| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
แทบไม่น่าเชื่อว่า นับแต่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ถึงปัจจุบัน...ซึ่งเวลาล่วงเลยมาถึง 32 ปี เข้าไปแล้ว...นายสมัคร สุนทรเวช หรือนายหมอดี เมื่อ 32 ปีที่แล้ว ยังคงใช้ยุทธวิธีเดิมๆ ในการเติมเชื้อแห่งการขัดแย้งในหมู่ประชาชนให้เกิดขึ้น เพื่อนำพาสู่เหตุการณ์ วันฆ่านกพิราบ ภาค 2 ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นายหมอดี มีส่วนร่วมกับวิทยุยานเกราะ ปลุกระดมมวลชน เพื่อให้มีความเกลียดชัง นักศึกษาประชาชน ที่ชุมนุมประท้วงการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม กิตติขจร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสุดท้ายเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ประชาชนที่ฟังข้อมูลแต่เพียงด้านเดียว โดยการนำของกลุ่ม นวพล กระทิงแดง ฯลฯ ก็เข้าร่วมกับกองกำลังตำรวจ เข้าเข่นฆ่า นักศึกษาประชาชน ที่ไม่มีทางสู้ จนกลายเป็นประวัติศาสตร์ด้านมืดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ทั่วโลกรับรู้ แต่คนไทยส่วนมากไม่ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องมาจนปัจจุบัน นายสมัครฯ นายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน คงหลงลืม หรือไม่ได้เฉลียวคิด หรือยังคงคิดว่ายุคนี้ คือ พ.ศ. 2519 ที่กว่าข่าวสารทางหนังสือพิมพ์จะถึงมือประชาชนต่างจังหวัด ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ยุคที่หากปิดข่าวสารทางโทรทัศน์และวิทยุได้ ก็เท่ากับปิดหูปิดตาประชาชนได้ ยุคที่คุกคามสื่อมวลชนไม่ให้หือได้อย่างสนิท นายสมัครฯ ลืมไปว่ายุคนี้คือ พ.ศ.2551 ยุคของข้อมูลข่าวสาร ยุคที่เมื่อเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นในอีกซีกโลก ภายในไม่กี่วินาที คนอีกซีกโลก ก็ได้รับรู้ทางทางเสียง ตัวอักษร และภาพ นายสมัครหลงลืมไปว่า ยุคนี้ คลิบ ที่เกิดจากโทรศัพท์มือถือ...มีเกลื่อนเมือง และรวดเร็วอีกต่างหากในการแพร่ภาพข่าว...อีเมล์ และอินเตอร์เน็ต มีให้ใช้ และมีคนใช้เป็นจำนวนมาก...และที่สำคัญ ประชาชนเขามีสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุ เป็นกระบอกเสียงให้เขาเช่นกัน รัฐบาลนายสมัคร และลิ่วล้อ อาจใช้กลไกของรัฐในการใช้สถานีโทรทัศน์ NBT และฟรีทีวี ช่องอื่น เป็นกระบอกเสียงในการบิดเบือนข้อมูล ให้ประชาชนหลงเชื่อ แต่นายสมัครหลงลืมไปว่า ประชาชนเขาก็มีทางเลือกในการรับรู้ข่าวสาร จาก ASTV รวมถึงทีวีสาธารณะ(บางช่วงบางตอน) และสถานีวิทยุชุมชน ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นกระบวนการให้ร้ายต่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ของนายสมัคร สุนทรเวช นายเฉลิม อยู่บำรุง ตลอดจนลิ่วล้อคนอื่นๆ ในประเด็น พันธมิตรฯ กำลังคิดร้ายต่อบ้านเมือง มีการวางแผนก่อความไม่สงบ เพื่อให้ทหารทำการปฏิวัติ สะสมอาวุธ ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จ้างคนไปประท้วง ดูถูกผู้ร่วมชุมนุม ต่างๆ นานา ฯลฯ จึงเหมือนแผ่นเสียงตกร่องที่ปลุกกระแสไม่ขึ้น... แต่นายสมัครฯ หาได้รับรู้ไม่ แถมยังมั่นใจในตัวเอง ตามสันดานที่เคยใช้มาตลอด ว่ากระบวนการบ่มเพาะความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับประชาชน ถึงจุดสุกงอมแล้ว.... วะทะอันน่ากลัวจากปากของเผด็จการ ผู้อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง...จึงออกมาในช่วงสายของวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551...ในการที่จะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมอันชอบด้วยกฎหมายของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ จนก่อให้เกิดแรงต้านจากหลายภาคส่วนของสังคม และเหมือนกับเติมเชื้อไฟแห่งความขัดแย้งให้ลุกโชนขึ้นไปอีกจากผลลัพท์ของจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมที่มากขึ้นอย่างมืดฟ้ามัวดิน...จนนายสมัครต้องสั่งถอยแทบไม่ทัน ภาวะของความขัดแย้งในครั้งนี้คงไม่จบลงง่ายๆ หากนายสมัครฯ พรรคพลังประชาชน และมือที่มองไม่เห็น..ไม่ได้นั่งลง นึกทบทวนอดีต เพื่อหาสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสิ่งใด... ถามว่าหาก พรรคพลังประชาชน ไม่ตาลีตาเหลือก รีบเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาฯ เพื่อยกเลิก มาตรา 237 และ 309 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ในการที่จะทำให้ พ้นผิดเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง จนนำสู่การยุบพรรค และเพื่อมือที่มองเห็นจะได้ พ้นผิด ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเหรอ... หากรัฐบาลเอาเวลา 3 เดือนกว่าๆ ไปแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ให้เหมือนกับที่โอ้อวดไว้ตอนที่หาเสียง เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเหรอ... มาถึงตอนนี้ มันอาจจะสายไปแล้วสำหรับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ใช้เงินในการปูทางเข้าสู่อำนาจ...ในการแก้โจทย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเอง... เพราะมหาประชาชน เขาไม่ได้กินหญ้า...กินแกลบ...อีกต่อไปแล้วครับท่าน ขอบคุณ ภาพประกอบจากเพื่อน บล็อกเกอร์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|