| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
แรงใจไฟฝัน... เจ้า ทานตะวัน...หวนคืน "กลับบ้าน" .................. "
...ตะวันส่องใส แดดฉายลงมา ทาบทาทิวทุ่ง แผ่วลมผ่านโรย เหมือนโปรยกลิ่นปรุง ดอกฟางหอมลอย... . กลับบ้าน...คำคุ้นชินที่กินความหมายได้อย่างลึกล้ำ เฉพาะยิ่งกับ คนไกลบ้าน หลายคนที่มาหลงวนอยู่ในเส้นทางสายเวลาและชะตากรรม... . กลับ บ้าน ในความหมายของ บ้านเกิด อันเคยเติบโตเมื่อวัยเยาว์ บ้านที่มีพ่อแม่ พี่น้อง ผองเพื่อน โอบล้อมรักไว้ในอ้อมแขนอบอุ่นของผืนนาเขียวขจี แม่น้ำ ภูเขา และทุ่งกว้างแห่งความฝัน... . บ้าน ที่ให้เราได้ขี่จักรยานคันเก่าบุโรทั่งไล่ล้อตะวันตกดิน เบิกบานยามกระโดดลงเล่นสายน้ำเย็นฉ่ำ เดินเด็ดดอกหญ้าริมทางมาแซมเสียบผม วิ่งไล่เตะฟุตบอลที่พรุนไปด้วยรอยปะผุ บนถนนสายเล็กเล็กซึ่งนานนานครั้งจะมีรถวิ่งผ่านมาสักคัน .
. ...ดอกหญ้าดาว วับวาวทางเกลื่อน เหมือนดังหยาดพลอย แตะนิดต้องน้อย ราวมณีร่วงพรู พัดพรายลงดิน... . วันวาน...วันที่เราได้นอนหนุนตักแม่อยู่บนบ้าน...หลายคนมักไม่ได้คำนึงถึงความผูกพันในครอบครัวนัก เราต่างอยากทะยานออกผจญโลกกว้าง ใช้ชีวิตเยี่ยงนกเสรีไร้กรอบ มุ่งแสวงหาทุกสิ่งอย่างนอกรั้วถิ่นเกิด . ตามวิถีครรลองของเด็กต่างจังหวัด เรามักถูกกำหนดให้ต้องมาต่อยอดความรู้ทางการศึกษาในเมืองใหญ่ ถ้าใคร่จะยกระดับกับคำหรูหราว่า "ปัญญาชน" ถนนสายนี้จึงมีทางให้เลือกเดินไม่มากนัก . ระหว่างรอยต่อจากวัยเด็กถึงวัยหนุ่มสาว แทบทุกคนจึงจำต้องโบกมืออำลาจากทุ่งนาป่าสวน มามุ่งหน้าคว้าเดือนดาวในทุ่งคอนกรีต สายตาตั้งมั่นอยู่ที่กระดาษรับประกันคุณภาพหนึ่งแผ่น ซึ่งจะใช้เป็นใบเบิกทางตามฝันไปสู่อนาคต อันคล้ายจะเรืองรองลิบลิบอยู่เบื้องหน้า... . ก่อนเดินทางจากมา...ทานตะวัน ต้นเล็ก ๆ หน้าบ้านที่แม่เป็นคนปลูก เฝ้ากระซิบส่งผ่านความหวังดี อวยพรขอให้นักแสวงหาจงพบหนทางที่ฝัน และทุกคนจะเฝ้ารอคอยการกลับมา .
จะอยู่แดนไหน สุดฟ้าแสนไกล คะนึงถึงถิ่น ด้าวแดนแผ่นดิน ที่เราจากมา เนิ่นนานแสนนาน . ....แต่บางครั้ง ความจริงก็ไม่ได้หอมหวานเหมือนความฝัน... . ...."สายลมแห่งโชคชะตา" อาจกำลังเล่นตลกกับบางชีวิต . ....และจากวันนั้นจนถึงวันนี้...หลายคนยังหาทางกลับบ้านไม่เจอ... . ทุ่มกายทุ่มใจ เข้าโหมแรงไฟ หัวใจแรงเร่า ยิ่งสร้างยิ่งทำ ระกำหนักเบา ดิ้นรนหนทาง . ภาระชีวิตอันทวีทบ ทำให้ คนพลัดถิ่น จำนวนมหาศาล ไม่มีโอกาสกลับบ้านเกิดอย่างที่ตั้งใจ บางคนหลงทาง หลงชีวิต ติดอยู่ในกับดักพันธนาการที่ร้อยรัด ทั้งที่กระทำด้วยตัวเองและที่คนอื่นได้กำหนดชะตาให้ . จะแปลกอะไร...หากมีใครสักคนนั่งน้ำตาซึมเอ่อ เมื่อได้ยินบทเพลงบางท่วงทำนอง ในขณะยามที่เขาคนนั้นต้องเร่งสะสางการงานให้ลุล่วงในวันเทศกาล วันแสนสำคัญที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้ากลับถิ่นเกิด... .
. เจ้ามิ่งขวัญ ยิ่งวันยิ่งเดือน ยิ่งเลือนยิ่งลาง ทอดทิ้งทุ่งร้าง วันและวันผ่านเลือน เหมือนเดินทางไกล . คงเป็นความโหดร้ายไม่น้อย ถ้าวันปีใหม่ได้ล่วงผ่าน วันสงกรานต์จะผ่านเลย...วันเข้าพรรษาก็เคลื่อนลับหาย โดยไร้เงา "นักแสวงหาฝัน" ผู้จากบ้านเกิดมาเนิ่นนาน...นานดุจดั่งลืมเลือนกันชั่วนิรันดร์ . ดอกหญ้าเหี่ยวเฉา ทานตะวันชูช่อค้างเก้อ เฝ้าตั้งตารอรับเพื่อนเก่าไกลบ้านมาหลายครั้งหลายครา แต่ก็ยังไม่เคยเห็นเยี่ยมกรายมาแม้เพียงเงา... . ลำพังดอกหญ้ายังรู้สึกได้ถึงเพียงนี้...หากเป็น "คุณแม่วัยชรา" ซึ่งเฝ้าชะเง้อรออยู่ข้างทานตะวันกลีบหมอง เหลียวหน้าจากเรือนทุกครั้งพลันที่มีรถวิ่งผ่าน...ท่านคง "ถวิลหา" ยิ่งกว่าหลายทบเท่านัก... . ...ดอกหญ้างาม งดงามดังก่อน หรือรอนร่วงราน แดดร้อนดินแล้ง ลมระงมแผ้วพาน บ้านนาป่าเขา... .
. . แต่เอาเถอะ..."นักแสวงหาฝัน" ทั้งหลาย...คงไม่มีคำว่าสายเกินไปหรอก...กับการหวนคืนกลับบ้าน...หวนคืนสู่ "รากเหง้า" แสนอบอุ่น...หากเรามีหัวใจที่มั่นคงนำทาง... . ...ตะวันส่องแสง สาดแสงลงมา ทาบทาทางใหม่ ร่วมจิตร่วมใจ ก้าวไปก้าวไป ฝ่าภัยร้อยพัน มิ่งขวัญเอ๋ย หัวใจเรามั่น เหมือนทานตะวัน เฉิดแสงแรงฝัน กลางรวีตะวัน สีทองส่องใส... . .
. เพราะถึงแม้เวลาจะล่วงผ่านไปเนิ่นนานสักเพียงใด... . ทานตะวัน หน้าบ้านที่แม่เฝ้าดูแลต้นนั้น....ก็ยังคงหันหน้าเข้าสู่แสงรวีดวงเดิมเสมอ...ทุกยาม... .
" """"""""""""""""""""""" เพลง : ทานตะวัน (ศุ บุญเลี้ยง)....แรงใจไฟฝัน กำนัลแด่....ทานตะวัน "ไกลบ้าน" ทุกดอก ที่หลงวนกลางทุ่งแห่งความฝัน... . . ขอบคุณและขออนุญาติ : บทกวี ทานตะวัน อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และบทเพลงโดย ศุ บุญเลี้ยง รวมทั้งภาพจาก internet.... ........ . |