• สงราษฎร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anupeud@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 22614
  • จำนวนผู้โหวต : 68
  • ส่ง msg :
หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง

ขับรถยนต์…ไปเยือนเมืองมรดกโลก “ หลวงพระบาง “ ตอนที่ 2

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2550
เขื่อนเชี่ยวหลาน..เมฆหมอก..สายน้ำ..ภูเขา..ท้องฟ้า..และความทรงจำ..
Posted by สงราษฎร์ , ผู้อ่าน : 300 , 14:41:11 น.  
พิมพ์หน้านี้


             

         ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนเกือบเที่ยงคืน...ของคืนวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา ผมต้องรับโทรศัพท์ จาก มิตรสหาย และบรรดาญาติมิตร  หลายต่อหลายครั้ง...

     เหตุผลก็เพราะว่า.... ในวันนั้นครอบครัวผม และครอบครัวของสหายอีก 2 ครอบครัว มีกำหนดการท่องเที่ยวอยู่ที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี...

    เขื่อนเชี่ยวหลานซึ่งมีอาณาบริเวณติดกับอุทยานแห่งชาติเขาสก.......... ที่ค่ำคืนนั้นเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และไกด์ชาวไทย  ที่เดินทางเข้าเที่ยวชมถ้ำน้ำลอด และเกิดน้ำป่าไหลหลากมาคร่าชีวิตพวกเขาไป...

   เขื่อนเชี่ยวหลานที่มีนามพระราชทานจากองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า  “เขื่อนรัชชประภา” ซึ่งมีความหมายว่า แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร

   เขื่อนเชี่ยวหลาน...ที่เป็นเขื่อนแบบหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร..อ่างเก็บน้ำมีความจุถึง 5,639 ล้านลูกบาศก์เมตร

                                                                          สันเขื่อน

       เขื่อนเชี่ยวหลาน...ที่ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า...ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง

              

                                                                       โรงไฟฟ้า

     เขื่อนเชี่ยวหลาน...ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จังหวัดบ้านเกิดของผม....แต่ผมเพิ่งมาเยือนครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง....

             

                                                                   ถนนบนสันเขื่อน

   เขื่อนเชี่ยวหลานในความทรงจำของผมครั้งแรกเกิดเมื่อ...ผมได้มีโอกาสชมภาพยนตร์สารคดี เกี่ยวกับชีวประวัติ ของคุณสืบ นาคะเสถียร...วีรบุรุษในการทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติของผม.....

            

    ภาพที่ผมเห็นครั้งนั้น คือการที่คุณสืบฯ และทีมงาน นั่งเรือหางยาวล่องไปตามอ่างเก็บน้ำซึ่งเดิมคือพื้นที่ป่า  ที่ต่อมาเกิดน้ำท่วมจนทำให้วงจรชีวิตของสัตว์ป่าจำนวนมากต้องสูญหายไป....

   ผมยังจำภาพที่คุณสืบฯและคณะพยายามช่วยเหลือกวางตัวใหญ่ตัวหนึ่งขึ้นจากน้ำ...แต่ด้วยความหวาดกลัวของกวางที่มีต่อมนุษย์...ทำให้กวางตัวนั้นดิ้นรนอยู่เป็นเวลานานแสนนาน จนในที่เมื่อสามารถนำขึ้นเรือมาได้ กวางตัวนั้นก็หยุดหายใจไปแล้ว...โดยที่คุณสืบฯพยายามปั๊มหัวใจเพื่อช่วยให้กวางมีโอกาสที่มีชีวิตอีกครั้ง ..ด้วยความแน่วแน่..ภายใต้สายตาที่มุ่งมั่น แต่จนแล้วจนรอด ปฏิหาริย์ก็ไม่เกิด......

   นั่นคือเหตุผลหนึ่ง.....ที่ทำให้ผมเพิ่งไปเยือนเขือนเชี่ยวหลานครั้งแรกเมื่อปี 2548  หลังจากที่เขื่อนนี้เปิดอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2530

......................................................................................

  หลังจากที่ผมอรรถาธิบายแก่ผู้ที่เป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพของผมและผู้ร่วมทีมว่า...พวกเราสบายดี..ไม่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวในแถบที่เกิดโศกนาฏกรรม...อันตรายจะเกิดกับพวกผมได้อย่างเดียวก็คือ...เขื่อนแตก..เท่านั้น ผมจึงได้นอนหลับสนิท...เพื่อเตรียมตัวในวันพรุ่ง...

 

                          

    เช้าวันที่ 14 ตุลาคม.....ผมตื่นนอนแต่เช้ามาเดินชมสายหมอกที่ปกคลุมไปทั่วในอาณาบริเวณบ้านพักแรม .....ก่อนที่คณะของเรา ซึ่งประกอบด้วย ผู้ใหญ่ 6  เด็ก 5 และหมาน้อยอีก 2  จะได้เดินทางออกจากบ้านพัก... หาข้าวต้มร้อนๆรองท้อง.....

                                              

                                                                        หมอกยามเช้า

   ก่อนไปลงเรือหางยาวที่เราเช่าเหมาลำ...เพื่อออกเดินทางล่องชมทัศนียภาพในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่อาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล...และสวยงาม จนหลายคนขนานนามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย

                                                            ภาพข้างล่างไม่มีคำบรรยาย

            

                

                 

                 

                 

                                                   

            

           

                                                   ภูเขาในอ้อมกอด..ของเมฆหมอก

           

           

            

           

           

           

                                    

            

            

                                   

                                             ภาพข้างล่างทำให้ผมนึกถึงหนังจีนเรื่องหนึ่ง

            

            

            

            

   ความสวยงามที่ผมถ่ายทอดผ่านกล้องตัวใหม่...ที่ยังอ่านคู่มือยังไม่เสร็จ...อาจจะยังไม่เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ ของท่านผู้อ่าน..หากต้องการไปเยี่ยมชมเองติดต่อไปได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์ของเขื่อน รัชชประภา 077-242555 ต่อ 5061 ครับ

             

            

                                              ภาพตอนแดดแรง...หมอกเบาบางไปแล้ว

     เสร็จจากการล่องเรือ...ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของชาวคณะ....พวกผมก็โชคดีอีกครั้งที่ ญาติสนิทของผมซึ่งเป็นพนักงานอยู่ที่นั่น...ได้เชื้อเชิญให้เด็กๆและผู้ใหญ่...ได้เข้าชมภายในโรงไฟฟ้า....สร้างความประทับใจแก่เด็กๆได้เป็นอย่างดี....

            

     ก่อนร่ำลาเขื่อนเชี่ยวหลาน....ผมได้แต่คิดในใจว่าสักวันหนึ่งเมื่อลูกหลานของพวกเราเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะได้จดจำเรื่องเหล่านี้  และเกิดความหวงแหนสมบัติของชาติ...ให้ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองไปนานแสนนาน...ไม่นำไปเร่ขายให้ต่างชาติเหมือนที่ผู้นำบางคนเคยทำไว้ในอดีต........

                            

                                                เด็กน้อย..ลูกเพื่อน...หมาน้อย..ลูกผม

  ลาที... เขื่อนเชี่ยวหลาน  หากมีโอกาสจะแวะมาเยี่ยมเยียนใหม่.....ขอให้เขื่อนได้ทำหน้าที่ในการสร้างความเจริญให้แผ่นดินของเรา..ให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เราต้องแลกกับความสูญเสียของระบบนิเวศวิทยา....ในอดีต

    

                                                          ท่าเรือนิ่งสงบ...รอการมาเยือน

                                                                 สันเขื่อน...อีกหนก่อนลา

                                       

                                                                     สหายและลูกหลาน....

                           เรื่อง + ภาพ : สงราษฎร์

                           เพลง : Morning has Broken – Cat Stevens - จากอินเตอร์เน็ต

Morning Has Broken...

                                       

                                 

                        

                               

                                 

                  

 

           

        

       

                                                              

                                         

                           


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32
Jui วันที่ : 28/10/2007 เวลา : 20.48 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

มาฟังเพลงครับ เพราะดูรูปไมได้
ความคิดเห็นที่ 31
สงราษฎร์ วันที่ : 28/10/2007 เวลา : 20.29 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือนครับ....
ความคิดเห็นที่ 30
พลายพัทลุง วันที่ : 28/10/2007 เวลา : 18.41 น.
http://www.oknation.net/blog/suphakara
 วัจนะกวีอิสระ:ถ้อยคำ เรื่องราวและนิยาย/กลุ่มเขียนข้าว   : http://www.oknation.net/blog/writerdao     นักเขียนของโลกฯ        >เพิงเพลงบ้านจันทร์ดาว http://www.oknation.net/blog/waraninstar

ม่ายหอนได้ไปเที่ยวสักทีเรา งุงุ
เมืองลุง กะเที่ยวม้ายจบที

ที่ลำปำ กะไป 2 หนเหล้ย งิงิ
ความคิดเห็นที่ 29
ปฐม วันที่ : 27/10/2007 เวลา : 20.36 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

โอกาศหน้าคงได้พบท่านพี่นะครับ
ความคิดเห็นที่ 28
ดาวปลาตะเพียน วันที่ : 27/10/2007 เวลา : 06.08 น.
http://www.oknation.net/blog/daoplatapean
...พร่างพราวในเงาฝัน *


ดอกไม้ช่อน้อยนิด
มหาศาลด้วยความซาบซึ้ง
......
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
แวะมาเยี่ยมและเผลอใจไปเที่ยวด้วย

อรุณสวัสดิ์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 27
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ


ยกรูปนี้มาให้น้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 26
สงราษฎร์ วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

คุณปฏิจจชน : นับถือครับ

เสือ : ผมเป็นแฟน แอร์ จอร์แดน..โดยเฉพาะช่วงที่กลับมาเล่นอีกครั้ง และได้แชมป์สามสมัยรวด...
ผมสงสาร Mail Man และคู่หูมาก หากยุคนั้นไม่มี ไมเคิล จอร์แดน ที่ บูลส์ Jazz คงได้แชมป์ไปแล้ว...
ความคิดเห็นที่ 25
ฅนผ่านทาง วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 13.54 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
OK Nature @ Save Nature Save Life

เชี่ยวหลานยังงดงามเสมอครับพี่หลวง..
และหวังว่าในอนาคตจะยังงดงามเช่นเดิม
... และผมก็กลับมาแล้วเรียบร้อยเช่นกัน

หวัดดีบ่ายๆ ครับผม
ความคิดเห็นที่ 24
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

พายุพัดแล้วต้องผ่อนพัก
ความคิดเห็นที่ 23
ปฐม วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 12.17 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

บาสเอ็นบีเอ

เป็นกีฬาที่ผมชอบเป็นอันดับหนึ่งครับ

ชอบมากกว่าฟุตบอล

แต่ทฤษฏีของพี่ ใช้ไม่ได้กับ แวนคูเวอร์ เมื่อไปเจอกับ ซันส์ แน่นอน

อิ๊ อิ๊

ผมเชียร์ เมจิก ชอบ เพนนี่ ฮาร์ดอเวย์
ความคิดเห็นที่ 22
patijjachon วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

พี่สงราษฎร์ครับ

ผมขอบคุณครับที่นับว่า ลูกทั้งสองคน เป็นหลานของพี่
ผมนับถือพี่เสมอเช่นกันครับ

ปฏิจจชน
ความคิดเห็นที่ 21
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

น่าอิจฉาจังเพ่...เที่ยวโน้น เที่ยวนี่ เพียบเลยนะคะ
สวยค่ะ...เก็บเบอร์ไว้แล้ว..ถ้ามีโอกาสคงได้ไปเที่ยวบ้างค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
nongdeun วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 15.36 น.
http://www.oknation.net/blog/nongdeun
เธออาจเป็นดินสำหรับเขาแต่เธอคือดาวสำหรับฉัน...หัวใจโกหกไม่เป็น                  http://maohappy.hi5.com/


แวะมาทักทาย และฝากเนื้อฝากตัวค่ะ ว่าง ๆ แวะไปเที่ยว Blog น้องเดือนบ้างนะคะ
ความคิดเห็นที่ 19
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 25/10/2007 เวลา : 12.10 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดีค่ะ น้า หลานสาวหอบลมหนาวมาทักทาย

บ้านนอกหน