|
หลังจากเข้าโรงกันหมดแล้ว มีพิธีเปิดโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ กล่าวต้อนรับและเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิด แต่พอนายกฯ กับคุณหญิงเดินลงมาตามขั้นบันไดโรงหนัง เกือบจะถึงขั้นสุดท้ายอยู่แล้ว เพื่อเดินไปตรงโพเดียม ทันใดไฟโรงหนังก็ปิดลง และไตเติ้ลหนังก็เริ่มฉายขึ้นบนจอ แต่ไม่มีเสียง ทุกอย่างเงียบกริบ มีเพียงภาพเคลื่อนไหวบนจอ ผมเข้าใจว่านายกฯ กับคุณหญิงคงจะเดินกลับขึ้นมาบนขั้นบันได ตอนนั้นมันมืดมาก จนมองอะไร ๆ ก็ไม่เห็น ส่วนหนังก็ยังคงฉายต่อไป เรื่องแรกเรื่อง นรสิงหาวตาร ของวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง เป็นหนัง 3 d โดยใช้เทคนิคคนแสดงร่วมด้วย แต่เสียงไม่มา หนังเรื่องนี้แบ่งการดำเนินเรื่อง เป็น 4 องก์ เกือบจบองก์แรกเสียงก็ยังไม่มา แต่คนคุมเรื่องการฉาย ก็ยังปล่อยฉายไปซะยังงั้น ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่ส่วนตัวผมอึดอัด ผมคิดว่าผู้ดูแลอย่างออกาไนเซอร์น่าจะต้องอึดอัดกว่าผมเป็นร้อยเท่า รวมทั้งเจ้าของผลงานหนังเรื่องแรก ที่ผลงานดี ๆ ถูกนำเสนอออกมาแย่ ๆ แบบนี้ แล้วเขาก็รู้ตัว ว่าฉายหนังเงียบไปเกือบห้านาที ก็เลยย้อนไปเล่นแต่ต้นใหม่ คราวนี้เสียงมาแล้ว จากนั้นก็เป็นการฉายหนังไปตามลำดับทีละเรื่อง ๆ หนังเรื่อง นิทานพระราชา ถูกลำดับไว้เป็นเรื่องที่ 4 พอหนังแต่ละเรื่องฉายจบลง ผู้ชมจะให้เกียรติผู้สร้าง ด้วยการตบมือ การเอาหนังเก้าเรื่องมาเรียงร้อยและฉายไปจนครบทั้งเก้าเรื่อง กินเวลายาวนานกว่าสองชั่วโมง ผมเองดูแต่ละเรื่องมาหลายรอบ รวมทั้งหนังของตัวเองนับเป็นร้อยรอบ แต่บรรยากาศในโรงรอบกาลา ไม่เหมือนกับที่ดูผ่าน ๆ มา ไม่ว่าจะนั่งดูในหน้าจอคอม ดูในทีวี ดูในโรงหนังในรอบทดสอบภาพเสียง แต่รอบกาลา มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้เราลุ้นเป็นพิเศษ เช่น มันเป็นครั้งแรกที่ถูกฉายให้สาธารณะชมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งถ้ามองจากองค์ประกอบของผู้ชม ก็ยิ่งชวนลุ้น เพราะมีทั้งนายกรัฐมนตรี ที่เป็นถึงผู้นำประเทศมาดูหนังของเรา มีนักการเมือง ผู้บริหาร ข้าราชการระดับสูง มีคนในแวดวงบันเทิง มีสื่อมวลชน มีประชาชน และมีเพื่อนพ้องน้องพี่ของเรา มาเชียร์เป็นกำลังใจ องค์ประกอบคนดูแบบนี้ ทำให้ผมนั่งดูหนังด้วยความรู้สึกสดใหม่อีกอย่าง คือ คนจะชอบหรือไม่ชอบหนังของผม ถ้าชอบ ชอบยังไง ไม่ชอบยังไง แต่ผมก็ไม่มีทางรู้ได้หรอกครับ นอกจากเดา ๆ เอา จากสถานการณ์รอบตัว อาจจะมีการส่งสัญญาณมาบ้าง อันดับแรก ผมก็ฟังจากเสียงตบมือท้ายหนังของผม รู้สึกประสาทหลอนๆ เหมือนกับได้ยินเสียงตบมือ.. แน่นและยาวนานกว่าหนังเรื่องก่อน ๆ หน้านิดนึง อิอิ อย่าเพิ่งหมั่นไส้กันนะครับ ผมคิดว่าประสาทการรับฟังของผมมันหลอนไปน่ะ โน้ตกับเอ๊ะ เพื่อนของผม นั่งอยู่แถวหน้าต่อจากผม เยื้องไปทางซ้ายนิดหน่อย พอดูหนังเรื่องนิทานพระราชาจบ โน้ตหันมายกนิ้วโป้ง กระซิบเบา ๆ ด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี บอกว่าชอบหนังมาก เอ๊ะก็ร่วมคอนเฟิร์มอีกคน ทั้งสองคนมีธุระด่วนในคืนนั้นด้วย พอดูหนังเรื่องนิทานพระราชาจบ ก็กลับกันเลย ดูเสร็จ หันมาชมหนังกันต่อหน้าอย่างนี้ ผมงี้ปลื้มไปเลยครับ เพราะว่าทั้งเอ๊ะและโน้ตเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีรสนิยมการดูหนังดีมาก สองคนนี้ชมหนัง ก็พลอยรู้สึกยินดี พอหนังฉายจบทั้งเก้าเรื่อง เป็นเวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ไฟโรงหนังสว่างพรึ่บ แล้วคณะของนายกฯ ก็ถูกเชิญไปให้สัมภาษณ์ที่หน้าโรงอีกที คนดูรอให้คณะนายกฯ ออกจากโรงหนัง จึงออกตามมา ที่หน้าโรง มีการจัดบนเวที ให้นายกฯ แสดงความเห็นต่อหนังแต่ละเรื่อง มีการตั้งคำถาม ว่าท่านชอบหนังเรื่องไหนเป็นพิเศษ ท่านก็ตอบในแง่หลักการ ไม่ชมหนังเรื่องไหนเลย ผมคิดว่า หากท่านชอบหนังเรื่องไหนเป็นพิเศษก็ตามเหอะ ท่านจะให้สัมภาษณ์ได้ยังไง ว่าชอบเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ ก็ท่านมาเป็นประธานให้กับโครงการ ที่มีหนังทั้งเก้าเรื่อง การแสดงความเห็นว่าชอบเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ จะถูกมองเป็นเลือกที่รักมักที่ชังไป ท่านเลยเลี่ยงตอบในเชิงหลักการ เช่น เมื่อพูดมาถึงหนัง นิทานพระราชา ท่านบอกว่า หนังเรื่องนี้ทำให้ได้เห็นพระเมตตาของในหลวง ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยบนพื้นที่สูง อะไรประมาณนี้ครับ นี่คือตอบในเชิงหลักการ แต่ท่านยอมรับต่อหน้าสื่อมวลชนว่ามีหนังเรื่องนึงดูไม่รู้เรื่องและเวียนหัว ท่านบอกว่าท่านแก่แล้ว ภาพมันสั่นไปมา ดูแล้วเวียนหัว นอกจากบรรยากาศตรงด้านหน้าเวที ที่สื่อมวลชนให้ความสนใจกับตัวนายกฯแล้ว มีผู้คนจับกันเป็นกลุ่ม ๆ กระจายทั่วบริเวณหน้าโรงหนังสยามภาวลัย ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ ทยอยกันกลับ พี่แดง เตือนใจ ดีเทศน์ แขกผู้ใหญ่ของผม ผู้เป็นอดีต สว.และเป็น สนช. เข้ามาแสดงความยินดี และชมหนังเรื่องนิทานพระราชาไม่ขาดปาก ท่านกรุณาให้กำลังใจและชื่นชมหนังเรื่องนี้มาก ท่านบอกว่าอยากให้ดอกไม้ แต่ไม่ได้จัดเตรียมมาด้วย เสียดายจัง ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอกครับ พี่แดงให้เกียรติมาเป็นกำลังใจวันนี้ ก็เป็นอะไรที่ปลื้มใจสุด ๆ แล้ว พี่แดงพาไปหาอาจารย์โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน ซึ่งเป็น สนช. เช่นเดียวกัน อาจารย์โต้งก็ให้กำลังใจและชื่นชมหนังมากทีเดียวครับ ผมขออนุญาตถ่ายทอดคำพูดของอาจารย์โต้งนิดนึงครับ อาจารย์โต้งบอกว่า คุณรู้มั้ย ผมนั่งใกล้ท่านนายก ท่านชมหนังของคุณเลยนะ ผมบอกเหรอครับ หน้าตาผมคงแสดงความดีใจออกนอกหน้าเลยตอนนั้น จริง ๆ แล้ว คุยกับอาจารย์โต้ง เพื่อนฝรั่งและเพื่อนสาว ที่ทำงานมูลนิธิของอาจารย์โต้งเกือบครึ่งชั่วโมง มีเรื่องราวแลกเปลี่ยนกันเยอะแยะ แต่ไม่ขอลงในที่นี้ เพราะรายละเอียดเยอะครับ โดยรวม คือความเห็นในทำนองชื่นชม ลงมากก็คงไม่ค่อยดีครับ เอาเป็นว่า ผมขออนุญาตเก็บเป็นความปลื้มไว้ในใจคนเดียวก็แล้วกันครับ เพราะยังไงตอนนี้หนังเรื่องนิทานพระราชาก็ลงโรงให้ไปดูกันแล้ว ผู้ชมทั่วไปก็ไปตัดสินเอาเอง ว่าหนังเรื่องไหนชอบไม่ชอบยังไง มีตั้งเก้าเรื่อง ที่สไตล์การเล่าเรื่องก็ต่างกันออกไป สำหรับ นิทานพระราชา ก็กลายเป็นผลงานสาธารณะ ที่ผู้ชมที่ได้ดู จะเอาไปวิจารณ์ให้ความเห็นกันต่อไป วันนี้ไปดูกันหรือยังครับ ? ที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า และสยามพารากอนซินีเพล็กซ์โรง 14 รอบฉายบ่ายสามโมง และสองทุ่ม วันละสองรอบ วันที่ 11 ถึง 17 ตุลาคม อย่าลืมไปให้กำลังใจกันนะครับ ............................ 
เวทีหน้าโรงภาพยนตร์ครับ ..................... 
........................ 
.............................. 
เพื่อนบล็อคเกอร์ 2 ท่าน จากโอเคเนชั่น ที่มาให้กำลังใจครับ .................................. 
คุณวิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง ให้สัมภาษณ์ ............................. 
คุณสิริยากร (ผอมมากๆ ครับ) มาเป็นพิธีกร สัมภาษณ์ผู้กำกับแต่ละเรื่องบนเวที ก่อนหนังฉายครับ ................ หมายเหตุ ขอขอบพระคุณ บล้อคเกอร์ ครูทิพย์ ครับ สำหรับกำลังใจที่ครู และเพื่อนไปให้ทั้งในวันงาน และทางอีเมล์ ขอบคุณภาพถ่าย บล็อคเกอร์ลุงกิ๊บางกอก บล้อคเกอร์น้องปุก pook17 และบล็อคเกอร์ครูทิพย์ครับ
|