| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||
พิมพ์หน้านี้
|
จากเหตุการณ์ ส.ส.พรรคพลังประชาชนบางคน ผนึกกำลังกับแกนนำ น.ป.ก.เคลื่อนพลพรรคคนเสื้อแดง ที่เกณฑ์มาจาก ต่างจังหวัด ประกอบกับพลพรรคคนรักทักษิณประเภทแฟนพันธุ์แท้ อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยอาวุธครบมือ (เหมือนกับที่ น.ป.ก.อุดรธานี ยกพลเข้าถล่มเวทีพันธมิตรเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม เปี๊ยบ...) เมื่อเวลาประมาณ หลังเที่ยงคืนเล็กน้อย การเคลื่อนพลครั้งนี้ช่างทำได้รวดเร็วนัก...แม้ว่าระยะทางจากสนามหลวง ถึง สะพานมัฆวาน ไม่ต่ำกว่า 2 ก.ม. และยังมีด่านตำรวจคอยสกัดอีก 3 ด่าน แต่ไฉน ตำรวจจึงมีเพียงน้อยนิด แถมไม่เอากระบองติดตัวมาอีก...การยื้อไม่ให้เหล่า น.ป.ก.เคลื่อนพลไปสะพานมัฆวาน...จึงดูเหมือนทำไปพอเป็นพิธี...(เหมือนกับเหตุการณ์ ที่จังหวัดอุดรธานี อีกนั่นแหละ..) หลังเหตุการณ์ ตะลุมบอนจบไปยกแรก...ท่ามกลางการยืนดูแบบเก้ๆกังๆ ของเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เหมือนกับการจัดฉาก เพื่อรองรับเหตุการณ์อะไรสักอย่างอย่างไรอย่างนั้น หากทหารไม่ส่งกองกำลังที่ไม่มีอาวุธจำนวน 4 กองร้อยออกมา ก็ไม่รู้ว่าจะเสียเลือดเสียเนื้อ กันอีกเท่าไร... จากนั้น 7.00 น. (2/9/51) นายกสมัครฯ ก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในเขต กรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งให้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผ.บ.ท.บ. รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน การประกาศใช้กฎหมายในสภาวะฉุกเฉิน นั่นหมายความว่า นายกรัฐมนตรี ได้ให้อำนาจของตนเอง ในการที่จะใช้มาตรการของกฎหมายในภาวะฉุกเฉิน ที่เป็นกฎหมายพิเศษ จัดการกับศัตรูในความคิดของตนเอง คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย..นั่นเอง โดยยืมมือ ทหาร ให้ออกมากวาดล้างประชาชน เพื่อที่ตนเองจะได้เสวยอำนาจอยู่บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ตนเองใฝ่ฝันมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ให้นานแสนนาน.... การประกาศสภาวะฉุกเฉิน ที่เปรียบเสมือน การปฏิวัติตนเอง ของนายสมัคร...เพราะอำนาจของนายกรัฐมนตรี ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณืฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ช่างมีล้นเหลือเสียเหลือเกิน ดังนั้นภายหลังการประกาศภาวะฉุกเฉิน นายสมัคร สุนทรเวช จึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เห็นได้จากการที่นำนายประภัสร์ จงสงวน ไปเปิดตัวสมัครผู้ว่า ก.ท.ม. เมื่อเวลาประมาณ 7.20 น.ด้วยภาวะอารมณ์ที่แจ่มใส... สอดรับภาวะการอารมณ์ดี ของนายกฯ ด้วยการที่กลุ่ม น.ป.ก. ยกขบวนกลับไปสนามหลวง อย่างรวดเร็ว หลังจากมีประกาศภาวะฉุกเฉิน เพียงไม่กี่นาที....พร้อมกับการฉลอง.. ที่ทำงานเสร็จตามคำสั่งของใครบางคน...โดยไม่สนใจว่าจะมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต... แน่นอน...ในช่วงเวลานั้น...นายสมัคร....ต้องมั่นใจว่า แผนการปฏิวัติตัวเอง ลุล่วงไปได้อย่างเรียบร้อย....เพราะเชื่อมั่นว่าการใช้กฎหมายในสภาวะฉุกเฉิน จะสามารถป้องกันไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านมาสมทบกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้....เชื่อมั่นว่าทหารต้องออกมาสลายการชุมนุม...นั่นหมายถึงการโยนเผือกร้อนให้ทหารซึ่งประกาศว่าจะยืนเคียงข้างประชาชน ต้องทำสงครามกับประชาชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....และนั่นหมายถึง นายสมัครฯจะลอยตัวเองขึ้นเหนือปัญหา รอเวลากลับมาเถลิงอำนาจต่อ เมื่อเหตุการณ์สงบ.. แต่นายสมัคร...หารู้ไม่ว่า สิ่งที่ตนเองคิดว่า ตนเองฉลาดนักฉลาดหนา เก่งนักเก่งหนา.....ดีเลิศประเสริฐศรี นั้นเป็นกระบวนการคิดที่เข้าข้างตนเอง และไม่ได้รับการสนับสนุนจากมวลมหาประชาชนแต่อย่างใด... เพราะหลังจากการประกาศสภาวะฉุกเฉิน...มีการปิดโรงเรียนหลายร้อยโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร...ประชาชนจำนวนมาก... กลับออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล และสะพานมัฆวาน...ตามคำเรียกร้องของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย....ที่ยืนยันไม่สลายการชุมนุม ประชาชนต่างจังหวัด...ต่างเร่งรีบตระเตรียมพาหนะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ....กองหนุนพันธมิตรฯ ส่งข้าวปลาอาหาร เข้าสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม...อย่างต่อเนื่อง..จนถึงขั้นโฆษก บนเวทีพันธมิตร ต้องประกาศ งดรับบริจาคอาหารชั่วคราว เพราะเกรงว่าอาหารที่ส่งมาจะเหลือ..และเสียได้ และเป็นที่น่าสังเกตว่า คณะทำงานที่มี พล.เอก.อนุพงษ์ฯ เป็นหัวหน้า ใช้เวลาประชุมกันตั้งแต่ช่วงเช้า ต่อเนื่องกันอย่างยาวนาน โดยไม่มีการออกมาให้ความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับการทำหน้าที่ของตำรวจที่ผ่านมา เมื่อมีคำสั่งจากนายกฯ จะต้องมีการออกมาแถลงข่าวรับลูกกันอย่างทันทีทันใด.... ท่ามกระแสของคลื่นประชาชนที่ไหลเข้าสู้ทำเนียบรัฐบาล และบริเวณสะพานมัฆวาน อย่างต่อเนื่อง กลุ่มองค์กร หลายๆภาคส่วนของสังคม ออกมาเคลื่อนไหว คัดค้านการประกาศภาวะฉุกเฉิน ของนายสมัครฯ อย่างต่อเนื่อง ประชาชนในต่างจังหวัด เคลือนไหวกดดันให้นายสมัคร ลาออก ....ประชาชนที่ชอบอยู่เป็นกลาง ที่อยู่ในภาวะอกสั่นขวัญแขวนในเคหะสถาน ก็เฝ้าลุ้นเหตุการณ์อย่างระทึก... จนในที่สุดในช่วงบ่าย พลเอกอนุพงษ์ ก็มาแถลง ถึงมาตรการ 4 ข้อ พอสรุปได้ว่า ทหารปิดประตูที่จะใช้กำลัง สลายการชุมนุม โดยเน้นการเจรจา และสกัดมิให้มีการปะทะกันอีก ฯลฯ คำแถลงของพลเอกอนุพงษ์ฯ ที่ส่งผลให้ การประกาศสภาวะฉุกเฉิน ของนายสมัคร ด้าน การประกาศสภาวะฉุกเฉิน ที่หวังจะให้ทหารถืออาวุธ ออกมาทำสงครามกับประชาชน ล้มเหลว ลงอย่างไม่เป็นท่า นั่นหมายถึง...อำนาจของนายกฯที่มีล้นฟ้าตามตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ใช้ไม่ได้ผล... นั่นหมายถึงสิ่งที่ นายสมัครหลงคิดว่า การปฏิวัติตนเอง ของตัวเขา เรียบร้อยโรงเรียน แก็งค์ออฟโฟร์ นั้น กลับถูกยึดอำนาจกลับอย่างรวดเร็ว นั่นหมายถึง พลเอกอนุพงษ์ฯ ได้ทำการปฏิวัติซ้อน การปฏิวัติ ของนายสมัครฯ เป็นที่เรียบร้อย...เป็นการปฏิวัติที่ไม่ต้องลากรถถังออกมา .....ท่ามกลาง ความชื่นชมของประชาชน ที่เป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และประชาชนที่ยังวางตัวเป็นกลาง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ วลี ที่กล่าวว่า สถานการณ์ สร้างวีรบุรุษ หวังว่าพลเอกอนุพงษ์ฯ จะได้รักษาสถานภาพ ของวีรบุรุษ...ไปได้ตลอดไป... ปล่อยให้นายสมัคร สุนทรเวช กลายเป็นบุคคลที่ล้มละลายทางการยอมรับจากประชาชน และหมดลมหายใจไป ด้วยข้อหามือที่เปื้อนเลือด ส่วนสถานการณ์ต่อไป ใน วันสองวันนี้ ก็ยังคุกรุ่นต่อไป เพราะคนอย่างนายสมัคร และพลพรรคระบอบทักษิณ คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ขอให้ประชาชนทุกคน มีพลัง ในการต่อสู้ ในแนวทางที่ถูกต้อง ชอบธรรม ต่อไปครับ
|