| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
(เขื่อน ??) "แก่งเสือเต้น" สั่นไหวแผ่นดิน....ก้อนหินละเมอ (THE STORY FROM KEANG-SUA-TEN) ........................ (ความเรียงเจือจางสาระ...บนเส้นทางการสัญจรรอนแรมสู่พื้นที่เขื่อน "แก่งเสือเต้น" จังหวัดแพร่...เพื่อร่วมค้นปริศนาบางประการด้านแผ่นดินสั่นไหว...สัพเพเหระว่าด้วยเรื่อง..."วิถีแห่งชีวิต บทเพลง สายน้ำ คน เขื่อน ป่า...ในบางห้วงเวลากลางอ้อมกอดขุนเขา") ...................
เค้าโครงเรื่องเล่า ตอนที่ ๑. ก้าวแรกบนรอยทาง (๑) ดาวร่วงริมฟ้ารัตติกาล ๔. วิถีแห่งสายน้ำ--คน--เขื่อน--และป่า (๑) สะพานเหนือสายน้ำยม ๒. เมืองสอง : ตำนานแห่งลิลิตพระลอ (๑) หนาวลมเมืองเหนือ ๕. แก่งเสือเต้น : (๑) ยิ่งสูงยิ่งหนาว ?? ๓. อุทยานแห่งชาติแม่ยม : (๑) เส้นทางสายป่าสัก ๖. แผ่นดินเลื่อนลั่นสั่นไหว : (๑) บาดแผลภูเขา
............................ ก้าวแรกบนรอยทาง.... 1) ดาวร่วงริมฟ้ารัตติกาล...... ห้วงรัตติกาลยามปลายเหมันตฤดู....คลี่สยายปีกห่มคลุมเวิ้งฟ้าและกาลเวลาไว้เนิ่นนาน คล้ายดั่งมุ่งหวังจะครอบครองไว้ชั่วนิจนิรันดร์... เสี้ยวจันทร์ในคืนห่างวันเพ็ญ--แม้ขับแสงส่องลงมาเพียงริบหรี่ หากแต่ยังมีแสงแซมประดับพราวพรายจากดวงดาวบริวาร โอบล้อมระบายสีเหลืองนวล...แต่งแต้มให้ฟากฟ้าคืนนี้งดงามอบอุ่นและไม่มืดมิดมากเกินไปนัก...
ภูดอยน้อยใหญ่ทอดตัวเหยียดยาวสลับซับซ้อนสองฟากฝั่งทาง--บ้างหลีกหลบเร้นเงาในราตรีสลัวหม่น... บางช่วงขณะ...ระหว่างความคิดล่องลอยไกล--ฉันมองเห็นดาวร่วงตก ขีดเส้นฟ้าสว่างวาบแล้วพลันวูบดับหายไป.. นานเนิ่นนานมาแล้ว...ภิกษุชราในวัดป่าเปลี่ยวริมขอบปล่องภูเขาไฟสิ้นลมแห่งหนึ่ง บนดินแดนที่ราบสูงอันไกลโพ้น ผู้เพียรศึกษาคัมภีร์ปิฏกเล่มหนาพร้อมเฝ้ามองดาวลับหายอยู่ทุกราตรี--เคยบอกสอนฉันไว้ว่า....นั่นคือสัญญาณบ่งชี้ถึงบางชีวิตที่อาจกำลังก่อกำเนิดขึ้น ทดแทนกับบางชีวิตที่อาจจำต้องลาลับจากโลกไปตลอดกาล.. สัมพันธภาพกลางค่ำคืนแห่งการเดินทางที่แสนเงียบงัน....ไม่มีคำตอบจากปลายฟ้าแลขอบฝั่งสัมปรายภพ...ความไฝ่ฝันซ่อนแรงถวิลหาลิบไกล--ฉันเคลิ้มหลับฝันสลับกับรู้สึกตัวเป็นระยะตลอดเส้นทางยาว และเหนือรอยต่ออันพร่าพรายของกาลเวลา...ขณะห้วงคำนึงปลิวคว้างซบกรวดเม็ดร้าว--ฉันหลงละเมอคิดว่าตัวเองเป็นดุจดั่งก้อนหิน... ...มองไปไกล...ที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล ...มองจันทรา...เมื่อเวลามันกลบแสงดาว (ก้อนหินละเมอ : Soul After Six)
.................................. ๒) หมุดหมาย ณ ปลายทาง ฉันเริ่มพลิกขยับร่างกาย...ไล่อาการเมื่อยล้าจากการเดินทางตลอดทั้งคืน ปรับสายตาพร่ามัวให้คุ้นชินกับแสงสว่างนอกตัวรถ พร้อมเหลียวมองอีกหลายชีวิตรอบกาย เห็นผู้ร่วมทางจากหลากถิ่นที่มา ส่วนใหญ่ยังคงหลับไหลอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น... เวลาล่วงผ่านตีห้ามาเล็กน้อย.......ขณะรถเข้าจอดเทียบสถานีขนส่ง เมืองแพร่--ฉันย้อนทบทวนถึงจุดหมายบนเส้นทางรอนแรมครั้งใหม่ จากภารกิจบางประการผสานรวมกับเสียงเรียกร้องจากข้างในของตนเอง...และพบว่าปลายทางหนนี้ของฉันอยู่ที่บริเวณ อุทยานแห่งชาติแม่ยม อำเภอสอง จังหวัดแพร่... ......
ท่ามกลางกระแสแห่งความขัดแย้ง ไร้จุดบรรจบระหว่างคำว่าอนุรักษ์กับพัฒนา--บนดินแดนแถบอุทยาน ฯ แห่งนั้น นอกเหนือจากชื่อเสียงที่โจษขานกันว่าเป็น แหล่งไม้สักทอง ผืนสุดท้ายในประเทศแล้ว ยังมีฉากและชีวิตโลดแล่นเป็นปรากฏการณ์สังคมในอีกหลายแง่มุมที่น่าสนใจ... ฉันเคยรับรู้-รับฟังข่าวคราวซึ่งมักปรากฏขึ้นบนหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ และบ่อยครั้งก็แฝง สถานการณ์เร่าร้อนรุนแรง... แก่งเสือเต้น คือปลายทางสุดท้ายแท้จริง ที่ฉันหมายถึงและกำลังจะมุ่งหน้าไป--แก่งหินธรรมชาติ ที่วางตัวสงบนิ่งมานานนับล้านปีอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยมปัจจุบัน ถูกกล่าวขานถึงโฉมหน้าที่ อาจจะต้องเปลี่ยนไป... ที่นั่นมีเรื่องราว วิถี ความเป็นมา ร้อยเรียงเกี่ยวพันเปรียบดั่งละครเรื่องยาว....ต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา... หากคิดง่ายๆและไม่ซับซ้อน--ในสายตาชาวบ้าน แก่งเสือเต้น ก็เป็นแค่โขดหินแกร่งก้อนใหญ่ โผล่ทอดยาวขวางลำน้ำแม่ยม ระเกะระกะอย่างไร้ระเบียบ บ้างคดโค้งเสียดตัวท้าทายโลก.... โขดหินบางแห่ง..ปรากฏลักษณารูปรอยที่มองดูละม้ายคล้ายรอยเท้าเสือ--เสือที่เต้นรำอย่างเดียวดายกลางสายน้ำเชี่ยว จึงกลายเป็นที่มาของชื่อแก่ง--ชื่ออันสะท้อนจินตนาการบรรเจิดของผู้คิดตั้ง อุทยานแห่งชาติแม่ยม และ แก่งเสือเต้น อาจไม่ดึงดูดใจให้ใครต่อใครหันมามองได้มากนัก..หากไม่ใช่เพราะเหตุว่า--ที่ทางบริเวณนั้นได้ถูกกำหนดให้เป็นหัวงาน รวมถึงจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งหมดของการก่อสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น
............................................ |