| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
...คารวะแด่อาจารย์... ในท่ามทางเดินที่รอนร้าวและเชี่ยวกราก...ฉันกำลังขับเคี่ยวกับวินัยอันน้อยนิดของฉันเอง...เพื่อพิสูจน์ทราบบางสิ่งอย่างภายในตัวตนให้กระจ่างชัด ขณะห้วงพักจาก "ความรู้" เบื้องหน้า..ฉันหันมาเยียวยา "ความรู้สึก"..เบื้องลึก และเมื่อยามนี้เอง...กวีบทเก่าจากดินแดนที่ฉันเคยจากมา... บทกวีอันสะท้อนภาวะแปรเปลี่ยนดั่งวัฏจักร...ก็พลันครวญแผ่วแว่วผ่านเป็นโสตเสียง..คล้ายดั่งสำเนียงจากหนทางจร... เพื่อปลุกปลอบขวัญ...และมอบกำนัลแด่กรวดเม็ดร้าว..ให้หยัดยืนขึ้นสู้อีกครั้ง...
(ฉันขอคารวะแด่ผู้เขียนบทกวีนี้...อาจารย์พัชร์สุ วรรณขาว...แห่งมหาวิทยาลัยสีอิฐ..(ขอนแก่น) ผู้เฝ้าย้ำสอนศาสตร์และศิลป์ในโลกธรณี หินผาและกรวดทรายเม็ดร้าว)
(ชั้นหินทรายที่เกาะตะรุเตา สตูล)
(ชั้นหินทรายที่เขาจมูกควาย พังงา)
(กรวดเม็ดอลังการ ที่เกาะพีพี กระบี่)
คือกรวดทรายและหินแกร่ง (สะพานไม้เหนือสายน้ำยม ณ แก่งเสือเต้น จ.แพร่)
แม้หินจะแกร่งเพียงใด ก็อาจมีวันถูกเจาะทลายได้ (เหมืองอุโมงค์ผาเด๊ะ อ.แม่สอด จ.ตาก)
สายหมอกเหนือเหมืองแร่ (เหมืองแร่สังกะสีผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก)
เปรียบดั่งหลักหิน..ที่บอกจุดหมายการแรมรอน (บนเส้นทางสายยะลา-เบตง)
.................... ผ่านมาหลายวัน...ฉันมานั่งทบทวนกวีบทนี้อีกครั้ง...และนึกถึงกวีอีกบทซึ่งคุณ littlewizard ได้เคยอ้างถึง...จึงขอนำมาฝากไว้ในที่นี้ "เศษธุลี" จิรนันท์ พิตรปรีชา "ฉันคือกรวดทรายเม็ดน้อย ซ่อนสีเศร้าสร้อยหมองหม่น ใต้เศษเขียวตะไคร่ในวังวน ประกอบปนสายน้ำในลำธาร มีความเหงาเยียบเย็นที่เป็นอยู่ วันอันรับรู้การไหลผ่าน เสียงกระซิบซ้ำซ้ำท่องตำนาน เล่าเหตุการณ์ต้นทางอย่างคุ้นชิน จึงรู้ว่าโลกนี้มีเขาเขียว มีป่าเปลี่ยวทุ่งหญ้ามีผาหิน มีหมู่บ้านผู้คนบนพื้นดิน ก่อนธารินจะไหลไปนคร ........... ฉันคือกรวดเม็ดร้าว แหลกแล้วด้วยความเศร้าหมองหม่น ปรารถนาเป็นธุลีทุรน ดีกว่าทนกลั้นในอยู่ใต้น้ำ...." ........................ คารวะแด่ผู้แต่ง...ดอกไม้อหังการ์...และขอบคุณ......หนังสือ "ใบไม้ที่หายไป" จีรนันท์ พิตรปรีชา/ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3, ก.ย. 32 |