• สงราษฎร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anupeud@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 22614
  • จำนวนผู้โหวต : 68
  • ส่ง msg :
หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง

ขับรถยนต์…ไปเยือนเมืองมรดกโลก “ หลวงพระบาง “ ตอนที่ 2

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันศุกร์ ที่ 18 มกราคม 2551
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก “ หลวงพระบาง” ตอนที่ 5 ( เที่ยวนอกเมือง )
Posted by สงราษฎร์ , ผู้อ่าน : 375 , 10:30:24 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว  
พิมพ์หน้านี้


                                  

น้ำตกกวางซี

.................................................................

ความเดิมตอนที่แล้ว : ผมพาเที่ยวในเมืองจบลงที่อาทิตย์อัสดง มุมมองจากยอดพูสี  และสัญญาจะพาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวนอกเมือง

...................................................................

          ราชธานีเก่าของลาว อย่างหลวงพระบางใช่ว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยว เฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น  แต่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่อยู่นอกเมือง ก็มีความงามไม่น้อยหน้า เมืองท่องเที่ยวอื่นๆเช่นกัน

         ตอนนี้ผมจะพาท่านออกนอกเมืองไปเที่ยวชมน้ำตกกวางซี หรือ ตาดกวางซี  ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 25 กิโลเมตร  โดยหากที่พักของเราตั้งอยู่ตรงถนนเส้นกลาง ก็ขับรถตรงไปเรื่อยๆ  ก็จะมีป้ายบอกทางไปถึงน้ำตก  โดยไม่หลงอย่างแน่นอน  ถนนไปน้ำตกกวางซี ปัจจุบันลาดยางเรียบร้อย สภาพภูมิประเทศ ก็คล้ายๆทางไปน้ำตกของบ้านเรา คือถนนตัดผ่านท้องไร่ ท้องนา  แล้วค่อยๆเข้าเขตป่าไม้  ทางการของลาว จัดที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวไว้เรียบร้อย เสียค่าเข้าชมเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ คือ 20,000 กีบ หรือ 80 บาท  นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปที่น้ำตก ประมาณ 500 เมตร  แต่ตอนที่ผมไปโชคดี ที่มีคุณแม่ซึ่งเดินไม่สะดวก ต้องนั่งรถเข็น  เจ้าหน้าที่เขาใจดีจึงอนุญาตให้นำรถเข้าไปจอดใกล้ๆน้ำตกได้

        แต่ใช่ว่าจะมีแค่รถผมคันเดียวที่ได้รับการยกเว้น  แต่ยังมีรถบัสอีก 2 คัน ที่นำนักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งหัวแดง หัวทอง ทั้งสิ้น  เข้าไปจอดอยู่ข้างในใกล้น้ำตก  แถมยังนั่งกินอาหารเที่ยงแบบเต็มสูตร กล่าวคือ จัดโต๊ะเลี้ยงอย่างดี  มีพนักงานเสิร์ฟ แต่งตัวเต็มยศ เหมือนกำลังบริการลูกค้าอยู่ในภัตตาคารหรู  คอยเสิร์ฟ อาหาร เหล้า เบียร์ ไวน์  อยู่ตรงใกล้กับน้ำตก  สร้างความแตกต่างกับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ส่วนมากจะนำอาหารพื้นเมืองง่ายมานั่งกินกันริมน้ำตก  ผมลองสอบถามผู้คนแถวๆนั้น พอทราบว่า เขาขออนุญาตทางการเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถมานั่งกินข้าวเที่ยงเคล้าบรรยากาศน้ำตกได้

       อย่างไรก็ตาม  เมื่อมีสิ่งที่ขัดลูกหูลูกตา ก็มีสิ่งเจริญหูเจริญตา ให้เห็นด้วยเช่นกัน  โลกนี้มักจะเป็นอย่างนี้แล  ในความมืดมน ก็ยังมีแสงสว่างให้เห็นบ้างเสมอๆ  กล่าวคือ มีกลุ่มนักศึกษามาทำกิจกรรมเข้าค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติกัน โดยมีวิทยากรซึ่งเป็นชาวต่างชาติ คอยให้ความรู้ และร่วมปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผ่านการทำกิจกรรม หลากหลายรูปแบบ  ดูแล้วช่างขัดแย้งกับภาพฝรั่งนั่งโต๊ะกินมื้อเที่ยงหรู เสียเหลือเกิน

      น้ำตกกวางซี เป็นน้ำตกหินปูน  มีสายน้ำตกสูงมากกว่า 50 เมตร ไหลลงสู่แอ่งน้ำกว้างสีเขียว  มองดูสวยงามไม่แพ้น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่เราเคยพบพาน

....................................................

                                 

         

น้ำตกกวางซี หรือ ตาดกวางซี

..............................................................

      

แอ่งน้ำกว้างสีเขียว

................................................

                                  

สายน้ำตกสูงมากกว่า 50 เมตร

............................................................

                                  

ภาพนี้ตอนถ่าย...มีละอองน้ำปลิวกระทบใบหน้า...เย็นฉ่ำ

...........................................................................................................

                                

หลักกิโลเมตร...ยืนยันว่าน้ำตกห่างจากหลวงพระบาง 25 กิโลฯ

....................................................................................................................

    จบจากเที่ยวชมน้ำตก เรามุ่งหน้ากลับเข้าเมืองหลวงพระบางแล้วเลาะเลียบสายน้ำคาน ออกไปบ้าน

ผานมของชาวลื้อ จุดท่องเที่ยวที่คู่มือท่องเที่ยวทุกแขนงแนะนำว่าพลาดไม่ได้ เนื่องจากชาวลื้อมีชื่อเสียงในเรื่องการทำผ้าทอมือแบบดั้งเดิม  และจะนำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวที่ ศูนย์หัตถกรรม ของหมู่บ้าน

    วันที่คณะผมไป พบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยอีกหนึ่งรถบัสใหญ่  ทำให้บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก และส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ สูงขึ้นไปด้วย ตามหลัก อุปสงค์ อุปทาน ทั่วๆไป   

......................................................................

        

ศูนย์หัตถกรรม ของหมู่บ้าน

...........................................................

       

เด็กน้อย...ลูกหลานชาวลื้อ

.........................................................................

                                  

บรรยากาศภายในศูนย์หัตถกรรม

.......................................................................................

                                  

.......................................................................

        

ช่างเครื่องเงิน...กำลังทำงาน

......................................................................................

    ตรงข้ามกับศูนย์หัตถกรรม มีร้านเครื่องเงินเพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นาน  ผมขึ้นไปด้อมๆมองๆ ชิ้นงานแล้ว  ไม่ธรรมดา  สร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้ชาวคณะผมได้เป็นอย่างดี  ขนาดคุณแม่ซึ่งไม่สามารถปีนบันไดสูงขึ้นไปเยี่ยมชมได้  ท่านยังสามารถส่งคำสั่งซื้อขณะนั่งคอยอยู่ในรถ  จนได้แหวนและกำไล มาตั้งหลายชิ้น

..............................................................

   ขากลับจากบ้านผานม ก่อนออกสู่ถนนสายหลัก จะต้องผ่านวัดป่าโพนเพา ซึ่งนอกจากจะมีสันติเจดีย์แล้ว  มุมมองจากบนวัดป่าโพนเพาสามารถมองเห็นสายน้ำคาน และเมืองหลวงพระบางได้ชัดเจน  และที่สำคัญจะมองเห็นพระธาตุจอมพูสี  สวยเด่นเป็นสง่า อยู่เบื้องหน้า  เหมือนกับตอนที่ผมนำท่านขึ้นพูสี แล้วเห็นเจดีย์วัดป่าโพนเพาอยู่เบื้องหน้าอย่างไงอย่างนั้น

.............................................................

                                    

วัดป่าโพนเพา

.............................................................

       

พระธาตุจอมพูสี  สวยเด่นเป็นสง่า อยู่เบื้องหน้า

...................................................................................................................

        

สันติเจดีย์

 ......................................................

                                 

........................................................................

    ออกจากวัดป่าโพนเพา ซึ่งเป็นถนนดินแดงอัดแข็ง  ก็จะกลับมาบรรจบกับสายหลัก อีกครั้ง ก่อนข้ามสะพานปูนที่ข้ามสายน้ำคาน  มุ่งหน้าผ่านสี่แยกถนนสีสัตนาก เพื่อตรงไป ปากอู โดยมีเป้าหมายคือ ถ้ำติ่ง

    การเดินทางไปเยี่ยมชม ถ้ำติ่ง มีหลายทางเลือกแล้ว ในปัจจุบัน คือ หากชอบบรรยากาศการล่องเรือ ชมทิวทัศน์แม่น้ำโขง ก็สามารถลงเรือได้ที่บริเวณหน้าวัดเชียงทอง ในเมือง  แต่หากไม่ชอบล่องเรือนานๆ หรือมีผู้สูงวัยที่ไม่สะดวกในการขึ้น-ลงเรือ  จะใช้วิธีการแบบผม คือขับรถไปลงเรือที่ บ้านซ่างไห หรือ ปากอู ก็ได้ครับ สำหรับพวกผมเลือกที่ขับรถไปจนถึงปากอู เลย เพื่อลงเรือข้ามฟากไปถ้ำติ่ง ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

...........................................................

        

ทิวทัศน์แม่น้ำโขง...ระหว่างทางไปบ้านปากอู

...................................................................................................

                                 

สภาพถนนไปบ้านปากอู...(แค่ 8 กม. นอกนั้นลาดยางครับ)

.........................................................................................................

  ค่าเรือข้ามโขงไป-กลับ จากปากอู ไปถ้ำติ่ง คิดคนละ 10000 กีบ ครับ  แต่ราคาอาจแปรเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับว่าคุณไปตกลงกับใคร  ผมค่อนข้างโชคดี ที่เดินไป สะ บาย ดี กับพี่น้องชาวลาว บ่อยๆ ก็เลยเจอกับคนขับเรือหางยาว ซึ่งเป็นญาติกับเจ้าของร้านอาหารที่เรากำลังทานข้าว ที่บ้านปากอู  ก่อนลงเรือข้ามฝาก น้องลาวแกบอกว่าเพิ่งเห็นผมที่หลวงพระบางตรงท่าลงเรือหน้าวัดเชียงทอง  ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เพราะผมเดินลงไปท่าเรือเพื่อเก็บภาพ   ก็เลยคุยกันถูกคอ น้องลาวจะกำชับกับผมว่าค่าเรือข้ามฟาก ต้องไม่ให้เกิน 10000 กีบ  ซึ่งเจ้าของเรือ ก็ยอมลดให้โดยดี  หลังจากที่ครั้งแรก บอกราคากับลูกทัวร์กิตติมศักดิ์ของผมว่า คนละ 20000 กีบ

................................................................

        

มุมมองจากบ้านปากอู...มองข้ามโขงไปอีกฝั่ง

..............................................................................................

                                  

สาวน้อย...ช่วยพ่อพาคนข้ามโขง

......................................................................

        

บ้านปากอู...มองจากเรือข้ามฟาก

................................................................................................

                                     

แม่น้ำโขง..บ้านปากอู..มองจากภายในถ้ำติ่ง

.....................................................................................

        

มุมมอง...จากอีกฝั่งโขง

....................................................................

        

บันไดขึ้นถ้ำติ่ง...คนสูงวัยหอบเหมือนกัน

.....................................................................................................................

        

บ้านปากอู

.............................................

    อย่างไรก็ตาม เงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากราคาเรือ ก็ไม่ได้ตกไปไหน เพราะผมกับชาวคณะ ก็แจกจ่ายให้กับเด็กน้อย  ผู้น่ารัก แถวๆนั้น ไปคนละ 5000  กีบ  หรือ 10000 กีบ  บ้างแล้วว่าจะถูกชะตาคนไหนเป็นพิเศษ 

.................................................................

    ถ้ำติ่งในความคิดของผม  หากไม่นับเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และศาสนาแล้ว  และต้องการแสวงหาความงามเพียงอย่างเดียว ก็คงไม่คุ้มค่า กับ ค่าเข้าชม คน 20000 กีบ สักเท่าใด  ผมได้ยินนักท่องเที่ยวชาวไทย กลุ่มหนึ่งต่อว่าต่อขาน เจ้าหน้าที่เก็บเงินว่า สถานที่แบบนี้ที่เมืองไทยเขาไม่เก็บสตางค์หรอก  และเจ้าหน้าที่เก็บเงินตอบกลับว่า คนไทยรวย เงินแค่นี้ไม่มากหรอก  และนักท่องเที่ยวไทยตอบกลับไปว่า  พวกเขาไม่รวยหรอก มาเที่ยวหลวงพระบางครั้งนี้ ยังกู้เงินสหกรณ์ มาเที่ยวกันเลย      ผมนั่งฟังเงียบด้วย ด้วยความคิดที่สับสน ปน ค้นพบสัจธรรมได้บางอย่าง

............................................................

        

สามหนุ่ม...สามมุม

............................................................................

    แต่อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ประทับใจกับถ้ำติ่งมากนัก  และทิวทัศน์ของภูเขา และลำน้ำโขง ระหว่างทางไปปากอู ซึ่งเป็นถนนดินแดง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จากถนนสายหลัก  ก็สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี  จนทำให้ผมต้องจบ ตอนนี้ ด้วยภาพพระอาทิตย์อัสดง ตรงอีกมุมหนึ่งของแม่น้ำโขงอีกครา

..........................................

                                   

ต้นไม้...รูปทรง...กิ่งก้าน...แปลกตา

...........................................................................

         

พระอาทิตย์...กำลังลับเหลี่ยมเขา

..............................................................................

        

อาทิตย์อัสดง...ระหว่างทาง บ้านปากอู-ปากซาง-หลวงพระบาง

.............................................................................................................................

    พบกันตอนหน้าตอนจบ  ซึ่งผมจะมาวิเคราะห์ถึง การยืนต้านกระแสทุนนิยมที่กำลังถาโถมใส่หลวงพระบาง ว่าจะยืนยงไปได้นานเท่าใด

ขอให้ ใจ กายสุข  สังคมสุข  กันทั่วหน้านะครับ

       ............................................................................................................................

        

                     ...........................................................................................................................

กุหลาบปากซัน.mp3

ขอบคุณ esnips สำหรับบทเพลง กุหลาบปากซัน – ภูสมิง

ข้อมูลการท่องเที่ยวจากหนังสือ คู่มือนำเที่ยวหลวงพะบาง โดย ศรัณย์ บุญประเสริฐ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18
ธมลวรรณ วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 17.36 น.
http://www.oknation.net/blog/tamonwan
เรียนรู้เพื่ออยู่และรักอย่างรู้คุณค่า

พลาดเอนทรีนี้ไปได้ไง
คิดว่าอ่านแล้ว นั่นคือตอนที่ 4
ภาพบรรยากาศทั้งธรรมชาติและผู้คน
ประทับใจเหมือนเดิมค่ะ คุณสงราษฏร์
ความคิดเห็นที่ 17
pukpik วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

น้ำตกกวางซี สวยกว่าทีลอซู
ความคิดเห็นที่ 16
yai2333 วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 01.10 น.
http://www.oknation.net/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

ภาพน้ำตกเยี่ยมเลยครับพี่...

แสงลอดเป็นลำ...งามขนาด...





ผมว่าประเทศไหน ๆ ก็เข้าสู่เงินนิยมแล้วววว...

...
ความคิดเห็นที่ 15
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 19.57 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

ทางไปบ้านปากอู ถ้าไม่ใช่รถ 4 wheels
ก็สงสารรถเหมือนกันนะคะ
คุยกับคนขับเรือข้ามฟากตรงปากอู
เขาบอกว่านั่งเรือจากบ้านช่างไหก็สะดวกและน่าจะเร็วกว่าค่ะ
วันนั้นเมื่อยขามาก ไม่ได้ขึ้นไปอีกถ้ำด้านบน
ไม่รู้ว่ามีอะไรแตกต่างหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 14
เจเจค่ะ วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

รูนหวัดฮ่ะ



ความคิดเห็นที่ 13
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

ภาพ + เพลง ช่างเข้ากันจริงนะคะ
น้ำตกน่าเล่นน้ำมั่กมั๊กค่ะ

ยังเหลืออีกกี่ตอนค่ะเนี่ย...ยังไงก็รออ่านอยู่ดีแหละค่ะ
แล้วจะแวะมาอ่านใหม่จ้า
ความคิดเห็นที่ 12
patijjachon วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 23.19 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ผมชอบหลาย ๆ ภาพ เหมือนเดิมครับพี่
โดยเฉพาะภาพน้ำตก ที่สวยเป็นธรรมชาติ ยามที่มีแสงพระอาทิตย์ส่องลงมาตามร่องเขา
ความคิดเห็นที่ 11
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดีค่ะ คุณน้า

กลับมาครั้งนี้ ภาพสวย ๆ ทั้งน้านๆๆๆๆๆๆๆ

หวานชอบภาพต้นไม้ ที่มีรูปทรงแปลกตาคะ

สวยจัง และภาพอาทิตย์ อัสดง

ขอให้น้า และครอบครัว สุขกาย สุขใจ เช่นเดียวกันคะ

"หวาน"
ความคิดเห็นที่ 10
เจเจค่ะ วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

หนูน้อยนักเรียน

น่ารักมั่กๆค่ะ



ความคิดเห็นที่ 9
thesaint วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 18.20 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----

----ชอบกับการเก็บภาพ พระอาทิตย์กำลังลับเลี่ยนเขาครับ ภาพต่อเนื่องดีทีเดียวครับ เห็นแสงที่กำลังจะหายไป ----