| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง" ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง | ||
ขับรถยนต์ ไปเยือนเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตอนที่ 2 |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||
พิมพ์หน้านี้
|
14.00 น. วันนี้ นายสมัคร สุนทรเวช ต้องลุ้นระทึกอีกครั้งว่า ผลการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 9 ท่าน ว่าจะออกมาในรูปแบบใด...สำหรับการพิจารณาข้อร้องเรียน กรณี นายสมัครฯ จัดรายการ ชิมไปบ่นไป และยกโขยงหกโมงเช้า ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2550 มาตรา 267 ซึ่งอยู่ในหมวด 12 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่ 2 การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีรายละเอียดพอสรุปว่า ห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งใดใน ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด.... ประกอบกับ มาตรา 182 (7) ซึ่งกำหนดว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ (7) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 267 โยงไปถึง คณะรัฐมนตรีทั้งคณะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 ที่ระบุว่า รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 182 ผมสรุปอีกครั้งว่า ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาและตัดสินในวันนี้ คือ การที่นายสมัครจัดรายการทั้งสองรายการดังกล่าวข้างต้น ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว การจัดรายการดังกล่าวของนายสมัครถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งใดใน ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด.... หรือไม่... หากเข้าองค์ประกอบดังกล่าว...การกระทำของนายสมัคร ก็ขัดกับที่รัฐธรรมนูญ สั่งห้ามไว้ ส่งผลให้นายสมัคร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทันที และการพ้นตำแหน่งของนายสมัครฯซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งไปด้วย...นั่นแล แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหลังจาก นายสมัครฯพ้นจากตำแหน่ง!!! 1.พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ซึ่งยังจับมือกันแน่น เสนอชื่อนายสมัครฯ เข้าสภาผู้แทนราษฎร ให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โหวตกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไป เพราะนายสมัครฯ ยังเป็น ส.ส.อยู่ จึงมีคุณสมบัติตามกฎหมายที่จะเป็นนายกฯได้ และการจัดรายการทั้ง 2 รายการ ก็ได้ยุติการจัดไปแล้ว ซึ่งหากพรรคพลังประชาชนเลือกแนวทางนี้ ก็เป็นการตบหน้าประชาชนอีกฉาดใหญ่...และเป็นการราดน้ำมันเข้าใส่การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนป เพื่อประชาธิปไตย ให้โหมกระหน่ำจนอาจไม่สามารถควบคุมได้.. 2.พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคเดิม ส่งคนอื่นที่ไม่ใช่นายสมัครฯ เข้าสภาฯเพื่อลงมติให้เป็นนายกฯ อาจเป็น นายแพทย์สุรพงษ์ หรือ นายสมชาย (น้องเขยแม้ว) หรือ นายบรรหาร หรือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์... หากออกแนวทางนี้ ก็ต้องมีการประลองกำลังกันในพรรคพลังประชาชนก่อน ระหว่างแก็งค์ออฟโฟร์ และสายตรงหน้าเหลี่ยม ที่มีน้องสาวสองคน เป็นแม่ทัพ...แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อนายบรรหาร น่าจะถูกตัดออกไปก่อน เพราะอย่างไรก็ตาม ...เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ... แต่หากนายเหลี่ยม เลือก นายแพทย์สุรพงษ์ หรือ นายสมชาย (น้องเขย) ภาพที่ออกมาก็จะมีความใกล้ชิดกับทักษิณ ชิณวัตร มากเกินไป จนไม่สามารถลดกระแสการต่อต้านจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้...ดังนั้นให้จับตา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อาจส้มหล่นใส่เท้า...เป็นนายกฯขัดตาทัพ จนกว่ามีความพร้อมเพื่อ ยุบสภา ในอนาคต 3.พรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค แยกวงออกมา สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่.... ช่องทางนี้เกิดยากที่สุด เพราะผลประโยชน์ที่พรรคร่วมเหล่านี้ กำลังจะได้รับในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีมากมายนัก ไม่สามารถทำเพื่อชาติได้...อีกอย่างหากนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯในช่วงนี้ ก็เหมือนทุกขลาภ เพราะ พรรคพลังประชาชน จะระดมเหล่า น.ป.ก.ทั่วไทย เข้ามาขับไล่รัฐบาล โดยอ้างว่า พันธมิตรฯทำได้ ไฉน น.ป.ก.จะทำไม่ได้ 4.ทางสุดท้าย ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ดึงทุกพรรคเป็นรัฐบาล...ซึ่งก็ไม่น่าเป็นไปได้เหมือนกัน...เพราะเงื่อนไขความเห็นแก่ตัวของแต่ละพรรค ยังคงมีเหนือ ผลประโยชน์ของชาติมากมายนัก ผม ฟันธงครับ ในฐานะที่จบกฎหมายและติดตามการเมืองมาพอควร ว่า สมัครฯ เก้าอี้หลุด แน่นอนครับ...จากนั้นจับตาฝุ่นตลบทางการเมือง...ซึ่งสุดท้ายก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้แต่อย่างใด...เพียงแต่ขยับหมากการเมืองบางตัว เพื่อไม่ให้เกิดภาวะ เข้าตาอับ ทางการเมือง เท่านั้น ครับ |