| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
และแล้ววันนี้ ประชาชนชาวไทย ก็มีประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ที่ชื่อนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องทำหน้าที่ ประธานรัฐสภา เมื่อมีการประชุมร่วมของสองสภา คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสมาชิก ประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ของอำนาจนิติบัญญัติ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ในอดีต พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล จะสรรหาบุคคลที่มีทั้งบารมี และการยอมรับจากเพื่อ ส.ส. และประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ มารับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ขั้นตอนการได้มาของประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ และ นายกรัฐมนตรี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็เป็นไปตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตย ทุกประการ ระบอบประชาธิปไตย ที่กรณีไม่มีพรรคการเมืองใด ได้เสียงข้างมาก ในสภาฯ ก็เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคสามารถรวบรวมเสียงของกันและกัน จนทำให้มีเสียงข้างมาก และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด ผมขอย้ำว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองใด ได้เสียงข้างมาก เพราะหากได้เสียงข้างมาก หมายถึงต้องได้เสียง 241 เสียงขึ้นไป จากจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมด 480 คน ดังนั้น การที่มีเสียงของบางพรรคการเมือง สื่อมวลชน หรือ นักวิชาการบางคน พยายามออกมาชี้นำคนในสังคมว่า พรรคพลังประชาชน ซึ่งได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด เป็นพรรคการเมืองที่มีความชอบธรรมแต่เพียงพรรคเดียวในการรวบรวมพรรคการเมืองเพื่อให้มีเสียงรวมกัน 241 เสียงขึ้นไป จึงเป็นการชี้นำที่ไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตยแต่อย่างใด หลักการประชาธิปไตย ที่ว่าคือ หลัก Majority Rule หรือหลักเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึง การตัดสินใจของประชาชนในการกำหนดตัวผู้ปกครอง หรือการตัดสินใจของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ เมื่อมีความเห็นแตกต่างให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ อธิบายง่ายๆ ในกรณีนี้ คือ ใครรวมรวมเสียงได้มากกว่า กลุ่มนั้นก็ได้อำนาจในการปกครองประเทศไป ดังนั้นเมื่อเป็นที่ยุติว่า พรรคพลังประชาชน เป็นพรรคแกนนำที่สามารถรวมรวมเสียงข้างมากได้เกิน 241 เสียง (แม้ว่าจะมีข้อครหาถึงที่มาของจำนวน ส.ส. หรือ มีคดี ที่เป็นชนักติดหลัง อยู่หลายคดีก็ตาม) ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรค ต้องไปสรรหาบุคคลมาทำหน้าที่ปกครองประเทศของเราต่อไป ตามแนวของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดเรื่องคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่ละตำแหน่ง ไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรค จะมีเสียงข้างมากแล้วก็ตาม ก็ใช่ว่าจะใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจไปทุกอย่าง เพราะจะต้องให้ความเคารพและคุ้มครองเสียงข้างน้อย (Minority Right) ด้วย เช่นกัน เสียงข้างน้อยที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องทำหน้าฝ่ายค้านในสภา เพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายความรวมถึง ประชาชนจำนวน 12 ล้านกว่าเสียง ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และประชาชนที่ใช้สิทธิ No Vote หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ไปออกเสียงในครั้งนี้ ด้วย ดังนั้นกระบวนการใด ที่ส่งผลต่อประชาชนชาวไทยทุกคน พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรค ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เพราะประชาชน พวกท่านจึงได้เข้ามาใช้อำนาจปกครองประเทศ และการใช้อำนาจในการปกครองประเทศ ก็ต้องมีเป้าหมายเพื่อประชาชนทุกคนในประเทศนี้ ไม่ใช่เพื่อตอบสนองความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค และประชาชนที่เลือก 6 พรรคนี้เท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้น ก็หมายถึงว่า พวกท่านกำลังละเลยและไม่ได้เคารพและคุ้มครองเสียงข้างน้อย (Minority Right) เลย ทำไมผมถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมานำเสนอ เหตุผลเพราะ ที่ผ่านเรามีอดีตที่แสนเจ็บปวด กับการใช้อำนาจตามหลักเสียงข้างมาก ของรัฐบาล คุณทักษิณ ชินวัตร จนนำไปสู่ความวิกฤตทางการเมือง และบาดแผลนั้นยังดำรงอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน จนยากที่รักษาแผลให้หายได้ง่ายๆ ประกอบกับการตัดสินใจเลือกตัวผู้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นคุณยงยุทธฯ ซึ่งยังมีชนักติดหลังเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งผลของการวินิจฉัยของ ก.ก.ต. อาจจะส่งผลรุนแรงถึงการทำให้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของคุณยงยุทธฯ ต้องสิ้นสุดลง รวมทั้งกรณีการยุบพรรคพลังประชาชน หากได้ข้อยุติว่า พรรคมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ท่ามกลางการวิจารณ์ของคนในสังคม จึงเป็นปรากฏการณ์หนึ่ง ที่แสดงว่า พรรคพลังประชาชน สอบตก เรื่อง Minority Right อย่างสิ้นเชิง ผมเชื่อมั่นว่า หากกระบวนการตัดสินใจของพรรคพลังประชาชน ยังคงมีหลักยึดเพียงแค่ คนไหนเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจาก นายใหญ่ และ นายหญิง ก็จะได้รับตำแหน่งไป เท่านั้น โดยไม่สนใจเสียงของประชาชน นั่นหมายถึง พรรคพลังประชาชนได้เริ่มนับถอยหลัง ของการพลัดหลงสู่กับดักแห่งอำนาจ โดยไม่ได้นำบทเรียนในอดีต มาปรับใช้ในปัจจุบัน อีกครั้งหนึ่ง การเมืองภาคประชาชน คงเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบ ด้วยความเข้มข้น อย่างแน่นอน
|