| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ฝาก Desperado ถึงฝั่ง แสงจันทร์ .... (คืนค้างทางฝัน...กลางเหมืองทองร้าง) ........................ .
. (1) . ระบำดอกฝน ยังคงพรมพริ้วสายที่ "ทองผาภูมิ" อย่างแผ่วเบา...ขณะ ปรีชา และทีมงานสำรวจมาถึงที่นี่...ฟ้าร้องคำรามครืนครวญ ดุจจะกู่เสียงทักทายผู้มาเยือนจากแดนไกล ขุนเขาคลี่คลุมด้วยพรมผืนหญ้าสดเขียว สายน้ำ "แควน้อย" ไหลรี่ระลอกใส...เติมแต้มให้อำเภอเล็กเล็กสุดแดนตะวันตกแห่งนี้ เปี่ยมมนต์เสน่ห์คล้ายหญิงสาววัยแรกแย้ม... . จากเส้นทางสาย 323 (กาญจนบุรี สังขละบุรี)...ชายหนุ่มชี้บอกทางให้ทีมงานมุ่งตรงเข้าสู่ตลาดทองผาภูมิ เพื่อซื้อหาเสบียงอาหารที่จำเป็น ก่อนเลี้ยวซ้ายตัดเข้าถนนลาดยางขนาดสองเลนหมายเลข 3272 (ทองผาภูมิ - เหมืองปิล๊อก) ถนนสายอันตรายที่คดเคี้ยวนับร้อยโค้ง แคบขนาบไปตามไหล่เขาตะนาวศรี มองเหมือนอสรพิษสีดำที่เลื้อยพาดชำแรกเข้ากลางป่าดอย... .
. ทองคำ โลหะล้ำค่าสีเหลืองสกาว...แร่ธาตุอันเป็นยอดปรารถนาของมนุษย์ทุกนาม ไม่เว้นกระทั่งพระเจ้าและซาตาน คือต้นเหตุที่มาของภารกิจครั้งนี้ เสียงชาวบ้านโจษขานกันมาเนิ่นนาน ฟังแว่วว่า...ในลำห้วยสายหนึ่งซึ่งกำเนิดมาจาก เขาช้างเผือก เขตตำบลปิล๊อกซีกตะวันออก ยังมีแร่สูงค่าอย่าง ทองคำ แฝงปะปนอยู่ในเศษดิน-ทรายข้างริมฝั่งและใต้ท้องห้วย... . เสียงร่ำลือนั้นเอง...ที่ทำให้ทีมงานสำรวจของเขา...ต้องบุกฝ่าไปดูให้กระจ่างแจ้ง .
. (2) . ขอบแดนจากแผนที่..ระบุว่าป่าแถบนี้จัดอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ...ทีมงานสำรวจเริ่มเตรียมพร้อมในการเดินเท้าเข้าสู่ "เหมืองทองคำร้าง" กลางป่าลึก... ชายหนุ่มตวัดเป้สนามแนบติดแผ่นหลัง ค้อนกระชับแน่นอยู่ในมือ เสบียงถูกเฉลี่ยแก่คนงานอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อบรรเทาความหน่วงหนักระหว่างทาง... . ก้าวต่อก้าว...เขาย่ำลงบนทางแคบข้างหุบเหว ลำห้วย และสันดอย สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่หลายชั่วโมง...คนงานพื้นถิ่นชำนาญทางเดินนำหน้า โดยพาลุยย่ำไปตามลำห้วย กรือกระปุ๊ เป็นหลัก เพราะระยะทางสั้นที่สุด และมักมีหินโผล่หน้ามาให้ดูเสมอ...ทุกชีวิตเดินทวนกระแสน้ำที่เริ่มลึกและเชี่ยวกรากเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะบางช่วงคนงานขอหยุดพักเพื่อทอดแหหาปลา ซึ่งในพริบตาเดียว...พวกเขาก็ได้อาหารสดมื้อเย็นมากกว่าครึ่งค่อนกระสอบ... .
. ระหว่างทาง...กิ่งไผ่ลู่ไปตามแรงลมที่พัดกรรโชกมาเป็นระยะ กลิ่นดินฉ่ำฝนหอมขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ดอกไม้ป่าสีม่วงผลิบานเป็นพุ่ม ยั่วเย้าผีเสื้อให้โผบินไปซบเกสรหวาน กล้วยไม้หลากสีสันอวดช่อต่อกิ่งคาคบ ไก่ป่ากระพือปีกบินหลบเหล่าผู้มาเยือน แต่ตัวทากกลับชูคอสลอน...รอเหยื่อย่างกรายผ่าน... . สี่ชั่วโมงเต็มกลางป่าลึก...กระทั่งเลยเที่ยงวันมาเล็กน้อย...ชายหนุ่มและทีมงานก็เข้าถึงจุดหมาย ฝนยังคงโปรยละอองชื้นไอไม่ขาดสาย...เขาเปียกปอนไปทั่วร่าง มือซีดเซียวอ่อนล้าแรง ข้อเท้าซ้นจากหินพลิก ร่างกายหนาวสั่นสะทก... . และเหนืออื่นใด...ลึกสุดใจของเขาขณะนี้...กลับคล้ายดั่งจะ หนาวน้ำตา... .
. (3) . .ฝนอาจเป็นปัญหาเล็กน้อยกับงานสำรวจกลางแจ้ง...แต่ในเวลานี้ อุปสรรคสำคัญกลับไม่ใช่สายฝน เพราะแม้ทั้งเนื้อตัวจะชุ่มโชกไปด้วยเม็ดน้ำ หากในหัวใจของเขากลับแห้งผาก ดุจแผ่นหินที่ถูกทิ้งร้างกลางทะเลทราย.. .คำนึงย้อนถึงค่ำคืนที่ผ่านมาในเมืองใหญ่...เขาพบว่าตัวเองกำลังนั่งนิ่งเงียบต่อหน้าเธอ หญิงสาวคนเดิมคนนั้น ด้วยภาวะจิตใจอันรอนร้าวสับสน เพราะสัมพันธภาพที่เริ่มคลอนแคลน บนเส้นทางหัวใจสายเก่าที่ใกล้จะถึงทางตันขึ้นทุกขณะ... .ก่อนหันหลังเดินแยกจากกันอย่างเงียบเชียบ...เขาและเธอผูกเงื่อนสัญญาไว้บางถ้อย.. ด้วยคำมั่นว่าจะถอยห่างกันคนละก้าว ทบทวนช่วงทุกข์สุข และปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยาทุกสิ่ง... . เสียงหล่นคำรับปากแผ่วเบา...เขาจำเป็นต้องเลือกหนทางเดินถอยหลัง...เพื่อสอบถามหัวใจของตัวเอง ว่าในห้วงยามที่ต้องเร่ร้างห่างไกลกัน ความคิดถึงจะยังทำหน้าที่ของมันได้ดีดังเดิมหรือไม่ ?? .
. ในนามของความรัก เขาเคยคาดหวังว่ามันจะยั่งยืนยาวนาน แต่ความหวังก็มักตกแตกกลางคันเสมอ อาจเพราะประมาทจนไม่ได้ดูแลมันเท่าที่ควร... . บนทางร้าวอันยาวนานของความสัมพันธ์ เหตุคงเกิดเพราะความมักง่ายที่มุ่งตามใจตัวเอง หรืออาจเป็นเพราะความคาดหวังที่ไร้การสนองตอบ...ครั้งแล้วครั้งเล่า... . เมื่อพาร่างไร้เรี่ยวแรงโผเผกลับถึงห้อง..เขาหยิบกีตาร์ตัวเก่าขึ้นมาตั้งสายอีกครั้ง...มันเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ ในเวลาเหนื่อยหน่ายจากสิ่งรอบข้าง... . ราตรีนั้น... Desperado ถูกกรีดสายผ่านความเงียบงัน บรรเลงอยู่เช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...จวบฟ้าใกล้สาง... .
. (4) . แม้ความรักจะหวานชื่นหรือเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผล...แต่หน้าที่ของชายหนุ่มก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป... . งานสำรวจเบื้องต้นเริ่มขึ้นในช่วงบ่าย...เขาสั่งการให้คนงานขุดเศษดิน-ทรายริมตลิ่งและในลำห้วย ก่อนจะใช้ เลียง ซึ่งเป็นเครื่องมือร่อนทองที่ทำด้วยไม้ รูปร่างคล้ายกะทะ ร่อนแยกทุกอย่างออกจากกัน . เพียงไม่นาน...ปริศนาก็ถูกคลี่คลาย...เขาพบว่า ทองคำ ในลำห้วย กรือกระปุ๊ นั้นมีอยู่จริง...รูปร่างของมันค่อนข้างแบน บ่งบอกถึงการเคลื่อนที่มาไม่ไกลนัก ทองเกล็ดใหญ่ที่สุดมีขนาดราว 2-3 มม. . .
. เขาคาดการณ์คร่าว ๆ ด้วยแผนที่ในมือ...แน่นอนว่าเหนือขึ้นไปทางต้นน้ำ ซึ่งเป็นแถบเทือก เขาช้างเผือก นั้น ย่อมเป็นต้นกำเนิดของทองคำเหล่านี้...และเมื่อวันเวลาผันผ่าน แร่สีเหลืองสูงค่าอันเคยฝังประอยู่ในหินที่ให้กำเนิดพวกมัน ก็หลุดร่อนพัดพามากับสายน้ำ สะสมจมตัวอยู่ตามริมฝั่งและท้องห้วยอย่างที่พบ . ส่วนจะมีจำนวนมหาศาลเพียงใด...คำตอบนั้นยังฝากไว้ที่ "ทางช้างเผือก".... .
. (5) . ย่ำค่ำหลังเลิกงาน...เหล้าป่าดีกรีแรงถูกรินส่งแจกจ่าย ต้มปลาเนื้อหวานนุ่มและกบภูเขาทอดกรอบ กับแกล้มชั้นดีถูกทยอยส่งมาเหมือนฟ้าประทาน ทุกคนนั่งสนทนาสัพเพเหระจนดึกข้ามดื่น...จากนั้นจึงเริ่มโบกมืออำลา ทยอยเข้านอนเพื่อเก็บแรงไว้ในวันพรุ่ง... .
. เที่ยงคืนล่วงผ่านไป...อากาศเย็นยะเยือก...ชายหนุ่มยังคงนอนฟังเสียงน้ำค้างร่วงเม็ดลงบนใบไม้ดังเปาะแปะ ลืมตาค้างอยู่ท่ามกลางเงาสลัวจากพงไพร คิดทบทวนถึงช่วงฉากแห่งความผูกพันกับเธอคนนั้น...ภาพสองชีวิตหัวใจเดียวที่เคยเคียงข้างกันทุกหนแห่ง.. . จันทร์ทอดวงกระจ่างทั่วเวิ้งฟ้า เขานอนมอง แสงจันทร์ อยู่เนิ่นนาน โทรศัพท์มือถือข้างกายดูเหมือนไร้ค่า เพราะอานุภาพคลื่นที่มิอาจส่งผ่านมาถึงได้... . ยังไม่ผ่านพ้นแค่เพียงราตรีเดียว แต่ความคิดถึงกลับตามติดเขามาไม่ลดละ...หรือว่าคำตอบบางเรื่องของหัวใจ...อาจไม่ต้องรอนาน ?? . ห้วงยามก่อนหลับไหลคืนนี้..เขาจึงเพียงเฝ้าภาวนา...ขอส่งความห่วงหาผ่านบางบทเพลง...ฝากไปสู่เธอคนนั้น . เธอผู้เป็นหญิงสาวคนเดิมในหัวใจเขา...ตลอดกาล... .
.
.
.
.
.
..................... . ขอบคุณและขออนุญาติ...เพลงจาก http://www.ijigg.com และภาพบางส่วนจาก INTERNET .
|