• นักกฎหมายตีนเปล่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : y_kitsada@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-19
  • จำนวนเรื่อง : 3
  • จำนวนผู้ชม : 795
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
นักกฎหมายตีนเปล่า
ข้อมูลเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อย ชาวเขา คนชายแดน และข้อกฎหมาย สถานะบุคคล สิทธิมนุษยชน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Lawbarefeet
วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม 2550
“คนใน”พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคม
Posted by นักกฎหมายตีนเปล่า , ผู้อ่าน : 128 , 09:04:04 น.  
พิมพ์หน้านี้


        ในอดีตชาวบ้านถูกมองว่าเป็นคนไม่มีความรู้ เป็นผู้อ่อนแอไม่มีพลังในการแก้ไขปัญหา ไม่มีแรงแม้กระทั่งช่วยเหลือตนเอง หน่วยงานภายนอกชุมชนทั้งที่เป็นรัฐหรือองค์กรพัฒนาเอกชนเองก็ตาม มองว่าการที่จะทำให้ชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือที่เรียกว่าการพัฒนา ต้องทำผ่านการสั่งการ การมอบหมายให้ชาวบ้านเดินตามทางที่ถูกกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่จบการศึกษาในระดับที่สูงส่ง ผู้เชี่ยวชาญที่ใส่แว่นตามองชุมชนในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าชุมชนนั้นจะตั้งอยู่ที่ใด หรือว่าคนในชุมชนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใดก็ตาม

        แต่ปัจจุบันผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง หรือการทำงานพัฒนาสังคมได้ถูกเปลี่ยนมือจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาสู่ “คนใน”มากขึ้น คนในไม่ได้หมายความเพียงการเป็นคนที่อยู่ในชุมชนเท่านั้น แต่คนในมีความหมายรวมไปถึงคนที่อยู่สภาวะปัญหานั้นๆ หรือคนที่เคยตกเป็นเหยื่อหรือเป็นทุกข์จากปัญหา ซึ่งคนเหล่านี้จะรู้ซึ้งถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง ต่อครอบครัว รวมทั้งได้รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่จะเป็นทางออกของปัญหา

        งานสิทธิ/สถานะบุคคลก็เช่นเดียวกับงานพัฒนาสังคมอื่นที่ในอดีตจะมีผู้เชี่ยวชาญหรือนักพัฒนาจากภายนอกเข้ามาเก็บข้อมูล ข้อเท็จจริง สภาพปัญหาของชาวบ้าน เพื่อที่จะวางแผนทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา แต่บางครั้งการแก้ไขก็สำเร็จ แต่ส่วนใหญ่ไม่สำเร็จ บางครั้งการทำงานของบางหน่วยงานที่เข้าไปทำงานในชุมชนกลับทำให้ชาวบ้านมองว่าทำเพื่ออะไร เพื่อใคร เพื่อชาวบ้านหรือว่าเพื่อตัวเขาที่เรียกตัวเองว่า “นักพัฒนา”

        การทำงานที่ละเลยคนใน ทำให้การทำงานมองข้ามความสัมพันธ์เชิงซ้อนที่ชาวบ้านต้องปฏิสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลาทั้งเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมทั้งมองข้ามวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ซึ่งสัมพันธ์กับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น บางครั้งการทำงานที่มุ่งเพียงบรรลุเป้าหมายกลับส่งผลย้อนกลับมายังชาวบ้านเอง เพราะคนทำงานที่เป็นคนนอกเมื่อทำงานเสร็จก็จะจากไป ส่วนชาวบ้านยังคงอยู่ในชุมชนต่อไป แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำงานเพื่อมุ่งเป้าหมายจะผิดทั้งหมด บางครั้งการทำงานต้องมีต้นแบบหรือแนวทางทำงานเพื่อเป็นกรอบในการแก้ไขปัญหาที่คล้ายกันไม่ว่าจะเกิดในพื้นที่ใดก็ตาม

        แต่หากต้องการให้การแก้ไขปัญหาเป็นการแก้ไขที่ยั่งยืน ต้องมีการให้คนในลุกขึ้นมาทำงานคู่กับนักพัฒนาภายนอก เพื่อที่สุดท้ายคนในจะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาโดยมีคนนอกเป็นเพียงพี่เลี้ยงอยู่รอบข้างแล้ว กระบวนการทำงานจะเป็นส่วนผสมของทั้งศาสตร์และศิลป์อย่างลงตัว

        ที่ผ่านมาองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิสถานะได้มีแนวทางการทำงานที่เสริมพลังให้แก่คนในให้เข้ามาทำงานมากขึ้น ทั้งในพื้นที่แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ที่มีคนที่เคยถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎรลุกขึ้นมาทำงานเพื่อช่วยเหลือคนที่ตกอยู่สภาพที่ตนเองเคยเป็น แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะไม่ได้จบการศึกษาในระดับที่สูงแต่เขากลับทำงานได้ดีเพราะได้เรียนรู้ด้วยตนเองถึงวิธีการแก้ไข ได้รู้ถึงวัฒนธรรมของแต่ละหน่วยงานที่จะมองเห็นช่องว่างที่จะแทรกซึมเข้าไปโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน

        เช่นเดียวกับพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่มีคนที่ถือบัตรลาวอพยพลุกขึ้นมาทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อร่วมชะตากรรม เขาเหล่านั้นได้เข้าห้องเรียนเคลื่อนที่เพื่อเสริมความรู้ด้านสิทธิ/สถานะจากหน่วยงานทั้งองค์กรรัฐ และเอกชน ทำให้แกนนำเหล่านั้นมีศาสตร์ที่จะใช้ในการแก้ไข หรือเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิของคนในกลุ่มได้ แต่ไม่ได้ละเลยศิลปะในการเจรจาที่จะไม่สร้างความแตกแยกร้าวฉานระหว่างกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานสิทธิสถานะบุคคลก็ต้องจบด้วยดีที่อำเภอท้องที่

        ส่วนชุมชนบนพื้นที่สูง แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะมีความรู้น้อยกว่าพื้นที่อื่น แม้แต่คำพูดเองก็ยังไม่ชัดเท่ากับคนพื้นราบ แต่เขาเหล่านั้นเมื่อได้รับความรู้ที่ทำให้เขารู้ในเชิงลึกถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องแล้ว เขาเหล่านั้นไม่ได้นิ่งเฉย แม้ว่าจะไม่สามารถติดต่อกับหน่วยงานรัฐได้ทุกคน แต่คนที่อยู่ในชุมชนก็ช่วยเหลือทำข้อมูล ช่วยเหลือเป็นพี่เลี้ยงให้แก่กลุ่มเด็กที่ได้ร่ำเรียน อ่านออกเขียนได้ เพื่อทำข้อมูลของชุมชนให้ชัดเจน และมีตัวแทนที่สามารถสื่อสารกับหน่วยงานรัฐได้เป็นฐานในการแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะของตนเองและเพื่อนร่วมชุมชน

        แม้ว่าจะเป็นการยากที่จะสร้างให้คนในให้ลุกขึ้นเพื่อเป็นผู้นำแห่งการนเปลี่ยนแปลง แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราลำพังที่จะอาศัยคนนอกแล้ว เมื่อดูปริมาณระหว่างจำนวนคนทำงานและปัญหาที่เกิดในทุกพื้นที่แล้ว คนนอกที่มีใจช่วยเหลือมีน้อยมากหากเทียบกับคนในที่เป็นเจ้าของปัญหา คนในที่อยู่กับความทุกข์ เป็นคนที่รู้ถึงวัฒนธรรม รู้ถึงสิ่งรอบข้างที่จะเอื้อให้การทำงานบรรลุได้

        ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้นำแห่งการแก้ไขปัญหาจึงไม่ควรเป็นคนนอกอีกต่อไป หากต้องการให้ปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน และแก้ไขได้ในเวลาในอันรวดเร็ว การกำหนดเส้นทางเดิน หรือกำหนดทิศในการแก้ไขปัญหาต้องถูกกำหนดโดย “คนใน”โดยมีคนนอกเป็นเพียงผู้คอยให้กำลังใจ คอยพยุงในยามที่ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวจริงอ่อนแรง หรือต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
red_ant วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

ขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 09.08 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ...

มีความสุขในวันเสาร์ที่สดใสนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31