• สงราษฎร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anupeud@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 22614
  • จำนวนผู้โหวต : 68
  • ส่ง msg :
หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง

ขับรถยนต์…ไปเยือนเมืองมรดกโลก “ หลวงพระบาง “ ตอนที่ 2

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันอังคาร ที่ 9 ตุลาคม 2550
14 ตุลา วันมหาวิปโยค และ 6 ตุลา วันฆ่านกพิราบ....ในความทรงจำของข้าพเจ้า....
Posted by สงราษฎร์ , ผู้อ่าน : 447 , 21:47:41 น.  
พิมพ์หน้านี้


      

                                                     

        เหตุการณ์ วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516  เกิดขึ้นตอนที่ผม เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6... และผมโชคดี   ที่ครอบครัวผมรับหนังสือพิมพ์รายวัน....

       ผมเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เรียนประถมศึกษาปีที่ 2  หัดอ่านจากข่าวกีฬาก่อน  แล้วพัฒนาไปอ่านข่าวการเมือง  ต่างประเทศ ฯลฯ

       ยุคนั้นประเทศไทยปกครองโดยระบอบเผด็จการทหาร โดยมี จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี จอมพลประภาส จารุเสถียร  และพันเอกณรงค์ กิตติขจร บุตรชายของจอมพลถนอมฯ เป็นผู้มีบทบาทสูงสุดในการเมือง..

       ก่อนเกิดเหตุการณ์ วันมหาวิปโยค  การรับรู้ของผมในขณะนั้นที่จำได้เป็นรูปธรรมชัดเจน   คือการได้ทราบข่าว เฮลิคอปเตอร์ของทหารตกที่จังหวัดนครปฐม โดยพบซากสัตว์ป่า โดยเฉพาะซากกระทิง จำนวนมากในเฮลิคอปเตอร์....และเหตุที่เป็นที่สนใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก คือ มีดาราสาวชื่อดังในยุคนั้น.. คือ..คุณเมตตา รุ่งรัตน์ อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวด้วย หากผมจำไม่ผิดเธอได้รับบาดเจ็บ...เล็กน้อย

     จากนั้นข่าวคราวการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ  ในขณะนั้นก็ออกมาเป็นระยะตามหน้าหนังสือพิมพ์...และข่าวที่ทำให้เด็กประถม 6 อย่างผมจำได้แม่นยำ คือ ข่าวการที่มีบุคคลจากหลายอาชีพ หลายวงการจำนวน 100 คน ลงชื่อเพื่อเรียกร้องขอรัฐธรรมนูญ...เพราะหนึ่งในนั้นคือ..ญาติสนิทของผม ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชาย..ปัจจุบันท่านเป็นนักเขียนการ์ตูนการเมือง  ที่เอ่ยชื่อแล้วใครๆก็รู้จัก...

                         

     จากนั้นเหตุการณ์ก็สุกงอม..เนื่องจากมีการจับกุมผู้นำนักศึกษา จนทำให้มีการเดินขบวนของนักศึกษาประชาชนหลายแสนคน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปตามถนนราชดำเนิน..จนนำไปสู่การจลาจล นองเลือดในที่สุด เนื่องจาก มีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วง กับตำรวจ ทหาร และ ที่สำคัญที่สุดคือมีการยิงปืนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อสลายการชุมนุม...

               

                                              

    เหตุการณ์การความไม่สงบจบลง ด้วยการ เดินทางออกนอกประเทศ ของ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พันเอกณรงค์ กิตติขจร....

    โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว หลายสิบคน  รวมทั้งบาดเจ็บอีกนับร้อย....

                                                           

    ผมมีโอกาส...ได้สนทนากับญาติของเพื่อนบ้าน ที่เป็นนักศึกษาและเข้าร่วมเหตุการณ์  ซึ่งเขาได้เล่าให้ฟัง..ถึงรายละเอียดของเหตุการณ์....ฟังแล้วทั้งตื่นเต้น...ทั้งน่ากลัว...ตามประสาเด็ก ป.6....

   เหตุการณ์ในครั้งนั้น  ตามหน้าหนังสือพิมพ์ จะมีการลงรูปภาพ..... ผู้นำนักศึกษาเดินคล้องแขนกัน.....  ภาพจากมุมสูงที่เห็นฝูงชนเรือนแสนอัดแน่นในถนนราชดำเนิน.....  ภาพไอ้ก้านยาว...คุณประพัฒน์ แซ่ฉั่ว  กำลังถือไม้หน้าสามยืนจังก้า เพื่อต่อสู้กับทหารที่มีอาวุธครบมือ..(ต่อมามีการนำภาพดังกล่าวมาสกรีน

บนเสื้อยืด..ขายกันด้วย).......  ภาพนักศึกษาประชาชน กำลังร่ำไห้กับศพของคุณจิระ บุญมาก....วีรชนคนกล้าของเราที่พลีชีพในเหตุการณ์ครั้งนั้น

                             

                                

                   

           คุณจิระ บุญมาก

    ผมจดจำชื่อผู้นำนักศึกษา..ในยุคนั้นได้แม่นยำหลายคน อาทิ คุณธีรยุทธ บุญมี  คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล  คุณเสาวนีย์  ลิมมานนท์ คุณสมบัติ ธำรงธัญวงศ์.......ฯลฯ

    หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา หนังสือพิมพ์ ได้ออกหนังสือฉบับพิเศษ รวบรวมรายละเอียดของเหตุการณ์ไว้อย่างละเอียดลออ...ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่าน...เสียดายได้ที่ไม่ได้เก็บไว้จนถึงวันนี้..

    จากนั้นการรับรู้  ในเรื่องการเมืองของผม ก็มีต่อเนื่องผ่านหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ของท้องถิ่น..ซึ่งมีการนำเสนอข่าวมากขึ้นกว่าในยุคเผด็จการครองเมือง...ยังจำได้ว่าได้ดูการแสดงดนตรี ของวง คาราวาน ที่เดินสายแสดง  ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 10 หาดใหญ่ ด้วย...ผู้ใหญ่ในบ้านผมฟังแล้ว...ยังนั่งบ่นกันเลยว่า ร้องเพลงอะไร.....ฟังไม่รู้เรื่อง...

     ข่าวคราวการเลือกตั้ง...ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่...ออกมาเป็นระยะ ผมได้รับรู้ว่า หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม ที่มีส.ส.เพียง 18 คน สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หลังจากที่ใช้ความสามารถทางการเมือง ทำให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ผู้เป็นพี่ชาย และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีจำนวนส.ส.มากกว่า ต้องตกม้าตายในการแถลงนโยบายในสภาฯ จนต้องหลีกทางให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย...

                                                              

     ผมจำภาพที่ท่านคึกฤทธิ์ฯ จับมือกับเหมาเจ๋อตุง ผู้นำของจีนคอมมิวนิสต์  ในเหตุการณ์การเดินทางไปเปิดสัมพันธไมตรีกับจีนเป็นครั้งแรก หลังจากที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์......นโยบายเงินผันอันโด่งดังในยุคนั้นของพรรคกิจสังคม   ซึ่งละม้ายคล้ายคลึง กับ นโยบายประชานิยม ของคนบางคนในปัจจุบัน 

    ในส่วนของการเคลื่อนไหวทางการเมือง....ขบวนการนักศึกษาในชื่อ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เข้ามามีบทบทบาทในสังคมมากขึ้น....ชื่อของคุณสุธรรม แสงประทุม ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผมอีกชื่อหนึ่ง  ผมเริ่มได้เห็น และได้ยิน คำว่า ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย....กลุ่มนวพล...กลุ่มกระทิงแดง....ที่เข้ามาก่อกวนในกิจกรรมที่ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เคลื่อนไหว...

     ช่วงฤดูร้อนปี 2518  ผมมีโอกาสได้เข้ากรุงเทพฯเป็นครั้งแรกในชีวิต...ยังได้เข้าไปเดินในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...และพบว่ามีพี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนา จากต่างจังหวัด ที่เดินทางเข้ามาเรียกร้องหาความเป็นธรรมจากรัฐบาล.... พำนักอยู่ในธรรมศาสตร์ เป็นจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน......

    ขบวนการ ขวาพิฆาตซ้าย ในยุคนั้น ก่อตัวขึ้นอย่างมีรูปธรรม และต่อเนื่อง...ที่ผมจำได้ดี คือ เพลงปลุกใจ  ที่ออกมาเปิดกันทุกวี่ทุกวัน ทางโทรทัศน์ วิทยุ โดยเฉพาะเพลง หนักแผ่นดิน  ที่ลูกเด็กเล็กแดงในยุคนั้น ร้องกันได้เกือบทุกคน....  เนื้อหามุ่งโจมตีนักศึกษาว่าเป็นพวกหนักแผ่นดิน....

        ข่าวคราวการให้ร้ายป้ายสีว่า นักศึกษา เป็นคอมมิวนิสต์ เป็นผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศ...ถูกกรอกใส่ความคิดของประชาชน.ทุกเมื่อเชื่อวัน..ผมยังเคลิ้มไปเลยครับ....

     สุดท้ายความขัดแย้งทางความคิดก็สุกงอม..เมื่อจอมพลถนอมฯ บวชเป็นเณร เดินทางเข้าประเทศไทยอีกครั้ง โดยมีข้ออ้างว่าเพื่อดูใจบิดา...ในยุคที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แห่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี  ขบวนการนิสิตนักศึกษา ต่อต้านการเดินทางเข้ามาของเณรถนอมฯ อย่างหนัก...การประท้วงยืดเยื้อ..ขณะเดียวกันกระบวนการ... ปลุกระดมมวลชนก็ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน....

    และแล้วเหตุการณ์ปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อบุกเข้าสลายม็อบ นักศึกษาประชาชนที่กำลังชุมนุมประท้วงอยู่ ด้วยวิธีการอันโหดเหี้ยม ซึ่งไม่น่าจะเกิดจากการกระทำของมนุษย์ด้วยกัน....โดยตำรวจ ทหารและประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ก็เกิดขึ้น  ผมซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.ศ.2 รับรู้ข่าวสารจากทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ตรงกันว่า พวกที่ชุมนุมกันอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นพวกคอมมิวนิสต์ เป็นพวกไม่หวังดี ต่อประเทศชาติ มีพวกต่างชาติที่บางคนพูดไทยยังไม่ได้ ร่วมประท้วงอยู่ด้วย และมีการใช้อาวุธยิงต่อสู้ออกมาจากธรรมศาสตร์ จนทำให้ต้องมีการใช้อาวุธเข้าปราบปราม....

                             

     ประชาชนส่วนมากหลงเชื่อตามข่าวสารที่ออกมา  ผมยังจำเหตุการณ์ที่ผมไปโต้เถียงกับเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งมีพี่ชายเรียนหนังสืออยู่กรุงเทพฯ และเข้าไปมีส่วนในการประท้วง จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาบ้านได้ดี...ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่พี่ชายของเพื่อนบอกเล่าถึงความจริงที่ตรงกันข้ามกับข่าวที่ได้จากสื่อมวลชน ..ผมเชื่อข่าวทางโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์มากกว่า...

   อย่างไรก็ตาม  ความเชื่อของผมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ถูกกระตุกให้ทบทวนความคิด จากข่าวคราวของญาติผู้พี่ที่เรียนแพทย์อยู่ที่ศิริราชฯ และเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ที่เข้าไปรักษาคนบาดเจ็บในธรรมศาตร์อย่างหวุดหวิด.....

   จากนั้นความทรงจำและความเชื่อของผมเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ของผมก็เบลอๆไป  แม้จะได้มีโอกาสได้รับข้อมูลในช่วงปี 2521 ที่รัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้อนุญาตให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมอีกครั้งก็ตาม  ...ซึ่งผมได้อ่านหนังสือดีๆหลายเล่ม รวมทั้ง โจนาธาน ลิวิงสตัน นางนวล  ในช่วงนั้น   แต่อย่างไรก็ตาม กระแสดังกล่าว ก็ถูกกลบไปด้วยอิทธิพลของ....เพลงสากล....  วงชาตรี  และนิยายรักนักศึกษา ของศุภักษร  ที่เข้าไปเกาะกุมหัวใจของวัยรุ่นในยุคนั้น....

       และแล้วความจริงของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก็เป็นที่รับรู้แก่ผม...เมื่อผมได้เข้ามาสู่รั้วรามคำแหง...ได้มีโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษา..ได้พบกับรุ่นพี่ได้มีประสบการณ์อันแสนเลวร้ายจากเหตุการณ์ 6 ตุลา วันฆ่านกพิราบ  ได้มีโอกาสชมภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์ที่คนไทยส่วนมากไม่เคยเห็น...ได้เห็นความโหดร้ายทารุณ...ที่คนไทยเข่นฆ่ากันเอง..เพียงเพราะเหตุผลว่า...ความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน...ภาพแห่งความโหดร้าย หดหู่ ..เหล่านั้น...ยังฝังอยู่ในใจของผมตลอดมา....

                                            

                                                  

                                  

                                        

                                                   

                                          

     ผมใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่หลายปี  เข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา...เพื่อสานต่ออุดมการณ์ของเหล่าวีรชนคนกล้าเหล่านั้นมาโดยตลอด.....และได้นำปรัชญาที่ได้จากการมีโอกาสได้เข้าร่วมขบวนการนักศึกษา...มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต...ในสังคมแห่งการแข่งขันนี้มาโดยตลอดเช่นกัน...

    ปีนี้...เป็นปีที่ครบรอบ 34 ปี ของวันมหาวิปโยค  14 ตุลาคม 2516  และ ครบรอบ 31 ปี วันฆ่านกพิราบ..6 ตุลาคม 2519  ...ผมขอตั้งจิตอธิษฐานถึงวีรชนคนกล้าทุกคน...ที่ได้เสียสละชีวิต...เพื่อให้พวกเราคนรุ่นหลัง..ได้ลิ้มรสกับเสรีภาพ....และระบอบประชาธิปไตยที่เราโหยหา...

   ขอให้วิญญาณ..ของเหล่าวีรชน..จงโปรดรับรู้ไว้ด้วยเถิดว่า...การตายของท่านจะไม่สูญเปล่า.....ประเทศไทยของเราต้องมีการพัฒนาไปสู่สังคมแห่งความเท่าเทียมกันในโอกาสของคนในสังคม......

       การเมืองภาคประชาชนจะต้องเข้มแข็งขึ้น...จนทำให้คนที่มุ่งกอบโกยแต่ผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง...ไม่สามารถจูงจมูก...และครอบงำความคิดของพวกเราอย่างง่ายๆ ได้อีกต่อไป...

 นกสีเหลือง

ประพันธ์โดย คุณวินัย อุกฤษณ์


"กางปีกหลีกบิน จากเมือง
เจ้านกสีเหลือง จากไป
เจ้าบินไปสู่เสรี
บัดนี้ เจ้าชีวาวาย
เจ้าเหินไปสู่ห้วงหาว
เมฆขาวถามเจ้าคือใคร?
อาบปีกด้วยแสงตะวัน
เจ้าฝันถึงโลก สีใด
กางปีกหลีกบินจากเมือง
เจ้านกสีเหลือง...จากไป
เจ้าคือวิญญาณเสรี
บัดนี้เจ้าชีวาวาย.... "

.......................................................................................................................................

 เนื้อหา : จากความทรงจำของผู้เขียน + การยืนยันจากข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต

ภาพ+เพลง : จากอินเตอร์เน็ต

เนื้อร้องบทเพลง นกสีเหลือง ประพันธ์โดย คุณวินัย อุกฤษณ์


Get this widget |Track details |eSnips Social DNA

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32
pook วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 14.37 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
I am the earth.  You are the earth.  The Earth is dying.  You and I are murderers.  ~Ymber Delecto - Join OK Nature now !! 

ลำดับเรื่องได้อ่านง่ายมาก
อ่านแล้วนึกภาพตามได้ตลอดเลยค่ะ
ปกติจะหลุดโค้งไปก่อน

ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 31
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

อดีต...ที่น่าสลดใจ...ปัจจุบัน..ก็ไม่ต่างกัน...อาจต่างรูปแบบ
ขอร่วมไว้อาลัยกับเหล่าวีรชนคน 14 ตุลา ด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
phiroj วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 19.41 น.
http://www.oknation.net/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

หวัดดีครับพี่
ผมก็ลูกพ่อขุน
ความคิดเห็นที่ 29
pukpik วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 19.05 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

กลับมาก็ดีแล้ว

ถ่ายรูปมาเยอะป่าว


...
ความคิดเห็นที่ 28
สงราษฎร์ วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

ถึง ..เพื่อนๆทุกคน..
ผมเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด ไม่ได้เข้าไปอ่านงานใครเลย...ต้องรีบตกเบิก...
ขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชม...
ความคิดเห็นที่ 27
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 16.49 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดียามเย็นค่ะน้า สนุกมั้ยค่ะ แล้วเล่าให้ฟังนะค่ะ

เรื่องเล่าการเดินทางของน้า

ดีใจค่ะ เพลงที่หวานชอบ เป็นเพลงโปรดของน้าด้วย

มีความสุขนะค่ะ สวัสดีค่า

"หวาน... หลานน้า"
ความคิดเห็นที่ 26
พลายพัทลุง วันที่ : 13/10/2007 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar


ประชาธิปไตย ไทยสยาม
ความคิดเห็นที่ 25
ปฐม วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 07.13 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

มีโอกาศจะเชิญพี่มาเสพบรรยากาศการร่ำครับ

วันนี้ผมนัดเจ้าฉุย (คนผ่านทาง) ไว้

ออกจะฉุกละหุก แต่อยากเชิญพี่
ความคิดเห็นที่ 24
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...ได้อ่านทุกถ้อยคำ..รู้สึกถึงความหดหู่ใจ ที่ไม่อาจย้อนไปแก้ไขได้อีกแล้ว..
แต่สิ่งที่ทำได้ก็ขอภาวนาเช่นท่านเหมือนกันครับ..

ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นเกิดขึ้นอีกในบ้านเรา..และมันต้อง "ไม่เกิดขึ้น" อีกต่อไป

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับผม

---
ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพทั้งขาไป และขากลับนะครับ..
ขับรถด้วยความปลอดภัย มีสติ อย่าประมาท อ่อนเพลียก็แวะพักผ่อน นะครับผ้ม..

ความคิดเห็นที่ 23
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 17.20 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

น้าค่ะ เดินทางปลอดภัยนะค่ะ

ขอให้มีความสุขนะค่ะ

"หลานหวาน"
ความคิดเห็นที่ 22
chalee วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 17.12 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

ขอสดุดี และร่วมไว้อาลัยวีรชนเดือนตุลา ขอให้บ้านเมืองสงบสุข
ขอให้มีคนดีอยู่คู่แผ่นดิน ขอให้มารพ้นเมืองไปเสียที

"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 21
chalee วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 17.10 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

ทุกครั้งที่เห็นภาพ ทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราว ไม่เคยสักครั้งที่จะไม่รู้สึกหดหู่
ไม่ว่าจะเดือนตุลา เดือนพฤษภา และอีกหลายเหตุการณ์ เหตุมาจากการลุแก่อำนาจ
กระหายอำนาจ เห็นชีวิตมนุษย์เป็นเพียงเศษขยะ เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก
เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หรือ ประชาธิปไตย ไม่ได้มีอยู่จริง หรือ ตัวเราเอง
ที่ไม่รู้จักประชาธิปไตยที่แ้ท้จริง จึงถูกผู้กุมอำนาจ หลอก ล่อ ลวง ให้ลุ่มหลง
ตามภาพมายา "แล้วเมื่อไหร่เราจะพบคนดี" ที่ไม่ใช่มารครองเมืองเสียที

**ไม่ทันเดือนตุลา แต่อยู่ท่ามกลางความโหดเหี้ยมของเดือนพฤษภา
เมื่ออ่านประวัติศาสตร์การเมืองย้อนหลังกลับไป มันตอกย้ำว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย**

เคยเขียนเล่าไว้ที่นี่ นานแล้วค่ะ
http://www.oknation.net/blog/DearChalee/2007/07/11/entry-1

"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 20
มัชฌิมา วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 16.10 น.
http://www.oknation.net/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

..

เห็นภาพเหตุการณ์ตุลาทีไร รู้สึกเศร้าใจเมื่อนึกถึงสภาพการเมืองปัจจุบัน

ร่วมรำลึกและไว้อาลัยแด่วีรชนคนตุลาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
สเลเต วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 13.04 น.
http://www.oknation.net/blog/mahahong

รบกวนเช็คข้อความในกล่องข้อความด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 18
สเลเต วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 12.59 น.
http://www.oknation.net/blog/mahahong

ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์เดือนตุลา
ที่คนเดือนตุลาหลายคน
ลืมเลือนกันไปแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
pukpik วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 12.58 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

ขี้ฟ้อง ชิ

...