พิมพ์หน้านี้
|
นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ คืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่ผมความสุขเสียนี้กระไร ผมนอนดูดาวในคืนที่เราพักกันที่บ้านสวนปาล์ม ตอนที่ไปจัดงานวันเด็กที่นั้น ที่จริงผมอยากจะดูดาวตั้งแต่คืนที่ไปถึงที่นั้นแล้วละ เพราะตอนนั่งรถไปมองออกไปนอกกระจก ดาวมันช่างสวยงามซะเหลือเกิน จนอดใจแทบไม่อยู่ แต่ด้วยความที่เราไปถึงดึก พร้อมกับตอนเช้ามีงานเลยต้องรีบนอนกัน แต่คืนนี้มีโอกาสได้นอนดูดาวชัดๆ หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ดวงดาวของค่ำคืนนี้ทำไมมันดวงโตและส่องสว่างขนาดนี้นะ ทั้งที่เราก็เคยแหงนมองมันเมื่ออยู่ที่ห้อง แต่ที่ห้องเรามันไม่ค่อยมีดาวให้ได้มอง คงเป็นเพราะมันคงมิอาจหาญที่จะต่อกรกับแสงนีออน แสงฟลูออเรสเซนต์ กระมั้ง แสงมันเลยกระจิดริด แล้วยิ่งในเมืองใหญ่ๆคงไม่ต้องพูดถึงเลย คงไม่มีโอกาสได้เห็นแสงอันสวยงามของมันเป็นแน่แท้ ยิ่งช่วงไหนมีฝนดาวตกยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งทำให้เกิดความอิจฉาคนที่อยู่ในชนบทที่ได้มีโอกาสเห็นแสงอันสวยงามของดาวตก ผมทิ้งชีวิตที่เร่งรีบ ชีวิตที่มีแต่การแก่งแย่ง แข่งขัน ชิงดีชิงเด่นไว้ข้างหลัง ขอใช้ช่วงเวลานี้ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสสัมผัส มันทำให้นึกถึงประโยคหนึ่งในหนังสือเนชั่นเนลจีโอกราฟฟิกที่กล่าวไว้ว่า "โลกนี้มีความงามในหลายแง่มุมที่เรานึกไม่ถึง แต่ในยามเร่งรีบ เรามักละเลยสิ่งงดงามรอบตัว เหมือนที่บางครั้งเราหลงลืมความหมายแท้จริงของชีวิต แต่การเอาตัวรอกในสังสมยุคใหม่ก็ทำให้หลายคนค่อยๆละเลยความงดงามที่อยู่รอบตัว เราปฏิเสธสิ่งสวยงามราวกับว่าเรามีมากเกินพอแล้ว" ดูเหมือนประโยคนี้ไม่ต้องการต่อเติมเสริมแต่งอีกแล้ว ผมนอนมองดูดวงดาวที่ส่องแสงหยอกล้อ เย้าแหย่เล่นกันอย่างมีความสุข ปล่อยให้เวลามันผ่านไป นานเท่าไหร่ไม่รู้ ไม่ต้องไปคิดให้มันปวดหัว ช่วงเวลาของความสุขมันช่างสั้นเสียนี้กระไร ยิ่งมองยิ่งสวย ทำให้นึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้มาด้วย เพราะเขาขึ้นเหนือ ไม่รู้ว่าจะมองดูดาวดวงเดียวกันหรือเปล่านะ อยากให้มองจังเลย ปล.ขอฝากเพลงนี้ใครคนนั้นด้วยนะครับ คิดถึงที่สุด ขอบคุณเพลงบอกรักกับดาว จาก ijigg.com |