| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
"ค่ำแล้ว"..ณ..ดอยพะวอ.. เพลงกล่อมจาก.."พ่อ" แห่งแผ่นดิน.. ....................... .
. บนเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105...สาย ตาก-แม่สอด... . เข็มสั้น-ยาวจากนาฬิกาข้อมือสีดำเส้นเก่า ชี้บอกเวลาว่ายามนี้ล่วงผ่านห้าโมงเย็นมา 20 นาทีแล้ว...ฉันเริ่มผ่อนน้ำหนักเท้าออกจากคันเร่ง เสียงเครื่องยนต์ครางแผ่วเบาลงทุกขณะ...กระทั่งในที่สุดรถก็จอดนิ่งสนิท ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 62 ล่วงเข้า 63... . คล้ายดั่งธรรมเนียมปฏิบัติในแทบทุกครั้งที่ผ่านมาเส้นทางนี้...ฉันมักแวะจอดพักรถและพักสายตาที่ "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" อันเป็นจุดเคารพสักการะของชาวแม่สอด และบรรดาผู้สัญจรผ่านทางไปมาเสมอ... .
.
. ในทันทีที่ฉันขยับตัวลงจากรถ...สายลมจางหนาวเดือนธันวาคมก็พัดพาใบไม้ร่วงดังกรูเกรียว กลิ่นควันธูปเทียนจากศาลเจ้าพ่อโชยมาแตะจมูก...ฉันมองเลยไปยังร้านค้าที่อยู่รายรอบ รู้สึกได้ถึงความเงียบเหงา คงอาจเป็นเพราะใกล้พลบค่ำแล้ว เหล่าผู้ผ่านทางจึงมักเร่งทำเวลา เพื่อให้ถึงจุดหมายก่อนแสงสุดท้ายของวันจะสิ้นสุดลง . ต่างกับฉันตอนนี้ เพราะจุดหมายปลายทางที่ แม่สอด เหลือระยะทางเพียงแค่ราว 25 กม...จึงไม่จำเป็นต้องเร่งร้อนอะไรนัก .
. หลังขึ้นไปสักการะศาลเจ้าพ่อ และเดินชมนกชมไม้อยู่พักใหญ่...ดวงตะวันสีส้มก็เคลื่อนลับเหลี่ยมทิวเขา คล้อยจมหายไปในเส้นฝั่งขอบฟ้า ความมืดเริ่มสยายปีกห่มคลุมแผ่นดินดงดอย พระจันทร์รูปเสี้ยวแอบเร้นอยู่หลังก้อนเมฆ รอผลัดเปลี่ยนเวรยามเพื่อทอแสงนวล... . เสียงบีบแตรยาวเพื่อคารวะเจ้าพ่อยังดังขึ้นเป็นระยะ...ฉันกระชับแจ๊คเก็ตแนบร่าง ก่อนเดินตรงไปยังร้านค้าที่อยู่ใกล้ที่สุด หล่นคำถามหาเครื่องดื่มมาอบอุ่นร่างกาย พลางล้วงควานหาธนบัตรใบร้อยที่ยับยู่ในกระเป๋ากางเกง ยื่นส่งให้ชายชราเจ้าของร้าน...และเมื่อหันไปเจอเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำ...ฉันจึงถือโอกาสนั่งพักเหยียดแข้งขาที่เมื่อยล้ามาทั้งวัน... .
. กลางอ้อมกอดของ "ขุนดอยพะวอ"...ภูเขาหินปูนที่ผงาดง้ำตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันอาจทำให้ใครหลายคนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย...หากฉันจะเอ่ยว่า...เขาลูกนี้ก่อกำเนิดขึ้นนับเนื่องได้ประมาณ 250 ล้านปีมาแล้ว และอดีตแถบถิ่นนี้ก็เคยเป็นทะเลมาก่อน ยืนยันได้จากซากดึกดำบรรพ์มากมาย...จำพวกหอยสองฝาและปะการังที่ยังพบฝังร่างเป็นฟอสซิลอยู่ในหินที่นี่... . ฉันละสายตาจากเขาหินสูงชัน รู้สึกถึงความเยียบเย็นที่เริ่มโรยตัวมาโอบล้อมความเปลี่ยวเหงา เหลียวมองชายชราซึ่งยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างเงียบเชียบหลังร้าน และก่อนที่ฉันจะเรียกหาเครื่องดื่มมาเพิ่มเติม...แกก็ขยับลุกเดินไปหยิบเทปคาสเซ็ตสอดเข้าหาเครื่องเล่น... . ...แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลง...เสียง "เพลงพระราชนิพนธ์" บทหนึ่งดังแว่วเข้ามาแทรกสดับ... .
.
. คงเพราะความจำอันแสนสั้น ทำให้ฉันต้องแอบบันทึกบางอย่างที่ประทับใจลงในสมุดเล่มเล็กอยู่บ่อยบ่อย และบทเพลงทรงคุณค่า "ค่ำแล้ว" หรือ "Lullaby" บทนี้ก็เช่นเดียวกัน...ฉันพบว่าเคยคัดลอกเนื้อถ้อยอันงดงามไว้ พร้อมเกร็ดที่มาสุดแสนประทับใจ... . ลายมือแกมหวัดของฉันบันทึกไว้ว่า...บทเพลงนี้..."พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง ช่วงเดือนกรกฏาคม ปี 2498...ขณะพระองค์ท่านทรงอุ้ม "พระธิดาองค์น้อย" (เจ้าฟ้าสิรินธร) ไว้ในอ้อมพระกรข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งทรงบรรเลงอิเลคโทน...กระทั่ง "พระธิดาองค์น้อย" บรรทมหลับไป เพลง Lullaby ก็พริ้วแผ่วจบลง... .
. คราหนึ่ง..."พระธิดาองค์น้อย" ทรงรับสั่งถึงเพลงนี้ว่า แท้จริงแล้วไม่ได้ทรงนิพนธ์เพื่อพระราชทานแด่ท่านพระองค์เดียว เพียงขณะนั้นท่านเพิ่งประสูติ และเมื่อฟังเพลงนี้คราใด ท่านก็ทรงบรรทมหลับทุกครั้ง หลายคนเลยคิดว่าเป็นเพลงของพระองค์ท่าน... .
. .......... . บทเพลงจากเครื่องเล่นเทปหยุดลงแล้ว...ฉันลุกจ่ายเงินและเอ่ยขอบคุณชายชรา ขยับขึ้นรถเตรียมเดินทางต่ออีกครั้ง... . ระหว่างทางมุ่งสู่แม่สอด...ภาพแห่ง "พระกรณียกิจอันยิ่งใหญ่" ของ พ่อแห่งแผ่นดิน ย้ำเตือนให้ลูกตัวเล็กเล็กอย่างฉัน ได้ตระหนักรู้อีกครั้งว่า...พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายเพียงใด เพื่อให้ลูกของท่านทุกคนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข... . และวันนี้...ฉันก็ตั้งมั่นไว้ในใจแล้วว่า...ฉันจะพยายามกระทำ "ความดี" เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน...ใช้ชีวิตอย่างไม่เบียดเบียน ไม่ทะเลาะขัดแย้ง และเดินตามรอยทาง "อยู่แบบพอเพียง" ของพระองค์ท่าน... .
. ก่อนรถล่วงเข้าเขตตัวเมือง...เส้นทางตรงหน้าคล้ายดูพร่ามัว แต่ฉันสัมผัสได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า เหตุมิได้เกิดจากเมฆหมอกปิดบังเส้นทางแต่อย่างใด หากเกิดจากรอยชื้นในดวงตา เมื่อพลันนึกถึงภาพอันงดงามอีกครั้ง... . ภาพของ พ่อ ผู้ร้องเพลงกล่อมลูก... . ภาพของ พ่อแห่งแผ่นดิน ที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยพระวรกายเพียงใด แต่พระองค์ท่านกลับยังทรงนิพนธ์บทเพลง...เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญแด่ลูกของท่านทั่วผืนแผ่นดินไทย... .
.
. ...................... . . . "ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน" . หมายเหตุ... . บันทึกเนื้อเพลงพระราชนิพนธ์จาก...หนังสือ เลิศล้ำคำกรอง ทำนองแห่งแผ่นดิน เรียบเรียงโดย ดร. ภาธร ศรีกรานนท์ (ตุลาคม 2549) . รับฟังเพลงพระราชนิพนธ์ "ค่ำแล้ว" ได้ที่... . http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=samsian&date=06-04-2007&group=1&gblog=24 และ . http://web.ku.ac.th/king72/2530/lullaby.html . ขอบคุณ..ภาพบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต . |