พิมพ์หน้านี้
|
ด้วยค่าทนายความ สวัสดียามค่ำๆ จากหนังสือ การใช้ภาษานักกฎหมาย โดย รศ.ดร. ชาคริต อนันทราวัน หลายท่านคงอยากทราบว่าเขาว่าจ้างทนายความกันเริ่มต้นแพงไหมยุ่งยากมากไหมจะชนะคดีความไหมวันนี้ผมไปค้นมาให้ศึกษาเป็นแนวทางครับ ค่าทนายความ หมายถึง ค่าจ้างทนายความ ฝ่ายโจทย์และฝ่ายจำเลยต่างก็ออกกันเอง(ใช้เงินตัวเอง) แต่ละฝ่ายก็จะลงไว้ในท้ายคำฟ้องหรือท้ายคำให้การว่าขอให้อีกฝ่ายหนึ่งใช้ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความแทนตนด้วย โดยทั่วๆไปหากคดีมีแพ้-ชนะก้ำกึ่ง ระหว่างโจทย์และจำเลย ศาลมักพิพากษาให้ค่าฤชาธรรมเนียมและทนายความเป็นพับ ก็หมายถึง ฝ่ายใดจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายเท่าไร ก็รับผิดชอบ แต่ถ้าศาล พิพากษาให้ฝ่ายใดแพ้คดีทั้งหมด ศาลมักพิพากษาให้อีกฝ่ายให้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนให้ ค่าทนายความนี้ก็จ่ายตามอัตราขั้นสูง ขั้นต่ำ ตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องร้องกัน มีอัตราตั้งแต่ 500 3,000 บาท ส่วนมากศาลมักกำหนดค่าอัตราทนายความในชั้นสูงซึ่งก็ไม่เกิน 3,000 บาท ในเนื้อหาข้างต้นมีคำหลายๆคำที่บางท่านไหมเข้าใจ ขอขยายต่อเลยนะครับ คำว่า ค่าฤชาธรรมเนียม เป็นสำนวนใช้ในขบวนการพิจารณาคดีของศาลโจทย์ ผู้นำคดีแพ่งขึ้นสู่ศาล ต้องจ่ายค่าฤชาธรรมเนียม ต่างๆ เช่น ค่าขึ้นศาล ค่าธรรมเนียม อื่นๆ เช่น ค่าป่วยการพยาน ค่ารังวัดทำแผนที่ ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยปกติค่าฤชาธรรมเนียมเหล่านี้ โจทย์ต้องจ่ายให้ศาลหากจำเลยแพ้คดีศาลมักจะสั่งให้จำเลยใช้แทนโจทย์ด้วย คำว่า ค่าขึ้นศาล ก็เป็นเงินที่โจทก์ต้องจ่ายแก่ศาลขณะนำคดีมาสู่ศาล ถ้าคดีนั้น มีข้อพิพากษาและมีทุนทรัพย์ โจทก์ก็ต้องจ่ายค่าขึ้นศาลอัตราร้อยละ 2.50 บาท ของทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน เช่น โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ 600,000 บาท จากจำเลยก็ต้องจ่าย ค่าขึ้นศาลร้อยละ 2.50 บาทของ 600,000 บาท ก็เท่ากับ15,000 บาท ให้แก่ศาลเป็นค่าธรรมเนียมโดยเรียกคืนมิได้ หากโจทก์ชนะคดีศาลอาจ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลแทนโจทก์ก็ได้ |
| ภารกิจต่างๆ | ||
เรื่องราวการทำงานในทุกๆวัน |
||
|
View All |
||
| พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549 | ||
พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549 |
||
|
View All |
||