผมคิดไปว่าเบาะรูปลูกเต๋าคงใช้นั่งไม่ได้ดังนั้นคุณทรายคงจะเป็นคนนั่งเก้าอี้ตัวแรก ผมเลยขยับมานั่งตัวที่สอง พิธีกรเริ่มการพูดคุย ก็บอกให้ผมขยับมานั่งที่เก้าอี้ตัวแรก เพราะตอนนี้เธอนั่งอยู่บนเบาะรูปลูกเต๋าแล้ว จากนั้นเป็นบรรยากาศเก้าอี้ดนตรีเล็กน้อย เพราะผู้กำกับรอวันดังทั้งหลายต้องขยับก้นมาที่เก้าอี้ตัวขวามือกันหมด โดยมีความเบ๊อะของผมเป็นเหตุ ประเด็นคำถามที่ถามก็เรื่องแรงบันดาลใจและความคาดหวังจากคนดู ผมก็ตอบไป เพราะมันป็นคำถามง่าย ๆ แต่ที่ยาก คือ การนั่งข้างคุณทราย เจริญปุระ ที่ห่างออกไปไม่กี่ฟุต โดยไม่แสดงความตื่นเต้น อันนี้ยากสุด ๆ แต่คนข้างล่างจะไม่มีวันรู้ว่าผมตื่นเต้น เพราะผมเนียนมากบนเวที เพราะผมเคยชินกับการขึ้นเวทีมาก่อน ถึงแม้จะเป็นเวทีเอ็นจีโออะไรเทือกนั้น จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปร่วมกัน ของผู้บริหารและผู้กำกับด้วยบรรยากาศชื่นมื่น พอเดินลงมาจากเวที ผมถูกเรียกไปถ่ายรูปซึ่งไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนบ้าง ใครให้ไปถ่ายก็ไป แต่ผมมีภารกิจส่วนตัวอีกอย่างที่ไม่ได้บอกใคร คือการตามล่าลายเซ็นคนดัง...อิอิ ผมไม่มีภาพจากงานมาฝากเลยครับแต่ขอแก้ขัดด้วยลายเซ็นผู้กำกับดังก็แล้วกันนะ  ลายเซ็นวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยงและเป็นเอก รัตนเรือง นี่ไม่บอกคงไม่รู้ ทราย เจริญปุระ ครับ... เรื่องที่สาม เรื่องวันและสถานที่ฉาย เริ่มฉายรอบพรีเมียร์ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ที่สยามพารากอนซีนิเพล็กซ์ ในเดือนตุลาคม วันยังไม่แน่ชัดครับ หลังจากนั้นจะฉายรอบปกติ ในโรงภาพยนตร์ 3 เครือ คือ เมเจอร์ซินิเพล็กซ์สาขาปิ่นเกล้า ซีคอนแสควร์ และสยามพารากอน ตั้งแต่เดือนตุลาคมลากยาวไปถึงธันวาคม แต่ในสามเดือนนี้ จะฉายเป็นคาบวันเวลา ซึ่งต้องติดตามจากสื่อต่าง ๆ อีกทีครับ จากนั้นจะนำออกฉายในทีวี ซึ่งอันนี้ผมไม่มีรายละเอียดจริง ๆ และการเดินสายฉายในเทศกาลต่างประเทศ ซึ่งผมจะไปดูหมออีกที ว่ามีดวงจะได้ไปต่างประเทศบ้างมั้ย....แฮ่ม จบข่าว
หมายเหตุ ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.thaicinema.org
|