| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
............................................................. ในชีวิตผม ไปจังหวัดเลยมามากกว่า 10 ครั้ง อย่างแน่นอน เพราะภูกระดึงที่เดียว ก็ 4 ครั้ง เข้าไปแล้ว ภูเรืออีกหลายครั้ง ด่านซ้าย ท่าลี่ ฯลฯ แต่เชื่อไหมครับ ไม่เคยถึง ตัวตลาดเมืองเลย เลยครับ...สงสัยผมกลัวเลย เลยไม่กล้าขับรถจนถึงตลาดเมืองเลย... สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เหมือนกัน ผมมีโปรดแกรมไปไหว้พระที่เมือง แต่ไปไม่ถึงตลาดเมืองเลย อีกเหมียนเดิม... ผมออกจากกรุงเทพฯประมาณ 7 โมงเช้า ใช้ถนนทางหลวงเลขที่ 21 แยกจากสระบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ เพื่อไปทางหล่มเก่า เข้าด่านซ้าย ไปภูเรือ... ............................................ ไร่ข้าวโพด...ริมถนนเลี่ยงเมืองเพชรบูรณ์ ......................................................................................... ถนนเลี่ยงเมืองเพชรบูรณ์ ................................................................... ก่อนเที่ยงเจอฝนเล็กน้อย ตั้งแต่ก่อนเข้าเพชรบูรณ์ แวะกินขนมจีนร้านบุญมี ที่หล่มเก่า ก่อนมุ่งหน้า ไปทางเส้นทาง หล่มเก่า ภูเรือ ระหว่างทางมีไหล่ทางทรุด จนกินเข้ามาเกือบครึ่งนึงของเลนซ้ายมือ ขับกลางคืนมีเสียวแน่ๆ จากนั้นแยกเข้าอำเภอด่านซ้าย นมัสการพระธาตุศรีสองรัก โบราณสถาน สร้างในในปี พ.ศ.2103 แล้วเสร็จปีพ.ศ.2106 ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แห่งกรุงศรีอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรล้านช้างเพื่อเป็นสักขีพยาน และแสดงออกซึ่งมิตรภาพ ระหว่างกรุงศรีอยุธยา และกรุงศรีสัตนาคนหุต (กรุงเวียงจันทน์) .......................................................... ทางขึ้นพระธาตุ ............................................. ยอดพระธาตุ...ด้านหลัง ................................................ องค์พระธาตุศรีสองรัก .................................................... ...................................................
ที่พระธาตุ มีกฎเกณฑ์ที่น่าสนใจ ข้อหนึ่ง ในการปฏิบัติตนเพื่อนมัสการองค์พระธาตุ คือห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดง ขึ้นไปไหว้พระธาตุ เหตุผล คือ สีแดงคือสีแห่งการรบราฆ่าฟัน เสียเลือดเสียเนื้อ มีแพ้มีชนะ จึงไม่เหมาะกับองค์พระธาตุ ที่มีความหมายถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง บ้านพี่เมืองน้อง สองประเทศ ผมนึกถึง กลุ่มการเมือง + พรรคการเมืองหนึ่งของบ้านเรา ที่นิยมใส่เสื้อแดงในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วพอสรุปได้ว่า พวกเขาซ่อนนัยสำคัญใด ไว้ในการเคลื่อนไหว โชคดีที่ขณะผมนมัสการองค์พระธาตุ ฝนตกยังมาไม่ถึง มีเพียงฟ้าครึ้ม โดยเฉพาะกลุ่มเมฆฝน เต็มไปหมด จึงพอเก็บภาพมาฝากได้ ...................................... พระธาตุ...ในวันฟ้าหม่น ทางลง... ................................................. ผมออกจากอำเภอด่านซ้ายมุ่งหน้าสู่ อำเภอภูเรือ โดยมีจุดหมายต่อไปคือวัดสิริปุญญาราม วัดซึ่งพี่สาวคนโตของครอบครัว เป็นลูกศิษย์รุ่นแรก สมัยก่อตั้งวัดใหม่ๆ เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว วัดสิริปุญญาราม หากขับรถเส้นทาง ภูเรือ ไป อำเภอเมืองเลย เมื่อเลยแยกทางเข้าอำเภอท่าลี่ ซึ่งอยู่ซ้ายมือ ไปหน่อยเดียว ก็จะพบทางแยกขวามือ ป้ายบอกทางว่าไปอำเภอบางสะพุง ให้เลี้ยวขวา ไปอีก 10 กิโลเมตร จะถึงทางแยกเข้าวัด เส้นทางนี้ช่วงก่อนถึงทางแยกเข้าวัด เป็นทางขึ้นลงเข มีทางโค้งร้อยศพ ซึ่งมีอุบัติเหตุบ่อยมาก แม้ปัจจุบัน จะมีการปรับปรุงถนนใหม่ มีป้ายชัดเจน และคำเตือนตลอดทาง และ มีไหล่ทางกว้างขึ้น แต่ก็ยังพบร่องรอย การแหกโค้งเมื่อไม่นานมานี้ให้เห็น ............................. หมอกลงประมาณนี้ครับ ............................................................................ และเหมือนกับ โดนฟ้ากลั่นแกล้ง ที่บังอาจไปว่า คณะรัฐมนตรี ชุดสมัคร 1 ว่า เป็นฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไร มาพบกัน พอเลยตลาดภูเรือมาหน่อยนึง ผมก็ต้องเจอหมอกหนา ไปเป็นระยะๆ พอให้พอขับได้ แต่พอถึงเส้นทางเมื่อเลี้ยวขวาเพื่อที่ไปวัดสิริปุญญาราม...หมอกลงหนามากๆ ทัศนวิสัยไม่เกิน 20 เมตร โชคดี ที่ผมเคยขับผ่านมาแล้วหลายครั้ง และมีรถผ่านไปมาน้อยคัน ก็เลยเอาชีวิตรอด พร้อมกับได้รูปหมอกหนามาเป็นหลักฐาน ให้ผู้อ่านได้ทัศนากันได้ ........................ ทางก็โค้ง...หมอกก็จัด ................................................................... ภาพเหล่านี้...ลืมไปเลยว่าผมถ่ายภาพเอง ................................................................................ วัดสิริปุญญาราม เป็นวัดสาย ท่านหลวงตามหาบัว เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการความสงบ ในการนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม เป็นที่สุด.... ..................................... วิหารวัด ................................ .............................................................. วิหาร...มองจากด้านข้าง ........................................................ หมอก...ขากลับจากวัด เวลาประมาณ 5 โมงเย็น .......................................................... โชคดี...ที่รถวิ่งกันน้อย ....................................................................... มุมมองจากห้องพัก เวลาประมาณ 5 โมงเย็นกว่าๆ ....................................................... และคืนนั้นผมก็ได้นอนหนาว ที่รีสอร์ทในอำเภอภูเรือ สมใจ แถมเป็นแขกห้องเดียว ในรีสอร์ท แสนน่ารัก สบายไป... ............................. มุมเดียวกับภาพบน...แต่เป็นตอนเช้า...ฝนพรำ ............................................................... เจ้าตัวเล็ก...เปียกปอนออกมารับแขก ....................................... เช้าขึ้นมาหลังจากตื่นมาจับหมอก และรับสายฝนพรำที่ตกมาทั้งคืน อาหารเช้ามือนั้นจึงอร่อยที่สุด ทั้งๆที่ มันก็แค่ ไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังกระเทียม + กาแฟร้อน ................................ ผมบอกลาเจ้าของรีสอร์ท และสัญญาว่า โอกาส จะมาใหม่ พร้อมกับนำรถคู่ใจเลี้ยวซ้าย เข้าไปวัดป่าบ้านห้วยลาดซึ่งอยู่ใกล้กับที่พัก ขนาดมองเห็นตัววัด จากที่พัก.... ............................................ วัดป่าบ้านห้วยลาด ............................................. ............................................................. ....................................................... วัดป่าบ้านห้วยลาดแห่งนี้ องค์สมเด็จพระราชินี เพิ่งเสด็จพระราชดำเนินไปที่วัด เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2551 นี่เองครับ ผมเก็บภาพวัดท่ามกลางฝนพรำมาฝากครับ ............................. .............................................................. วัด...ท่ามกลางสายฝนพรำ .................................................... ................................................................................................. ขากลับคงไม่ต้องบอกว่าผมต้องขับรถท่ามกลางสายฝนพรำ สลับตกหนักมาก จนที่ปัดน้ำฝนทำงานแทบไม่ทัน มาตลอดทาง โดยเฉพาะช่วง สระบุรี รังสิต ฝนหนาเม็ดมาก ขนาด มองเห็นท้ายรถคันหน้า เกือบไม่เห็น โชคดีอีกครั้ง ที่ผมเอาตัวรอดมาได้ ทั้งๆที่มีอุบัติเหตุให้เห็นตลอดรายทาง แต่ที่ทำให้ผมประหลาดใจเป็นที่สุดคือ เมื่อผมหลุดจากถนนวงแหวนที่มุ่งหน้าไปเมืองชลบุรี ตรงทางแยกตรงถนนรามอินทรา เพื่อมุ่งหน้า ไปหลักสี่ ซึ่งเป็นถิ่นที่บ้านผมอาศัยอยู่ตรงถนนนวมินทร์ กลับ ไม่มีฝนตกสักเม็ด มาขับรถกลับเข้าบ้านท่ามกลางสายตางงๆ ของเพื่อนบ้าน เพราะรถผมเปียกปอนไปด้วย หยดน้ำฝน... หรือว่าละแวกบ้านที่ผมอยู่ มีคนเล่นของ น่าจะเป็นไปได้... ถนนนวมินทร์ ถนนเส้นเดียวกับ นายกนอมินี ของ คนโตแห่งกรุงลอนดอน นั่นเอง ขอให้ มีความสุข กับการใช้ชีวิต ทุกท่านนะครับ .............................................. ขอบคุณ esnips สำหรับบทเพลง สาวเมืองเลย พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
...................................................................... |