| ภารกิจต่างๆ | ||
เรื่องราวการทำงานในทุกๆวัน |
||
|
View All |
||
| พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549 | ||
พิธีประทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 59 ปี 2549 |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
ในสภาวะที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยศึกสงครามแห่งการแก่งแย่งชิงดี ดังเช่นในยุคสมัย สามก๊ก ซึ่งเป็นมหากาพย์หน้าหนึ่งที่จารึกไว้ด้วยเลือดและน้ำตาในวังวนแห่งสงครามที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องนานกว่า ๑๐๐ ปี การดำรงไว้ซึ่งวิถีแห่งความอยู่รอดโดยปราศจากเงื่อนไขอันบริสุทธิ์ชนิดที่มิต้องเหยียบย่ำข้ามซากศพของผู้อื่นนั้น กลายเป็นอุดมการณ์อันเป็นไปได้ยากยิ่ง ดังนั้น ในสภาพการณ์เช่นนี้ การพบพานมิตรแท้ในฝ่ายตรงข้าม จึงถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากยิ่งกว่าแสวงหาเข็มน้อยในท้องทะเล ใครเล่าที่จะสามารถคบหาด้วยใจได้อย่างไว้ใจและวางใจ เพราะการเข้าหาฝ่ายตรงข้ามล้วนแฝงไปด้วยผลประโยชน์ของฝ่ายตนมาซ้อนทับมิตรภาพนั้นอยู่ด้วยเสมอ บางครั้งที่แลเห็นว่าเป็นมิตร แต่ในใจเขาอาจคิดร้ายอยู่ก็ได้ และบางครั้งก็มีไม่น้อยในแต่ละหน้าจารึกเรื่องสามก๊ก ซึ่งมีผู้ต้องตายน้ำตื้นเพียงเพราะอุบายยอดนิยม เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด นี่นับเป็นสำนวนสมัยใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยเก่าเช่นสามก๊ก ที่แสดงให้เห็นว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง ทว่า....สมัยนี้ ถึงแม้จะไม่มีสงครามดุเดือดเลือดพล่านอย่างในสามก๊ก แต่ผู้คนที่มีลักษณะแบบ โลซก กลับหายากมากขึ้นทุกที นี่ก็แปลก!? สมัยนี้ไม่มีสงคราม แต่ผู้คนก็ยังประดับเหลี่ยมและมงกุฏกันแพรวพราว ราวกับขุนพลหรือกุนซือจะออกศึก เนื่องด้วยในสภาวการณ์ที่บ้านและเมืองกำลังสับสนอลหม่านการศึกติดพันอยู่ชนิดเพียงลืมตาก็พบเห็นไฟสงครามเสียแล้ว เหตุผลเพียงเล็กน้อยและเปราะบางอาจคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ชนิดที่เหตุผลความขัดแย้งบางประการตามไม่ทันความจำเป็นนั้นก็เป็นไปได้ ความจริงใจของโลซกที่ให้ความช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษารวมทั้งแวะเวียนมาดูแลขงเบ้ง ผู้เป็นทูตสัมพันธไมตรีจากฝ่ายเล่าปี่ ซึ่งขงเบ้งมาเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างซุนและเล่าในการต้านทัพร้อยหมื่นของโจโฉที่ยกมาประชิดกังตั๋ง และศึกเซ็กเพ็กในครั้งนั้นก็ทำให้กังตั๋งอยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเป็นธุระช่วยเหลือทูตสัมพันธไมตรีอย่างขงเบ้งและพันธมิตรอย่างเล่าปี่ ที่ถูกลอบวางแผนสังหารทำลายล้างทั้งสองคนอย่างเงียบงัน ซึ่งในจุดนี้ก็คิดได้ว่าโลซกคงไม่ชอบวิธีการแบบ เพชฌฆาตเงียบ แสดงให้เห็นถึงความเป็นสุภาพบุรุษที่เปิดเผย ตรงไปตรงมาอย่างจริงใจ คำไหนคำนั้น ไม่คิดหักหลังคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้น ซึ่งไม่คุ้มกับผลที่พึงได้ในระยะยาว เพราะการคงอยู่ของทั้งเล่าปี่และขงเบ้งนั้น ถือได้ว่ามีความหมายต่อการกำเนิดคานอำนาจที่สามด้วย อย่างนี้แล้วก็สื่อให้รู้ถึงวิสัยทัศน์ของโลซกที่มองการณ์ไกลได้อีกประการหนึ่ง หากถือว่าเขามีส่วนต่อการปูทางให้มีคานอำนาจที่กลับกลายเป็นสามส่วน คือ วุยก๊ก , ง่อก๊กและจ๊กก๊กได้นั้นเราว่าคงไม่ผิดไปจากนี้เท่าใดนัก และในจุดนี้เราเห็นว่านั่นคือวัฏจักรแห่งพีระมิด ที่ทั้งสามด้านต่างมีความกว้างเท่าเทียมกันในการถือสิทธิหรืออ้างเหตุผลเฉพาะตนเพื่อครองอำนาจแห่งแผ่นดินแทนฝ่ายตรงข้าม และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของกาลสมัยแห่งสงคราม ที่ยาวนานตราบชั่วรุ่นลูก , หลาน ต่อมาถึงเหลนด้วยอีกระยะหนึ่งโดยประมาณก็เกือบ ๑๐๐ ปี ก่อนที่ทุกสิ่งอย่างจะพลันล่มสลายลงด้วยการเบิกศักราชใหม่ของราชวงศ์จิ้นแห่งตระกูลสุมา ( ซือหม่า ) นับเป็นการปิดฉากยุคสมัยสามก๊กลงอย่างสิ้นเชิง แต่จุดนี้แทนที่จะมองว่าโลซกเป็น เจ้าบ้าตัวตลก หรือ คนเขลา อะไรเทือกนี้ เรากลับรู้สึกว่าเขามีบุคลิกที่ซื่อตรงต่อตนเองและผู้อื่น เมื่อคิดอย่างไรก็แสดงออกไปอย่างนั้น ในเวลาที่รู้ก็คือรู้ เมื่อไม่รู้ก็แสดงออกว่าไม่รู้ เขาไม่ได้บิดเบือนตัวตนแห่งความคิดอ่านในตนเองให้คนอื่นเห็นแปลกไปจนเสียสมดุลกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่อย่างแท้จริง ลักษณะตรงไปตรงมา เปิดเผย จริงใจนี้ เราว่าเป็นบุคลิกของคนที่เหมาะสมกับการขนานนามว่า มิตรแท้ที่จริงใจ เป็นอย่างมาก ช่างน่าเสียดายไม่ว่ายุคสมัยใด กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปเพียงไหน มีหรือไม่มีสงคราม และแม้อดีตถึงปัจจุบัน มนุษย์ที่มีคุณลักษณะเช่น โลซก นี้ กลับมีเพียงน้อยนิด และหาตัวจับได้ยากยิ่งนัก ไม่ว่าในสังคมชนชั้นเช่นใดก็ตาม ความจริงใจ นับเป็นอุดมคติแห่งคุณสมบัติในตัวบุคคลที่น่ายกย่อง แต่เมื่อนำมาประกอบเทียบเป็น ความโง่เขลา เราก็รู้สึกเห็นใจท่านโลซกที่โดยแท้จริงแล้ว เขามีคุณความดีงามอยู่ในตนเอง แต่การณ์กลับกลายเป็นถูกตีตราว่าคือ คนเขลาเบาปัญญา นี่แหล่ะหนาที่เขาว่า แม้แต่องค์พระปฏิมายังราคิน มนุษย์เดินดินหรือจะสิ้นคำนินทา แต่กล่าวไปก็เท่านั้น จะห้ามการวิพากษ์เช่นนั้นอย่างไรได้ เพราะต่างคนต่างความคิดและจิตใจ จะปิดกั้นเสรีสิทธิ์อธิปไตยในความเห็นย่อมกระทำมิได้ |