พิมพ์หน้านี้
|
มาตรการคัดเลือกผูพิพากษาสมทบศาลแรงงานตามกฎหมายใหม เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ไดประกาศใชมาเปนระยะเวลานาน บทบัญญัติบางประการจึงไมสอดคลองกับสภาพสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในปจจุบันซึ่งไดเปลี่ยนแปลงไป และหลายปที่ผานมารัฐบาลไดผลักดันใหประเทศไทยเขาสูการเปนประเทศอตสาหกรรมอยางเต็มรูปแบบ โดยการกําหนดนโยบายที่เกี่ยวของกับการสงเสริมการลงทุนและการสงออกอยางตอเนื่อง สงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพการจางงานและการทํางาน ทําใหเกิดปญหาทางดานแรงงานที่มีความซับซอนและมีจํานวนมากขึ้นอยางเห็นไดชัด สํานักงานศาลยุติธรรมจึงเสนอแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกลาวใหมีความเหมาะสมกับสภาวการณที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในรางพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน นี้มีหลักกฎหมายสําคัญที่ไดรับการแกไขเพื่อใหสอดคลองกับสภาพสังคมและสภาพการจางงานที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้ 1. ขยายอํานาจศาลแรงงาน รางพระราชบัญญัติฉบับนี้ไดขยายขอบเขตอํานาจศาลแรงงานใหมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีละเมิดระหวางลูกจางกับลูกจางที่เกิดจากการทํางานในระหวางทางการที่จาง จากเดิมที่จํากัดอยูเพียงเฉพาะคดีละเมิดระหวางนายจางกับลูกจางเทานั้น และใหศาลแรงงานมีอํานาจพิจารณาคดีหรือมีคําสั่งเกี่ยวกับขอพิพาทแรงงานที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานขอใหศาลแรงงานชี้ขาดตามกฎหมายวาดวยแรงงานสัมพันธ กฎหมายวาดวยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ หรือกฎหมายวาดวยการจัดหางานและคุมครองคนหางาน ที่ตองแกไขเชนนี้ก็เพื่อใหสอดคลองกับการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและเพื่อใหครอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะการจางงานเชนเดียวกับเอกชนและ กําหนดใหศาลแรงงานมีอํานาจวินิจฉัยวาคดีใดอยูในอํานาจของศาลแรงงานโดยไมตองใหอธิบดีผูพิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัย ในกรณีที่มีคําวินิจฉัยของอธิบดีผูพิพากษาศาลแรงงานกลางอยูแลวเพื่อลดภาระของอธิบดีผูพิพากษาศาลแรงงานกลาง 2. วิธีการคัดเลือกผูพิพากษาสมทบ ในสวนที่เกี่ยวกับผูพิพากษาสมทบไดมีการแกไขเพิ่มเติมหลักเกณฑวิธีการคัดเลือก คุณสมบัติ วาระในการดํารงตําแหนงและการพนจากตําแหนงของผูพิพากษาสมทบ โดยกําหนดใหคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเปนผูดําเนินการคัดเลือกผูพิพากษาสมทบในศาลแรงงานและกําหนดวิธีการจัดทําบัญชีรายชื่อผูแทนฝายนายจางและฝายลูกจาง โดยใหสมาคมนายจางกับรัฐวิสาหกิจและสหภาพแรงงานเสนอชื่อผูแทนฝายตนตออธิบดีกรมสวัสดิการและคุมครองแรงงานหรือ ผูที่ไดรับมอบหมาย แลวใหอธิบดีกรมสวัสดิการและคุมครองแรงงานหรือผูที่ไดรับมอบหมายจัดใหมีการเลือกตั้งผูแทนฝายสมาคมนายจางกับรัฐวิสาหกิจและสหภาพแรงงานใหไดจํานวนไมเกิน 2 เทาของจํานวนที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามกฎหมายวาดวยระเบียบการบริหารราชการ ศาลยุติธรรมกําหนดและเสนอบัญชีรายชื่อดังกลาวตอเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม และเพิ่มหลักการใหที่ประชุมผูแทนฝายนายจางของสถานประกอบกิจการและที่ประชุมผูแทนฝายลูกจางของสถานประกอบกิจการซึ่งอยูในเขตศาลแรงงานสามารถเสนอรายชื่อผูแทนฝายตนไดดวยในกรณีที่ไมมีสมาคมนายจางหรือสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนที่ตั้งสํานักงานในเขตศาลแรงงานหรือมีอยูเปนจํานวนนอย นอกจากนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังไดเปดโอกาสใหกับองคกรอื่นๆที่เกี่ยวของกับแรงงานสามารถเสนอชื่อผูแทนฝายตน โดยใหกระทรวงแรงงาน หรือคณะกรรมการหรือองคกรที่เกี่ยวกับแรงงานตามประกาศของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เสนอชื่อผูแทนฝายนายจางหรือลูกจาง ตออธิบดีผูพิพากษาศาลแรงงานกลางแลวจัดใหมีการประชุมเลือกกันเองใหไดจํานวน ไมเกิน 2 เทาของจํานวนที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามกฎหมายวาดวยระเบียบการบริหารราชการศาลยุติธรรมกําหนดแลวเสนอบัญชีดังกลาวตอเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม จะเห็นไดวามีการกําหนดจํานวนผูไดรับการเสนอชื่อไวใหมีจํานวนไดไมเกิน 2 เทาของจํานวนที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามกฎหมายวาดวยระเบียบการบริหารราชการศาลยุติธรรมกําหนดทั้งนี้เพื่อใหคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมมีโอกาสไดกลั่นกรองพิจารณารายชื่ออีกครั้งหนึ่งตามที่กฎหมายกําหนด 3. คุณสมบัติของผูพิพากษาสมทบ มีการเพิ่มเติมคุณสมบัติของผูพิพากษาสมทบเพื่อแกไขปญหาขอขัดของในการคัดเลือกผูพิพากษาสมทบในอดีตที่ผานมาโดยกําหนดคุณสมบัติของผูพิพากษาสมทบไวดังนี้
4. สําเร็จการศึกษาไมต่ำกวาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเทาเวนแตเคยเปนผูพิพากษาสมทบในศาลแรงงาน 5. กําหนดเพิ่มคุณสมบัติของบุคคลที่ไดรับการเสนอชื่อในสวนของผูแทนฝายนายจาง วาตองเปนกรรมการสมาคมนายจางมาแลวไมนอยกวา 2 ปและสมาคมนายจางนั้นไดจดทะเบียนที่ตั้งสํานักงานในเขตศาลแรงงานนั้น หรือเปนฝายบริหารของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวาดวยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธมาแลวไมนอยกวา 2 ปแลวแตกรณี เพื่อใหผูพิพากษาสมทบฝายนายจางมีฐานะของผูแทนของฝายนายจางอยางแทจริง เชนเดียวกับผูแทนฝายลูกจางที่กําหนดวาบุคคลที่ไดรับการเสนอชื่อในสวนของผูแทนฝายลูกจางนั้นตองเปนกรรมการสหภาพแรงงานมาแลวไมนอยกวาสองป และสหภาพแรงงานนั้นไดจดทะเบียนที่ตั้งสํานักงานในเขตศาลแรงงานนั้น 6. เปนผูมีความเลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข 7. ไมเปนบุคคลลมละลาย คนไรความสามารถ คนเสมือนไรความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟน เฟอน มีจิตใจไมเหมาะสมที่จะเปนผูพิพากษาสมทบ หรือเปนโรคที่ระบุไวในระเบียบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม 8. ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาสูงสุดใหลงโทษจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 9. ไมเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดวาไดกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวยแรงงานสัมพันธ กฎหมายวาดวยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ กฎหมายวาดวยการจัดหางานและคุมครองคนหางาน กฎหมายวาดวยการประกันสังคม หรือกฎหมายวาดวยเงินทดแทน เวนแตพนโทษมาแลวไมนอยกวา 2 ปหรือพนระยะเวลาที่ศาลกําหนดในการรอการลงโทษแลว 10. ไมเคยตองคําสั่งศาลถึงที่สุดใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินและศาลไมไดสั่งคืนทรัพยสินตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงิน 11. ไมเปนขาราชการการเมือง กรรมการหรือผูดํารงตําแหนงที่รับผิดชอบในการบริหารงานพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจาหนาที่ในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งหรือการแตงตั้ง หรือทนายความ 12. ไมเคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือหนวยงานอื่นของรัฐ 13. ไมเคยเปนผูเสื่อมเสียหรือบกพรองในศีลธรรมอันดี และ 14. ไมเคยพนจากตําแหนงผูพิพากษาสมทบ ทั้งนี้ ใหผูพิพากษาสมทบดํารงตําแหนงไดคราวละ 3 ป แตจะทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ แตงตั้งผูตองออกตามวาระไปแลวใหดํารงตําแหนงตอไปอีกก็ได สรุป ที่กลาวมาขางตนจะเห็นไดวารางพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. . มุงเนนที่การปรับปรุงหลักเกณฑวิธีการคัดเลือกและคุณสมบัติของผูพิพากษาสมทบในศาลแรงงานประกอบกับปรับปรุงเขตอํานาจของศาลแรงงานเปนสําคัญ หากนํามาใชแลวบรรลุประสทธิผลตามเจตนารมยของกฎหมายก็จะสงผลดีตอภาคแรงงานในภาพรวมเปนอยางมาก อีกทั้งยังเปนการกระตุนใหผูที่เกี่ยวของทบทวนปรับปรุงกฎหมายแรงงานฉบับอื่นๆซึ่งไดบังคับใชมาเปนเวลานานแลวเชนเดียวกันเพื่อใหทันสมัยและสอดคลองกับสภาวการณในปจจุบัน และขณะนี้รางพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานดังกลาวไดผาน ความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแหงชาติแลวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 และเมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวก็จะมีผลบังคับใชเปนกฎหมายตอไป สราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม และโฆษกสํานักงานศาลยุติธรรม |
| ภารกิจต่างๆ | ||
เรื่องราวการทำงานในทุกๆวัน |
||
|
View All |
||
| พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549 | ||
พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549 |
||
|
View All |
||