• Law222
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 427
  • จำนวนผู้ชม : 68679
  • จำนวนผู้โหวต : 771
  • ส่ง msg :
พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549

พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549

View All
วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2551
กี่พันปี...บุรุษนายนี้ไม่เคยตาย
Posted by Law222 , ผู้อ่าน : 265 , 13:38:21 น.  
พิมพ์หน้านี้


ขุนแผน หรือ พลายแก้ว นักรักและนักรบที่ไม่ยอมเป็นรองใคร มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่รักแก่บุคคล
   
ทั่วไปบุคคลที่ขุนแผนยอมอ่อนข้อให้มีเพียงสองคน คือ สมเด็จพระพันวษา เจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา และ
   
นางทองประศรีขุนแผนเห็นคนที่เจ้าชู้หาตัวจับได้ยาก แม้ว่าขุนแผนจะเป็นผู้มีฤทธิ์เดชเป็นที่ยำเกรง แต่ในด้านอื่น
   
ขุนแผนเป็นรองขุนช้างอยู่สองประการใหญ่คือ ความรักเดียวใจเดียว และ ความร่ำรวย

 

ขุนแผน ขุนแผน หรือ พลายแก้ว นักรักและนักรบที่ไม่ยอมเป็นรองใคร มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่รักแก่บุคคลทั่วไปบุคคลที่ขุนแผนยอมอ่อนข้อให้มีเพียงสองคน คือ สมเด็จพระพันวษา เจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา และนางทองประศรีขุนแผนเป็นคนที่เจ้าชู้หาตัวจับได้ยาก แม้ว่าขุนแผนจะเป็นผู้มีฤทธิ์เดชเป็นที่ยำเกรง แต่ในด้านอื่นขุนแผนเป็นรองขุนช้างอยู่สองประการใหญ่คือ ความรักเดียวใจเดียว และ ความร่ำรวย

ด้านดี

๑. กตัญญูกตเวที

ขุนแผนรับอาสาสมเด็จพระพันวษา ออกรบกับเมืองเชียงใหม่ และออกรบครั้งอื่นๆ ถือได้ว่าขุนแผนมีความกตัญญูรู้คุณแผ่นดิน เมื่อครั้งที่ขุนแผนไปขออาศัยพระพิจิตรอยู่ก็ได้สำนึกถึงความผิดของตัวเอง เกรงว่าพระพิจิตรจะมีภัย จึงขอให้พระพิจิตรส่งตนและนางวันทองกลับกรุงอยุธยา ดังบทกลอนที่ว่า

“พลายแก้วรับสั่งบังคมทูล ขอเดชะนเรนทร์สูรโปรดเกศา

ชีวิตอยู่ใต้บาทา ขออาสาพระองค์ผู้ทรงชัย

ตีทัพเชียงอินทร์แลเชียงทอง ให้สมพระทัยปองให้จงได้

ถ้าข้าพระพุทธเจ้ามิบรรลัย ก็มิได้ย่อท้อต่อณรงค์ ฯ”

สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๓: ๑๘๐

“ครานั้นขุนแผนแสนสนิท พระพิจิตรจงรักบำรุงสงวน

อยู่เรือนที่หลังใหม่ข้างในจวน มาได้ถ้วนเดือนหนึ่งรำพึงคิด

พระพิจิตรบุษบาให้อาศัย รักใคร่เราเหมือนบุตรสุจริต

แต่นานไปที่ไหนความจะมิด ด้วยพระองค์ทรงฤทธิ์ยังโกรธา

สั่งกำชับกรมการด่านคอย อายัดซ่องใหญ่น้อยไว้แน่นหนา

ใครจับได้ให้ส่งไปพารา ด้วยโทษฆ่าคนตายเสียหลายพัน

จะร้อนถึงพระพิจิตรผู้บิดา ที่เมตตาเลี้ยงดูให้อยู่นั่น

สักหน่อยก็จะพลอยเป็นโทษทัณฑ์ ที่พูดนั้นว่าจะบอกไปขอไว้”

สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๓: ๔๗๑

๒.มีความรับผิดชอบ ต่อการกระทำของตน รักลูก เมีย

ขุนแผนเป็นคนรักลูกรักเมีย ทั้งยังมีความรับผิดชอบ ถึงแม้ขุนแผนจะมีภรรยามีหลายคนแต่ก็ดูแล และรับผิดชอบภรรยาทุกคนไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ดังเช่น ที่ขุนแผนทำกับนางแก้วกิริยา ที่ได้นางเป็นเมียและให้เงินนางไถ่ตัวเองออกมาจากขุนช้าง หรือแม้ยามที่นางลาวทองป่วย ขุนแผนก็สู้อุส่าฝากเวรไว้กับขุนช้างและมาดูแลนางลาวทองเป็นเหตุให้ขุนช้างได้ข้ออ้างใส่ร้ายขุนแผนจนเข้าคุก

“ขุนแผนรับขวัญอย่าพรั่นจิต พี่หาลืมคิดความหลังไม่

แสนสงสารสุดสวาทขาดใจ นับแต่วันนี้ไปจนวันตาย

มิวันหนึ่งวันใดคงถึงห้อง ประสมสองเกษมสุขให้โศกหาย

ชื่นจิตเจ้าจงคิดเพทุบาย ถ่ายถอนตัวเสียให้เป็นไท

ว่าพลางทางถอดซึ่งแหวนเพชร ประครองเช็ดน้ำตาอย่าร้องไห้

ชมแหวนแทนพลางระหว่างใจ สอดใส่นิ้วน้อยให้นางดู”

สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๓: ๓๗๗

๓. เฉลียวฉลาด เก่งกล้าสามารถ

ขุนแผนเป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ครั้งที่พลายแก้วได้บวชเรียนก็มีความฉลาดหลักแหลม แถมมีความขยันหมั่นเพียร บวชเรียนไม่เท่าไหร่ก็ท่องจำได้ขึ้นใจ

“ครานั้นจึงโฉมเจ้าเณรแก้ว บวชแล้วร่ำเรียนด้วยเพียรหมั่น

ปัญญาไวว่องคล่องแคล่วครัน เรียกสิ่งใดได้นั่นไม่ช้าที

จนอาจารย์ขยาดฉลาดเฉลียว เถรเณรออกเกรียวอยู่ที่นี่

จะเปรียบเณรแก้วได้นั้นไม่มี บวชยังไม่ถึงปีก็เจนใจ

หนังสือสิ้นกระแสทั้งแปลอรรถ จนสมภารเจ้าวัดไม่บอกได้

ลูบหลังลูบหน้าแล้วว่าไป สิ้นไส้กูแล้วเณรแก้วอา”

สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๓: ๔๘

ด้านเสีย

๑. เจ้าชู้

ขุนแผนขึ้นชื่อว่าเป็นชายเจ้าชู้ อาจเป็นเพราะขุนแผนเป็นหนุ่มรูปงาม จึงมีความมั่นใจในตัวเอง และขุนแผนเป็นคนมีเสน่ห์ ทำให้บรรดาหญิงสาวพากันหลงใหล อีกทั้งขุนแผนเป็นผู้ชายทีมีลูกอ้อน ไม่ว่าสาวใดได้ยินคำหวานก็พากันหลงรัก แม้กระทั่งนางสายทองพี่เลี้ยงนางพิม และด้วยนิสัยเจ้าชู้ของขุนแผนทำให้ต้องเสียนางพิมไป ด้วยการที่ขุนแผนไปรบและได้นางลาวทองกลับมากรุงศรีฯ ทำให้นางพิมตัดสินใจ ที่จะอยู่กินกับขุนช้างอย่างเต็มใจ

“ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว เห็นพิมหลับแล้วให้ป่วนปั่น

คิดถึงสายทองปองผูกพัน หมายมั่นที่จะมอบซึ่งไมตรี”

สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๓: ๑๓๘

๒.อารมณ์รุนแรง ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง

ด้วยความที่เป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง ทำให้ขุนแผนทำอะไรไปโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ ก่อให้เกิดความเสียหายต่างๆ ทั้งที่ยามปกติขุนแผนจะเป็นคนฉลาดมีเหตุผล แต่พอโกรธขึ้นมากลับกลายเป็นคน ที่ไร้สติ ทำอะไรก็เอาแต่ความสาแก่ใจ ความพึงพอใจของตัวเองเพียงเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาในภายภาคหน้า สังเกตจาก การที่ขุนแผนนำคนล้อมเรือนขุนช้างเพื่อที่จะฆ่าขุนช้าง หรือ ตอนที่ขุนแผนฟันม่านฝีมือของนางวันทองขาดจนหมดสิ้น เพื่อระบายความแค้นของตนเอง แม้กระทั่งนำเชือกผูกขุนช้างและนางวันทองไว้ด้วยกันเพื่อความสาแก่ใจก็ตาม

“จึงเอาเชือกด้ายที่สายม่าน ถึงงดไว้ไม่ผลาญให้เป็นผี

จะทำให้สมหน้าอีกาลี เชือกเส้นนี้แลจะเล่นมึง

ถีบเข้าให้ชิดติดกัน เชือกกระสันพันเข้าให้นอนขึง

ผูกเป็นเปลาะชะเนาะตรึง ปลายเชือกโยนถึงบนหลังคา”

สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๑๓: ๒๙๕

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบพลายแก้ว...ไม่ชอบขุนแผน..งงไหม?
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น