• ก้อนหินรำพัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : RACHATA_GEO@YAHOO.COM
  • วันที่สร้าง : 2007-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 29068
  • จำนวนผู้โหวต : 441
  • ส่ง msg :
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2550
คิดถึง.."อาจินต์"....ย้อนเยือนถวิล.."มหาลัย’เหมืองแร่"
Posted by ก้อนหินรำพัน , ผู้อ่าน : 1061 , 22:55:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


คิดถึง "อาจินต์"....ย้อนเยือนถวิล.."มหาลัย’ เหมืองแร่"...

 ...........

.

..

“ปี พ.ศ. 2547” ...ปาดังเบซาร์...สงขลา

กลางแดดบ่ายอันแสนระอุอ้าว...ห้วงหน้าร้อนเดือนมีนาคม...ฉันนั่งอยู่เหนือกองเศษซากหิน บนเหมืองแร่ร้างแห่งหนึ่ง...เหมืองเล็ก ๆ ที่ฝังตัวอยู่เกือบสุดแดนด้ามขวาน...

.

 ..

“ปี พ.ศ. 2492”....เหมืองกระโสม..ตะกั่วป่า...พังงา

 

โชคชะตาของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ... พลิกผันนำพาให้เขาต้องเดินทางข้ามฟากจากโลกสีสันในเมืองกรุง ไปสู่โลกอันไกลแสนไกลในแถบถิ่นปักษ์ใต้....เขาจำต้องก้มหน้าไปใช้หนี้ความเหลวไหลในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และระหกระเหินไปเพื่อพบว่า...งานที่ได้คือกรรมกรตีเหล็กลูกมือเจ๊ก กินค่าแรงวันละ 6 บาท

.

เด็กหนุ่มที่มีพ่อดำรงตำแหน่งข้าหลวงจังหวัด--อดีตลูกพระเกี้ยวอันสำอางโก้หรู มือบอบบางที่เคยจับแต่ปากกาอันมีเกียรติ ลากลายเส้นวิชาดรออิ้ง กลับกลายต้องมาจับค้อนหนักอึ้งเพื่อนั่งทุบถ่านหิน...และทุบตีอุดมคติของตัวเอง

อาจินต์ ปัญจพรรค์...ในวัย 22 ปี คือเด็กหนุ่มคนนั้น...เขาเพิ่งถูกปฏิเสธจากคณะวิศวะ จุฬาฯ และต้องระเห็จไปตรากตรำกับงานเหมืองแร่...พร้อมด้วยปริญญาครึ่งใบที่ประทับตราพระเกี้ยว....แต่มันไม่มีความหมายใดเลยในเหมืองกันดารห่างไกลแห่งนั้น.....

.

 .

“ปี พ.ศ. 2547”

.

เปล่า...มิใช่เช่นนั้นเลย...ฉันมิบังอาจยกตัวเองไปเทียบกับมหาวิทยาลัยชีวิตของนักเขียนชั้นครูท่านนั้น หากเพียงแต่ฉากที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าฉันยามนี้ ทำให้อดคิดไปถึงเรื่องสั้นชุด “เหมืองแร่” ขึ้นมาไม่ได้

.

ใช่..ต่อหน้าฉันขณะนี้คือ “เหมืองแร่ดีบุก” ที่มีขนาดไม่ใหญ่โตนัก มันตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-มาเลเซียแค่เพียงราว 5 กม. ในแถบถิ่น ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

.

ในอดีตที่นี่เคยเป็นกลุ่มเหมืองกระจุกอยู่ 7 เหมือง ใช้วิธีทำแร่แบบเจาะสายในหินแข็ง...แตกต่างกันเหลือเกินกับเหมืองแร่ของท่านอาจินต์...ที่นั่นมีเรือขุดลำใหญ่เดินเครื่องตลอด 24 ชม. ขุดแร่จากผืนดินไพศาล  กินลึกและกว้างไปทุกบริเวณที่แร่หลุดลงไปสะสมตัว..

.

.

แต่อดีตก็คืออดีต....ถึงแม้ว่าดีบุกจะเคยเป็นแร่ที่สำคัญที่สุดในสยามประเทศ ดำรงฐานะเป็นพี่เอื้อยในวงการแร่มาตั้งแต่โบราณกาล อีกทั้งเคยอยู่ในยุครุ่งเรืองมาเกินหลัก 100 ปี หากแต่ในปัจจุบัน....เหมืองแร่ดีบุกเหล่านี้ได้หยุดตัวลงอย่างสิ้นเชิง เพราะราคาแร่ที่ตกต่ำไม่คุ้มทุน และเหตุนี้เองที่ทำให้ฉันต้องขึ้นมาเยือนที่นี่...มายลเยือนเพื่อจะคาดคะเนว่า..เหมืองแร่เหล่านี้ยังสามารถจะฟื้นลมหายใจขึ้นมาได้หรือไม่ ?

.

หลังการเก็บข้อมูลตามหน้าที่ที่ควรทำ...ฉันย้ายตัวเองมานั่งพักหลบลมร้อนใต้ไม้ต้นเล็กเล็กที่ให้ร่มเพียงบางเบา...และเมื่อมองกลับไปที่เหมืองร้างอีกครั้ง...สิ่งที่ฉันเห็นคล้ายเป็นภาพซ้อนภาพ ตัวละครหลายบทบาทจากหนังสือได้หลุดออกมาสู่จินตนาการ

..

..

“ปี พ.ศ. 2492”

วันและคืนของชีวิตนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเหมืองแร่ ผ่านไปอย่างเชื่องช้า.....

.

อาจินต์...ก้มหน้าทำงานอันต่ำต้อยเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขาไม่ได้เป็นผู้ทำลายเกียรติของสถาบันเก่าแก่ที่เพิ่งจากมา...สถาบันอันหล่อหลอมให้เขามีเลือดสีชมพู

.

ไอ้ไข่...นั่งยิ้มหน้าทะเล้นอยู่เคียงข้างเขา...มันเป็นคนที่ไม่รู้จักความทุกข์โศก โดนดุก็ยิ้ม...โดนด่าก็ยิ้ม

.

.

นายฝรั่ง...ฝรั่งเหมืองแร่คนเดียวที่ใส่กางเกงขายาวทำงาน...เดินนำหน้าอาจินต์เพื่อตรวจงานบนเรือขุด และพร่ำสอนบอกความรู้นอกตำราที่ขุดขึ้นมาได้ไม่มีวันหมด

โกต๋อง....เจ้าของร้านกาแฟที่มีความสามารถหลอกคนให้เป็นหนี้ และสุดยอดยิ่งขึ้นไปอีกในการหลอกคนให้ใช้หนี้

พี่จอน...ผู้ยิ่งใหญ่บนเรือขุด...ชายผู้ดุดันทั้งเรื่องกินเหล้าและการทำงาน แต่แฝงน้ำใจแบบคนจริง

และที่นั่นเช่นกัน...ตาแดง...คนยามวัยชรา..กำลังอุ่นแกงจืดในปิ่นโต นั่งกินเหล้าถกปรัชญาหน้าควันไฟกับอาจินต์ พร้อมปลอบใจในวันอกหักว่า “ความเลวไม่ต้องมีที่ระลึก”

อีกทั้งสารพันตัวละครที่มีชีวิตจริงและโลดแล่นบนเรือขุด ในโรงกาแฟประจำเหมือง....ทั้งตาหมา..ไอ้เถื่อน...ตาชื่น...และ ฯลฯ

.

. 

.

“ปี พ.ศ. 2547”

 ฉันใช้เวลาอยู่บนเหมืองแร่ร้างราว 4 ชั่วโมง....ก่อนไต่ทางย้อนลงจากภูเขากลับสู่พื้นราบริมชายแดนเบื้องล่าง...พลางยิ้มให้กับความทรงจำอันแสนสุขของตัวเอง เรื่องสั้นชั้นยอดเล่มนี้บอกสอนฉันไว้หลายอย่าง และฉันคงต้องเรียนรู้จากมันต่อไป

.

.

 “ปี พ.ศ. 2496”...กรุงเทพฯ

.

อาจินต์เอาชีวิตไปคลุกข้นอยู่ในเหมืองแร่อยู่ 4 ปี...ไม่มีใบปริญญาจากสถาบันใดกลับมา เพราะไม่มีใครเชื้อเชิญให้เขาไปแม้แต่น้อย...เขาย่ำเท้าออกมาด้วยจำนวนเงินเท่ากับตอนเข้าไปครั้งแรกนั่นคือศูนย์บาท

.

แต่ระยะเวลาตลอดสามสิบปีต่อมา...เขาขุดความทรงจำในเหมืองแร่มาเรียงร้อยไว้บนหน้ากระดาษ และบัดนั้น...เมืองไทยก็ก่อเกิดนักเขียนชั้นตำนาน ดังที่เขาเคยประกาศไว้ว่า...

“ข้าพเจ้าได้ฆ่าวิศวกรของเมืองไทยไปคนหนึ่ง

แต่...ข้าพเจ้าก็ได้สร้างนักเขียนคนหนึ่งขึ้นมาชดใช้ให้แก่เมืองไทยแล้ว”

.

 

 ..

“ปี พ.ศ. 2550”...กรุงเทพฯ

ฉันหยิบเหมืองแร่มานั่งอ่านทวนอีกครั้ง....ภายใต้ร่มเงาของก้ามปูลำต้นหนาปุปะ...สักครู่ใหญ่จึงหยุดพักสายตา...และเริ่มย่างเท้าช้า ๆ ผ่านศาลาพระเกี้ยว...มุ่งหน้าไปสู่ตลาดสามย่าน....

.

ขออนุญาติและขอบคุณ...ภาพบางส่วนจาก http://www.siamzone.com/movie/m/2918/picture/

??????


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 94
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 14.25 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


“ข้าพเจ้าได้ฆ่าวิศวกรของเมืองไทยไปคนหนึ่ง

แต่...ข้าพเจ้าก็ได้สร้างนักเขียนคนหนึ่งขึ้นมาชดใช้ให้แก่เมืองไทยแล้ว”
*************************************
คิดว่า คุ้มค่าแล้วค่ะ!!!
ความคิดเห็นที่ 93
inmoon วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

อ่านแล้วรู้สึกดีๆ น่ะ
ทำนองเพลงก็เข้ากับอากาศขมุกขมัวยามนี้
ความคิดเห็นที่ 92
สายชลบนวลี วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Ekateds

อยากถามสมาชิก บาง OK ครับ
มีท่านใดเคยได้อ่าน หรือจดจำนักเขียนอีกท่านของฟ้าเมืองไทยที่ชื่อ บรรฑูณ เผ่าไทย ครับ
ชุด ลูกจ้างฝรั่ง เป็นอีกหนึ่งในดวงใจเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 91
ธันวา21 วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 14.34 น.
http://www.oknation.net/blog/planet
ความสุขสร้างได้..ด้วยตัวเราเอง

ตอนนี้นึกถึงเพลงฝรั่งเก่าๆ ที่ประกอบหนังเรื่องนี้
ความคิดเห็นที่ 90
kamolnum วันที่ : 03/10/2007 เวลา : 18.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

ชอบเรื่องนี้มาก เคยอ่านตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ครบทุกตอน มาได้อ่านอีกที ก็จุใจมากๆครับ หนังก็สร้างได้ดี ชอบนายฝรั่งมาก
ความคิดเห็นที่ 89
hathai วันที่ : 03/10/2007 เวลา : 13.17 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

ได้ดูมหา'ลัยเหมืองแร่ เหมือนกัน รู้สึกมันตราตรึงอยู่ในความคิดเนอะ พอออกจากโรงหนังแล้วรู้สึกอิ่มเอมกับการนำเสนอตรงหน้า เพราะพี่เก้ง เสนอออกมาดี แม้หลายคนจะบอกว่า หนังสือดีกว่า แต่เราอยากบอกว่า หนังก็ไม่แพ้หนังสือ เพราะศิลปะทั้งสองศาสตร์มันมีความแตกต่างในการนำเสนอ ดังนั้นจึงชอบทั้งหนังและหนังสือนั่นแหละค่ะ
ความคิดเห็นที่ 88
joeyman วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

ตัวหนังสือที่คุณอาจินต์เขียน เหมือนมีชีวิตครับ
ความคิดเห็นที่ 87
joeyman วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

ตัวหนังสือที่คุณอาจินต์เขียน เหมือนมีชีวิตครับ
ความคิดเห็นที่ 86
GPEN วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 23.18 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

ชอบการเล่าเรื่อง (และเรื่องที่เล่า) ของคุณอาจินต์ มากมากครับ
ความคิดเห็นที่ 85
พราวนภา วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 12.20 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

ชอบอ่านหนังสือของ คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ..
อ่านง่าย..ตังละครแต่ละตัวเหมือนมีชีวิตค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 84
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...


http://www.oknation.net/blog/folkner/2007/09/29/entry-1

*********
แวะมาอีกครั้ง ชวนไปฟังเพลงโฟล์ค
ความคิดเห็นที่ 83
วรรณ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/wunwarinya07
"ชีวิตคือนวนิยาย ที่พระเจ้ากับซาตานสลับกันขีดเขียน"

อ่านหนังสือของท่านอาจินต์มานาน
ได้ดูหนังเรื่องนี้
ยอมรับเลยครับว่า
เหมือนเข้าไปอยู่ในตัวอักษรจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 82
anytime วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 11.31 น.
http://www.oknation.net/blog/anytime

ตอนแรกเฉยๆกับหนังเรื่องนี้มากเลยค่ะ
แต่พอได้ดูหนัง รู้สึกประทับใจมาก เป็นหนังที่ดีมากกกกกเรื่องนึงเลยทีเดียว
ตอนนี้ก็เลยมีทั้งหนังสือ ซึ่งอ่านแล้ววางไม่ลง และวีซีดีหนังเรื่องนี้เก็บไว้ เพื่อวันนึงกำลังใจหมดจะได้เอามาดูใหม่

ขอบคุณนะคะที่ส่งกำลังใจให้ที่บ้าน
ความคิดเห็นที่ 81
ฅนไทบ้าน วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/konthaiban

มาเยี่ยมมาเยือน ฯ

มหาลัยชีวิต ... ชายหนุ่มค้นหา !
ราคาชีวิต ..!

************
ก่อนเที่ยงเพียงเล็กน้อย
ความคิดเห็นที่ 80
skinhead วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 08.48 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

อรุณสวัสดิ์ครับ
ความคิดเห็นที่ 79
Absolute วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 06.14 น.
http://www.oknation.net/blog/absolute
You can't assume or define me...


หวัดดี
ความคิดเห็นที่ 78
ทะเลดาว วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 04.24 น.
http://www.oknation.net/blog/monin

แวะมาทักทายครับ ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมชม
ความคิดเห็นที่ 77
ลานเทวา วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

คิดถึงสวนยางคิดถึงเหมืองแร่
แต่ยามนี้คิดถึงหมอนแล้วครับผมราตรีสวัสดิ์นะ ครับ
ความคิดเห็นที่ 76
Augustman วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 01.31 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

เคยอ่านเรื่องราวที่คุณอาจินต์ เขียนหลายเรื่อง โดยเฉพาะ

ในหนังสือ "ฟ้าเมืองไทย" สมัยหนึ่ง

เป็นนักเขียนที่น่าชื่นชม ครับ
ความคิดเห็นที่ 75
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 01.27 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO


ขอขอบคุณทุกความเห็น...ที่แวะมาเยี่ยมและทักทายครับ

ศิษย์เก่ามหาลัยเหมืองแร่ยังอยู่กันอย่างอบอุ่น...น่าดีใจแทนลุงอาจินต์...

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เติบโตมา...โดยมีหนังสือฟ้าเมืองไทยกองอยู่ในบ้าน..เพราะคุณพ่อซื้อมาอ่าน..ก็เลยซึมซับความประทับใจไว้...และส่งผลเกี่ยวพันกับเส้นทางสายอาชีพที่เลือกเดินขณะนี้

ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำหนังได้...เพราะลุงอาจินต์เองก็เคยบอกไว้..ทำนองว่า...หนังสือของท่านมีเพียงอีโมชันในการอ่าน..แต่ไม่มีแอ๊คชั่นในการแสดง...ท่านถึงไม่ยอมให้ใครสักที

เคยมีคนถามท่านว่า ชอบเรื่องไหนของตัวเองที่สุด....ลุงบอกว่าชอบ "เจ้าพ่อ เจ้าเมือง"...เลยถามต่อว่า แล้ว "เหมืองแร่" ละ

ท่านบอกว่านั่นไม่ใช่แค่ชอบ...แต่ท่าน "รัก" มัน เพราะมันคือชีวิตของท่าน...

และพี่เก้งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง...เพราะด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง...ทำหนังออกมาได้ขนาดนี้ก็เยี่ยมแล้วครับ...ขึ้นชั้นหนังคลาสสิค...ที่หยิบมาดูซ้ำๆได้ตลอด

มหาลัยแห่งนี้ไม่ได้สอนวิธีหาแร่...แต่สอนปรัชญาชีวิตหน้าควันไฟ...ที่แฝงอยู่ในทุกอณูอักษร...

คิดถึงด้วยความเคารพ...แด่...อาจินต์ ปัญจพรรค์
ความคิดเห็นที่ 74
moonlight วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 01.15 น.
http://www.oknation.net/blog/sangjan
แสงจันทร์

เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ ชอบมากเลย

ขอขอบคุณที่แวะไปร่วมไว้อาลัย คุณกุ้ง กิตติคุณ เชียรสงค์ ร่วมกันนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 73
ออกหลวงไพร่ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 01.09 น.
http://www.oknation.net/blog/phri
อพิโธ่-ดาวเรือง แม่ดวงใจของพี่ แสนห่วงเจ้าเสียยิ่งกว่าใดๆ แม่มิรู้หรอก

ข้าพระเจ้าชอบขอรับ หนังเรื่องนี้
พระคุณออกญาสมานไมตรี ซื้อมาให้ดูขอรับ
ขอบคุณครับที่ไปเยือนสำนัก
ความคิดเห็นที่ 72
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 00.40 น.
http://www.oknation.net/blog/piglet22

ก้อนหินแวะมาทักทายก้อนหินค่ะ

บุญรักษาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 71
เป๊ปซี่ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 00.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


แต่ก่อนติดเลยครับ....ฟ้าเมืองไทย...มาถึงก็ต้องอ่าน "เหมืองแร่" ก่อนแล้วค่อยไปอ่าน "ปริทรรศมวยไทย" ของครูเขตต์ ศรียาภัย........
ความคิดเห็นที่ 70
ปี๊นปี๊น วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 00.18 น.