| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
ผมเชื่อว่าในวัยเด็กของคนส่วนมาก มักจะใฝ่ฝันที่จะมีสัตว์เลี้ยง เป็นของตัวเองสักตัวหนึ่ง ผมจำได้ว่า (แม้มันจะนานมากแล้ว....) ตอนสมัยอายุ 4-5 ขวบ ผมมีโอกาสได้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง ครั้งแรก โดยไม่ต้องเลี้ยง มันคือไก่ชน ตัวหนึ่ง ชื่อ เจ้าเหลืองหางดอก ซึ่งคุณตาผมเป็นคนยกให้ แถมเลี้ยงให้อีกต่างหาก ผมเคยทดลองให้น้ำ มัน 2-3 ครั้ง แต่ไม่ได้มีโอกาสนำมันไปลงสนามตีกับใครเขาหรอกครับ เพราะคุณตาผมท่านไม่อยู่รอเห็น...... ไก่ชนตัวแรกของผมลักษณะประมาณนี้ แต่หางดอก จากนั้นมาก็นานมากทีเดียวกว่าผมซึ่งขณะนั้นอยู่ชั้นประถม จะได้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของร่วม สัตว์เลี้ยงตัวต่อมา มันเป็นหมาน้อยครับ พันธุ์ผสม สีดำเท้าขาว ตัวผู้ พวกเรา (ผมและน้องๆ) ตั้งชื่อว่า ลักกี้ และมันก็ลักกี้สมชื่อครับ คือไม่ต้องทรมานมากนักขณะเสียชีวิต..... มันจากพวกเราไป ในขณะที่มันเพิ่งจะย่างเข้าวัยรุ่น สาเหตุก็มาจากมันวิ่งตามมอเตอร์ไซค์ของน้าชายผมไป แล้วไม่ได้มองซ้ายมองขวา ไม่เหมือนที่พวกเราเคยสอน ตอนพามันเดินเล่น คนขับรถห้องพยาบาล(ย้ำว่าห้องพยาบาล) ก็เลยชนมันอย่างจัง แล้วคนขับก็ขับเลยไปเฉยๆ วันนั้นพวกเราจัดงานศพให้มันอย่างสมเกียรติ ผมขุดหลุม น้องๆและผองเพื่อน นำดอกไม้มาวางบนหลุมศพกันมากมาย ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมไปหมด...... หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสเลี้ยงหมาน้อยหมาใหญ่ อีกหลายตัว แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ก็รักยิ่งกว่าเจ้าของเสียอีก เพราะผมทั้ง ให้อาหาร(คลุกข้าวให้หมา) อาบน้ำ รวมทั้งกวาดอุจจาระ ของมันทุกวันๆๆๆ และแล้วพรหมลิขิต ก็หักเหให้ผมได้เลี้ยงหมาน้อยอีกครั้ง ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แล้วเช่าบ้านอยู่กันกับเพื่อนๆ เจ้าตัวนี้ ชื่อ เจ้าเท่ง แฟนผมนำมาจากที่บ้านของคุณเธอ.... ผมเลี้ยงเจ้าเท่ง เหมือนลูก ไม่เคยพาไปหาหมอหมา ก็พาไป จำได้ว่า ค่าวัคซีนและค่ารักษาแพงมาก จนค่าขนมรายเดือนของผมสู้แทบไม่ไหว แต่ผมก็เลี้ยงมันมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งรู้สึกว่ามันไม่สบาย คุณสัตวแพทย์บอกว่า มันเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจ ต้องฉีดยารักษา อย่างต่อเนื่อง ผมยังจำได้ถึงวันที่ ต้องนำมันไปคืนยังบ้านของแฟนผม เพราะ ผมสู้ค่ารักษาไม่ไหว จึงหวังว่าหากอยู่กับผู้ใหญ่ ที่มีทั้งเวลา และปัจจัย คงสามารถยื้อเวลาชีวิตมันไปได้ แต่ผมคิดผิดครับ เนื่องจากเจ้าเท่งติดคนมาก โดยเฉพาะเจ้าของ เวลาที่ไม่เจอผมหรือแฟนผม มันจะไม่ยอมกินข้าวกินปลา นอนรอแฟนผมกลับไปบ้าน วันหนึ่งแฟนผม เดินมาบอกผมว่า เจ้าเท่งไปอยู่อีกภพแล้ว โดยวันที่มันจะตาย แฟนผมต้องไปธุระต่างจังหวัด 3-4 วัน มันไม่ยอมกินข้าวกินปลา นอนรอแฟนผมกลับ จนตายไป ผมฟังแล้วน้ำตาซึม แม้แต่วันนี้เวลานึกถึงมันยังน้ำตาซึมทุกครั้ง บทเรียนจาก เจ้าเท่ง ทำให้ผมสัญญากับใจตนเองว่า หากวันต่อมาผมเลี้ยงหมาน้อยอีก ผมจะไม่ยอมให้มันจากไปไหน จะรักษามันให้ดีที่สุด จนกว่าจะตายจากกันไปข้าง.......... ห่างจากกรณี เจ้าเท่ง มาประมาณ 1 ปี ผมยังไม่เข็ดครับ ท่ามกลางวันที่ฝนตกหนักอย่างกับฟ้ารั่ว...... มีเจ้าหมาน้อย พันธุ์ อัลเซเชียนผสม อายุประมาณ 2 เดือน หลงเข้ามาในบ้านเช่า ของผมและผองเพื่อน... เพื่อนผมจับมันล่ามไว้ทันที กันหนีกลับ....... หลังจากนั้น 4 หนุ่ม ก็มีหน้าที่เลี้ยงเจ้า ซีโร่ เจ้าสุนัขหลงตัวนั้น จนเติบใหญ่ และวันนั้นก็มาถึง คือวันที่พวกผมเรียนจบ และต้องแยกย้ายไปตามทางของแต่ละคน........ เป็นหน้าที่ของผมเช่น เคย ในการนำ ซีโร่ ขึ้นแท็กซี่ ไปให้เพื่อนผมอีกคน.... ที่เขามีบ้านที่มีอาณาบริเวณใหญ่โต พอให้มันวิ่งเล่นได้ และเจ้าของบ้านรักมัน ผมติดตามข่าวคราวเจ้าซีโร่ จากเพื่อนผมบ่อยๆ ในเรื่องความร้ายของมัน เพราะมันแอบหนีเที่ยวนอกบ้านบ่อยๆ รวมทั้งราวีกับถิ่นจนได้เลือดกลับหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยเข็ด..... 2 ปี ต่อมา คุณพ่อของเพื่อนผมเลยนำเจ้าซีโร่ ไปอยู่สวนที่ต่างจังหวัด ซึ่งเพื่อนผมส่งข่าวมาว่า มันชอบและสบายดี ผมจำไม่ได้ว่าซีโร่ ตายไปนานเท่าไรแล้ว อาจเพราะผมส่งมันไปอยู่ในสถานที่ที่ มันมีความสุขแล้วก็ได้ ทำให้ผมไม่รู้สึก ติดค้างในใจ...... สิบปีต่อมา หลังจาก เจ้าเท่ง จากไป ผมก็ได้เลี้ยงหมาน้อย เป็นลูก อีกครั้ง สถานที่ผลิตลูกหมา ก็ยังมาจากที่เดิมครับ(บ้านแฟนผม...คนเดิมนั่นแหละ) เจ้าบองก้า สุนัขตัวเมีย พันธุ์ดัชชุน คือ ลูกสาวตัวแรกของผม...... ตอนนี้ บองก้า ก็ตามเจ้าเท่ง ไปเรียบร้อยแล้ว ตามอายุขัย เหลือแต่ลูกหลานไว้ดูต่างหน้า โดยเฉพาะ เจ้าบองกู้ ลูกชายคนโต ซึ่งปัจจุบัน อายุ 15 ขวบ เข้าไปแล้ว หากคำนวณเป็นอายุคนก็ประมาณ 76 ปี แต่เจ้าบองกู้ก็ยังแข็งแรงดีครับ เพราะมันยังทำตัวเป็นเจ้าพ่อในบ้าน แถมยังจับหนูได้รวดเร็วเหมือนเดิม นับว่ามันทำให้สัญญาใจของผมที่เคยให้ไว้ตอนเสียเจ้าเท่งไป สัมฤทธิ์ผล....... ผมยังมีลูกชายอีกหลายตัวครับ พระเอกของผมคือ เสือน้อย เหตุผลที่ผมตั้งชื่อนี้ เพราะเกิดปีเสือ ปีนี้ก็ 9 ขวบแล้ว แต่ยังหล่อ และดุเหมือนเดิม เมื่อมีเสือน้อย แล้วผมก็เลยตั้ง ลูกชายตัวต่อมา ให้อยู่ในตระกูล Big Cat ให้หมด ทั้งๆที่พวกมันเป็นหมาแท้ๆ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นอย่างอื่นเลย.... ตัวโปรดต่อมาคือเจ้า ลีโอ สุนัขพันธ์ผสม ระหว่างชิสุ กับ พุดเดิ้ล ลีโอ แปลว่า สิงโตครับ ไม่ใช่ลีโอเบียร์ เหมือนกับที่หลายคนเข้าใจ..... คนชอบคิดว่า ผมชอบเบียร์ลีโอ จึงตั้งชื่อลูกชายตาม (ความจริงผมชอบเบียร์ขวดเขียว ที่เป็นสปอร์นเซอร์ ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ต่างหากครับ) ซึ่ง ลีโอ คือตัวเอกที่บันดาลใจให้ผมเขียนเรื่องในวันนี้ ก็เลยลงรูป ตอนมันเด็กๆ ให้ดูชมเสียหน่อยนึง ลีโอตอนอายุประมาณ 3 เดือน
ลีโอ เป็นตัวโปรด ก็เลยได้เป็นหมา ประเภท ไปเช้า เย็นกลับครับ คือเช้ามามันก็กระโดด ขึ้นรถ ไปลงบ้านคุณยาย (คุณแม่ยายผมครับ) ตอนเย็นผมก็จะไปรับคุณแม่ลีโอ พร้อมลูกชาย กลับบ้าน เป็นอย่างนี้มา 3 ปีกว่าแล้วครับ ลีโอ จะไม่ยอมนั่งที่อื่นในรถ นอกจาก ตรงกลาง ระหว่างคนขับ กับผู้โดยสารตอนหน้า โดยนั่งบนกล่องเก็บ CD ซึ่งโชคดีของมันที่รถผม มันใหญ่พอนั่งได้สบายตอนมันเล็กๆ แต่ปัจจุบัน แม้ว่าน้ำหนักมัน จะร่วม 7 กิโล ไปแล้ว มันจะยังนั่งได้ครับ แถมหลับสบายเสียด้วย โดยเอาตัวมันนอนบนกล่อง และเอาก้นมาเบียดบนที่นั่งผม...... หลังจากมีลีโอ 8 เดือน ผมก็ได้ลูกชายมาอีก 1 ตัว ก็เลยตั้งชื่อให้อยู่ในตระกูล Big Cat เหมือนเดิมว่า ซิมบ้า แต่ซิมบ้าไม่ได้เป็นหมา ไปเช้า เย็นกลับ แบบ ลีโอ ครับ เพราะคุณยายหลงเสน่ห์มัน ก็เลยต้องเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณยาย ตลอด ไม่สามารถไปค้างคืนที่อื่นได้ ลีโอ มีนิสัย ชอบเล่นน้ำเป็นอย่างมาก เผลอไม่ได้เป็นลงแช่น้ำ โดยเฉพาะน้ำทะเล ทุกครั้งที่เจอชายหาด มันจะไม่รอช้าที่จะวิ่งสุดตัว เพื่อจะโลดลิ่วสู่ท้องทะเล ผมหละอิจฉามันเป็นที่สุด เพราะผมไม่ชอบเล่นน้ำทะเลสักเท่าไร ชอบแต่นั่งอ้อยอิ่งริมทะเล เสียมากกว่า แต่ตอนนี้ ลีโอ มีน้องสาวแล้วครับ ชื่อน้องขมิ้น อายุ 5 เดือนแล้ว กำลังน่ารัก คราวนี้ผมไม่ได้รับสิทธิให้ตั้งชื่อ เพราะกลัวออกแนวเจ้าป่าเจ้าเขาอีก.... เขียนมาถึงบรรทัดนี้ แล้วได้สัจธรรมบางอย่างครับ ว่า สัตว์โลกไม่ว่าคนหรือสัตว์ ทุกชีวิต ก็อยากได้รับการดูแล เอาใจใส่ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่า พวกเขาเหล่านั้น จะมีโอกาสมากน้อยเพียงใด เราๆท่านๆ ที่มีโอกาสมากมายในสังคม หากจะแบ่งปันโอกาสให้ผู้อื่นบ้าง ก็น่าจะเป็นผลกรรมที่ดีนะครับ โลกนี้จะได้น่าอยู่ขึ้น .......ไว้โอกาสหน้าผมจะมาเล่าเรื่องลูกๆของผม ให้อ่านใหม่นะครับ .
|