| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
บ้านเมืองสมัยนี้ คนในสังคมพร่ำพูดถึงคำว่า เผด็จการ อย่างกว้างขวาง โดยเป้าหมายที่พรรคการเมืองบางพรรค ต้องการส่งความหมายไปถึงคือ ค.ม.ช. หรือชื่อเต็มว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อพยายามบอกกับประชาชนว่า ค.ม.ช. เป็นเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย เหมือนพรรคตนเอง ที่มาจากการเลือกตั้ง และพยายามลากโยงไปว่า พรรคการเมืองอื่นๆที่ไม่ใช่พรรคตนเอง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ค.ม.ช. ทุกพรรค จึงต้องกลายเป็นเผด็จการไปด้วย เพื่อความเข้าใจมากขึ้นของคำว่า เผด็จการ ผมขอนำเสนอที่มาและความหมายที่แท้จริงของคำว่า เผด็จการ ให้ผู้อ่านได้พิจารณา ดังนี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของเผด็จการไว้ว่า วิกิพีเดีย ให้ความหมายว่า ระบอบเผด็จการเป็นระบอบการปกครองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เริ่มจากการรวมกลุ่มของมนุษย์ ผู้ที่แข็งแรงที่สุดมีอำนาจปกครองกลุ่ม โดยให้ความคุ้มครองต่อกลุ่มของตน แนวคิดหลักคือ อำนาจอธิปไตยอยู่ในมือของคนคนเดียว หรือกลุ่มเดียว จึงนับว่าเป็นรากฐานการปกครองของโลก โดยทั่วไปผู้ที่ปกครองมักเป็นไปในรูปของกษัตริย์ หรือพระราชา โดยหากการปกครองเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน จะเรียกว่า ราชาธิปไตย (การปกครองโดยคนเดียวและประชาชนมีความสุข) หากเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเองเรียกว่า ทุชนาธิปไตย โดยผู้ปกครองในกรณีนี้เรียกว่า ทรราช ดังนั้นเนื้อแท้ของคำว่าเผด็จการ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียหมด แต่กลับเป็นเรื่องดีเสียเยอะเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้ใช้อำนาจในการปกครอง และยุคสมัย แต่ละประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน ก็เคยมีการปกครองโดยระบอบเผด็จการ มาในอดีตแทบทั้งสิ้น และก็เห็นว่าประเทศชาติเขาก็อยู่รอดมาจนปัจจุบันได้ แม้แต่ประเทศไทยเอง ก็เคยปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งเราเรียกว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์... ในทางกลับกันผู้นำบางประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ใช้อำนาจเผด็จการในการปกครองประเทศ ยกตัวอย่าง ฮิตเลอร์ ผู้นำของประเทศเยอรมัน ก็มาจากการเลือกตั้ง จากนั้นเขาก็เข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สถาปนาตนเองเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ จัดการให้มีพรรคการเมืองพรรคเดียว แทรกแซงสื่อมวลชน ให้นำเสนอข่าวของรัฐบาลแต่เพียงด้านเดียว จัดการล้างเผ่าพันธุ์ คนยิว ทั่วโลก เป็นล้านๆคน นำเยอรมันทำสงครามโลกครั้งที่สอง ฯลฯ หากเปรียบเทียบกับเมืองไทย คนที่อยู่ลอนดอนก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน จากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ที่หลายคนคิดว่าดีที่สุด ตั้งแต่ประเทศของเรามีรัฐธรรมนูญมา แต่อย่างไรก็ตามดีอย่างไรก็มีช่องโหว่ ซึ่งคนที่อยู่ลอนดอน ทราบเป็นอย่างดีว่า หากจะครองอำนาจให้นานที่สุดก็ต้องทำให้ระบบตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ คือ องค์กรอิสระ อ่อนแอ และผู้ที่เป็นคนคัดสรร องค์กรอิสระ คือ สมาชิกวุฒิสภา กระบวนการยึดวุฒิสภา มาเป็นพวกจึงเริ่มขึ้นอย่างชาญฉลาด ทุกรูปแบบ สุดท้าย เขาก็ควบคุมองค์กรอิสระได้ เมื่อไม่มีหน่วยงานตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การหลงในอำนาจก็เกิดขึ้น ไม่ฟังเสียงใคร รวบรวมอำนาจสิทธิขาดไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว โดยยึดคำว่า มาจากการเลือกตั้งไว้บังหน้า แทรกแซงสื่อมวลชน บิดเบือนข้อเท็จจริง เลือกนำเสนอเพียงข่าวที่ทำให้ฝ่ายตัวเองดูดี ชอบพูดออกสื่อข้างเดียว ไม่ตอบกระทู้ถามในสภาฯ ปิดหูปิดตาประชาชนจากความจริง และ ที่สำคัญ สร้างความกลัวให้เกิดขึ้นประชาชน ว่าหากขาดตน ประชาชนจะอยู่ไม่ได้ ใช้นโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง จังหวัดไหนไม่เลือกตนเอง ก็ไม่ให้งบประมาณในการพัฒนา ฯลฯ ดังนั้นขอให้เราแยกแยะคำว่าเผด็จการให้ดี อย่าติดรูปแบบว่า เผด็จการต้องเป็นทหารเท่านั้น ในความเห็นส่วนตัวผม เผด็จการทหารโดยการนำของ ค.ม.ช ชุดนี้ เป็นเผด็จการที่ ละอ่อน ที่สุดที่ผมเห็นมา จนทำให้ขบวนการเผด็จการ ที่อยู่ในคราบของนักเลือกตั้ง ไม่เกรงกลัว ปลุกปั่นประชาชน ที่ไม่เข้าใจ ออกมาต่อต้าน จนบ้านเมืองเกือบลุกเป็นไฟ อยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชน ต้องเลือกว่าจะให้พรรคการเมืองใดเข้าไปใช้อำนาจปกครองประเทศแทนพวกเรา โดยไม่ใช้อำนาจเผด็จการ เหมือนที่ผ่านมาในอดีต เราต้องนำบทเรียนในอดีต มาปรับใช้ในปัจจุบัน เพื่อความผาสุกที่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตครับ |