| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
พี่ซัน มาโนช พุฒตาล ................................................................................ แทบไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสุกดิบของเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ....รายการวิทยุคุณภาพรายการหนึ่ง...ที่ผมและเพื่อนๆชาวโอเคเนชั่นหลายคนชื่นชอบ ต้องบอกลาแฟนๆรายการไปอย่างกะทันหัน...ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง The Radio ที่เคยออกอากาศทางคลื่น FM. 99.5 ประมาณต้นปี 2550 เป็นความบังเอิญของผมที่ได้ยืมรถยนต์รุ่นใหม่ของเพื่อนมาทดลองขับ...ทำให้ผมได้รับรู้ว่า มีสถานีเพลงคุณภาพ อีกสถานีหนึ่ง ที่มีคุณวิโรจน์ ควันธรรม เป็นแม่ทัพใหญ่ และมีขุนพลดีเจ คุณภาพอย่าง พี่ซัน มาโนช พุฒตาล คุณป้า วาสนา วีระชาติพลี คุณเอ็ดดี้ พิทยากร ลีลาภัทร์ คุณเป็นเลิศ อุทัยเฉลิมฯลฯ ขับเคลื่อนทัพ... จากนั้นมาคลื่น 99.5 คือคลื่นประจำในรถ ห้องทำงาน ที่บ้าน ของผมและครอบครัว ไปเรียบร้อย แม้แต่หลานชายวัย 11 ขวบ ของผมก็เป็นแฟนเดอะเรดิโอ ใครจะเชื่อว่า หลานชายผม ฟังเพลงใหม่ๆ อย่าง 1973 ของ James Blunt , Beautiful Girls ของ Sean Kingston , Wont go home without you ของ Maroon 5 จนทำให้ตอนนี้หลานของผมกำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินใส่กระปุก เพื่อเป็นค่าบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตของ Maroon 5 ที่จะมาแสดงที่เมืองไทยเร็วๆนี้.. ส่วนผมก็สนับสนุนหลานชายโดยการค้นหาเนื้อเพลงจากอินเตอร์เน็ตไปให้คุณหลาน เอาไว้ร้องและไปให้คุณครูสอนพิเศษช่วยแปล (แบบว่าคุณลุงแปลได้ไม่สละสลวย) เหตุผลของปรากฏการณ์ข้างต้น หากผู้อ่านได้เคยฟัง เดอะเรดิโอ มาบ้าง จะทราบดีว่า คลื่นนี้เป็นคลื่นที่ผสมผสานของแนวเพลงสากลร่วมสมัยที่ค่อนข้างลงตัว ดีเจก็มีประสบการณ์มากพอที่จะทำให้คนฟังทั้งคนวัยกลางคนและคนรุ่นใหม่ศรัทธาได้ โดยเริ่มจาก 8.00-11.00 น.ของวันจันทร์-ศุกร์ โดยพี่ซัน คุณมาโนช พุฒตาล รุ่นใหญ่ที่ผมนับถือ คนอยุธยา บ้านเดียวกับบล็อกเกอร์ปฏิจจชน พี่ซันซึ่งจะต้องเปิดรายการด้วยการแนะนำตนเองว่า ผมนายมาโนช พุฒตาล บุตรของนายเฉลียว กับนางอำไพ พี่ซันจะมีเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันบ้าง หรือเรื่องราวดีๆในอดีตบ้าง มาเล่าสู่กันฟังทุกเช้า พร้อมด้วยเพลงเก่าๆที่เป็นบทเพลงร่วมสมัย แต่หาฟังไม่ได้ที่คลื่นอื่น มาเอาใจคนวัย 35 ปี ขึ้นไป แต่ก็ไม่ลืมเลือนที่จะสอดแทรกเพลงใหม่เอาใจเด็กแนวรุ่นใหม่เช่นกัน ด้วยปรัชญา ในการทำรายการที่ว่า ดีเจ ไม่ใช่แค่คนมานั่งเปิดเพลงให้คนฟัง จากนั้น จะต่อด้วยคุณเปียโน สาวน้อย แต่ความรู้เรื่องเพลงและดนตรีไม่ได้น้อยตามไปด้วย นำบทเพลงใหม่ๆที่มีรสนิยม มาเปิดให้มิตรรักแฟนเพลงได้รื่นรมย์กัน จากนั้น บ่ายสามโมงพี่หมึก วิโรจน์ ควันธรรม ก็จะเข้ามารับไม้ต่อ จน 2 ทุ่ม คุณเดือนเพ็ญ สีหรัตน์ ก็จะเข้ามา พร้อมกับเพลงใหม่ๆ สอดแทรกเป็นระยะๆ โดยเฉพาะทุกวันจันทร์จะมีการ นำเสนอ Top 20 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา จากนั้นช่วงดึก 5 ทุ่ม คุณคุณณัสรุจน์ แข็งแรง ก็จะเข้ามารับช่วงต่อ ส่วนมากช่วงนี้ผมหลับก่อนทุกที สำหรับช่วงเสาร์-อาทิตย์ สิบเอ็ดโมงถึง บ่ายสาม คุณพิทยากรฯ นำเสนอช่วง The Rewinder คนวัยกลางคนแบบผม นั่งฟังไปอมยิ้มไปทุกวัน โดยเฉพาะทุกครั้งที่คุณดีเจ ขุดเอาเพลงประกอบในซีรีย์เก่าๆที่เคยฉายทางโทรทัศน์ มาเปิดให้ฟัง ผมชอบสุดๆตอนเปิด เพลงประกอบเรื่อง เคนโด้ จำได้ว่ายังเอาเป็นแรงบันดาลใจเขียนเรื่องลงบล็อกได้หนึ่งเรื่อง จากนั้นตั้งแต่ บ่ายสามโมงถึง หกโมงเย็น ก็ต้องโยกกันหัวโยกหัวคลอน กับช่วง The Radio Rock โดยคุณวันชัย อุทัยเฉลิม คอเพลงร็อค หนักๆ ชอบมาก ถึงมากที่สุด จากนั้นสองทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม คุณเป็นเลิศฯ ก็จะนำแจ๊ส ดีๆ มากล่อมนอน จนทำให้ผมไม่ค่อยได้ฟังคุณป้าวาสนา วีระชาติพลี เพราะหลับเสียก่อน แต่ไม่เป็นไรเพราะฟังมามากแล้วสมัยเรียนมหาวิทยาลัย นั่นคือเหตุผลที่ทำให้การดำเนินชีวิตของผมในช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าบรรยากาศทางการเมืองจะยุ่งเหยิง และเคร่งเครียดปานใด แต่ The Radio ช่วยทำให้มีความสุขใจ มากขึ้น ช่วงบ่าย วันที่ 28 ธันวาคม ขณะที่ทุกคนในฐานะมนุษย์เงินเดือนกำลังคร่ำเคร่งกับการเคลียร์งาน ให้หมดไปกับปีเก่า ผมได้เริ่มเอะใจว่าทำไม The Radio วันนี้มีดีเจเข้ามาจัดรายการกันเยอะจัง เมื่อตั้งใจฟังจึงได้ทราบว่า วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของ The Radio ณ คลื่น เอฟเอ็ม 99.5 ดีเจทุกคนเข้ามาบอกล่ำลา แฟนรายการด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย แต่ไม่ท้อแท้ แม้แต่พี่ซันซึ่งกำลังอยู่ทางภาคใต้ เพื่อหาข้อมูลมาทำรายการในช่วงหลังปีใหม่ ก็ต่อสายเข้ามาคุยกับเพื่อนๆดีเจ และแฟนรายการ สรุปเหตุผล ที่ทางคุณวิโรจน์ และเพื่อนดีเจ ให้เหตุผลกับแฟนรายการเพื่อรับรู้ในการถูกถอดจากคลื่นอย่างกะทันหัน ภายในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 28 ธันวาคม 2550 ซึ่งผมฟังแล้วแจ่มชัด และเข้าใจ คือ เราขายก๋วยเตี๋ยว มาช่วงหนึ่ง แล้ววันนี้เจ้าของเราร้านที่ออกทุนให้เรา มาบอกว่ารายได้ของการขายก๋วยเตี๋ยวไม่พอจ่ายค่าเช่าร้าน เจ้าของร้านจึงต้องการให้คนกลุ่มอื่นมาขายอย่างอื่นบ้าง ผมจำได้เลาๆแบบนี้ อาจผิดเพี้ยนไปบ้างแต่ความหมายทำนองนี้แหละครับ สรุปง่ายๆ ก็คือ รายการดีไม่ดี ไม่รู้ แต่สปอนเซอร์มีน้อย ไม่ทำกำไร บทเรียนจาก The Radio ตอกย้ำความรู้สึกของผมให้เชื่อมั่นไปอีกว่า ทุนนิยม ช่างร้ายเหลือ นี่คือเหตุผลหนึ่งและสำคัญที่สุดที่ทำให้รายการดีๆ มีคุณภาพ ทางวิทยุ โทรทัศน์ ของประเทศไทย ไม่ค่อยได้ผุดได้เกิดสักที สู้รายการวิทยุที่มีค่ายเพลงใหญ่ๆ หนุนหลัง เนื้อหาสาระจะสร้างสรรค์หรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ก็อยู่ได้ยืนยาว ด้วยพลังเงิน รายการทีวีดีๆ มีให้เห็นน้อยมากในทุกช่องสถานี เพราะไม่สามารถ ทนแรงเสียดสี ของละคร ประเภท ตบ จูบ ที่ล้นจออยู่ได้ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อารมณ์ของผม อยู่ในภาวะซึมเศร้า จนต้องหาวิธีการดับทุกข์ ด้วยตนเอง อยู่ในขณะนี้ แล้วสักวันหนึ่งผม คงได้พบ เจอ กับรายการวิทยุดีๆ แบบ เดอะ เรดิโอ อีกครั้ง เพราะผมมีความศรัทธาและเชื่อมั่นอย่างล้นเหลือว่า สังคมไทยคงยังไม่สิ้น คนดี ขอให้พลังในการสรรค์สร้างสิ่งดีๆ อยู่กับผู้อ่านทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณ esnips สำหรับบทเพลง 1973 - James Blunt
|