• สงราษฎร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anupeud@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 22613
  • จำนวนผู้โหวต : 68
  • ส่ง msg :
หลวงพระบาง : บางกอก - วังเวียง

ขับรถยนต์…ไปเยือนเมืองมรดกโลก “ หลวงพระบาง “ ตอนที่ 2

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



วันพุธ ที่ 10 กันยายน 2551
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เน้นเรื่อง Conflict of Interest
Posted by สงราษฎร์ , ผู้อ่าน : 141 , 11:35:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


                                                          

                                                            

        ก่อนอื่นขอออกตัวว่า ข้อเขียนของผมในวันนี้ ไม่ได้มีเจตนา ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ คำตัดสินใจของศาล  แต่มีเจตนามุ่งหวังเพื่อนำรายละเอียดของคำพิพากษา มาเน้นย้ำต่อผู้คนในสังคมอีกครั้ง ก่อนที่มันจะเลือนหายไปจากความทรงจำ เหมือนกับหลายคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินมาแล้วในอดีต....

.........................................................................................................................................................................

       เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 267 ซึ่งอยู่ในส่วนของ” การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์” ต้องการมิให้ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อส่วนรวม ดำรงสถานภาพ ที่เป็นกลางจริงๆ เพื่อทำประโยชน์ให้ส่วนรวม ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ เข้ามาทำให้การตัดสินใจเพื่อส่วนรวมแปรเปลี่ยนไป...

     ผมขอยกบางส่วนของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มาเน้นย้ำกันอีกครั้งดังนี้..

              “ ปัญหาประการแรกที่ต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้องเป็นลูกจ้างของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด หรือไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ซึ่งบัญญัติห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี เป็นลูกจ้างของบุคคลใดเจตนารมณ์ก็เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี เป็นไปโดยชอบป้องกันมิให้เกิดการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดสถานะการขาดจริยธรรม ซึ่งยากในการตัดสินใจ ทำให้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์สาธารณะ ........”

             “การทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวบรรลุผล จึงไม่ใช่แปลความคำว่า “ลูกจ้าง” ในรัฐธรรมนูญมาตรา 267 เพียงหมายถึง “ลูกจ้าง” ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือตามกฎหมายภาษีอากร เท่านั้น เพราะกฎหมายแต่ละฉบับย่อมมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างกันไป ตามเหตุผลและการบัญญัติกฎหมายนั้นๆ ทั้งกฎหมายดังกล่าวก็ยังมีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และรัฐธรรมนูญยังมีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์แตกต่างจากกฎหมายอื่นอีกด้วย....”

         “หากมีการตกลงเป็นผู้รับจ้างทำการงานแล้ว ย่อมอยู่ในความหมายของคำว่า ลูกจ้าง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 ทั้งสิ้น มิเช่นนั้น ผู้เป็นลูกจ้าง หรือผู้ที่รับจ้าง รับค่าจ้างเป็นรายเดือนในลักษณะสัญญาจ้างแรงงาน เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ก็สามารถทำงานต่อไปได้ โดยเปลี่ยนค่าตอบแทนจากค่าจ้างรายเดือน มาเป็นสินจ้างตามการงานที่ทำ....”

         “ข้อเท็จจริงได้จากการไต่สวนผู้ถูกร้อง หลังจากผู้ถูกร้องเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ผู้ถูกร้องยังเป็นพิธีกรในรายการ ชิมไปบ่นไป และยกโขยง 6 โมงเช้า ให้กับบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เมื่อพิเคราะห์ถึงลักษณะกิจการงานที่ บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ได้กระทำร่วมกับผู้ถูกร้องมาโดยตลอดเวลาหลายปี โดยบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ทำเพื่อมุ่งค้าหากำไร ไม่ใช่เพื่อการกุศลสาธารณะ และผู้ถูกร้องได้รับค่าตอบแทน อย่างสมฐานะและภารกิจ

         ดังนั้น เมื่อได้กระทำระหว่างที่ผู้ถูกร้อง ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นการกระทำและนิติสัมพันธ์ ที่อยู่ในขอบข่ายที่มาตรา 267 ประสงค์จะป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับภาคธุรกิจเอกชน...”

        ท่านผู้อ่านครับ หากเราพิจารณา รายละเอียดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผมยกมาบางส่วนข้างต้นแล้ว  เราจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ศาลเข้าถึง และเข้าใจ ของเจตนารมณ์ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นอย่างดี  ไม่ต้องการให้เกิด ผลประโยชน์ทับซ้อน Conflict of Interest ที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในสังคมไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะในรัฐบาลที่มาจากระบอบทักษิณ  ดูจะไม่เข้าใจในเรื่องแบบนี้เอาเสียเลย...บางรายพอจบคำวินิจฉัยของศาล ก็ออกความเห็นในทางตรงกันข้ามทันที ทั้งๆที่ยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดให้ถ่องแท้เสียก่อน...จนถึงขั้นมีการกล่าวหาว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ มีความหยุมหยิม มากเกินไป...

    เมื่อไรหนอ คนเหล่านั้น จะมีดวงตาเห็นธรรม...สะกดคำว่า คุณธรรม และ จริยธรรม ได้หนอ...

    หวังว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ทำให้คนที่กำลังเอาประโยชน์ส่วนตน มายุ่งเกี่ยวกับ ประโยชน์สาธารณะ ได้หยุดคิด และล้มเลิกความตั้งใจ ไม่มากก็น้อย.....

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 15.09 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณที่ได้ไปให้ข้คิดที่บ้านนู้นนะคะ ทำให้มีแง่คิดเพิ่มมากขึ้นที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 16/09/2008 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณมากค่ะ เขียนเรื่องที่กำลังสงสัยอยู่พอดีเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 13.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

สักครู่ฟังความคิดเห็นของอาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ อาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกของศูนย์พัฒนาธรรมาภิบาล กล่าวไว้น่าฟังว่า "นี่เป็นพัฒนาการของตุลาการที่เรียกว่าการปกครองแบบธรรมาภิบาล ไม่ใช่ตัดสินบนข้อกฎหมายที่มีแต่เก่าก่อน หรือที่เขียนไว้หลายสิบมาแล้วเท่านั้น หากแต่มีความทันสมัย ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับยุคสมัย และไม่ผิดหรือเข้าข้างฝ่ายใด ถือเป็นพัฒนาการที่น่าเลื่อมใส สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคมอย่างแท้จริง"

อีฉันก็เห็นด้วยค่ะ...ถ้ามองแต่ข้อกฏหมายแพ่งพาณิชย์เพียงอย่างเดียวก็เจ๋งกัน...

ท่านให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นธรรมาภิบาลของผู้นำในการกลับรับตำแหน่งอีกว่า
"หากตามกฎหมายนายสมัครกลับมาได้แต่หากตามธรรมาภิบาลผู้นำแล้วไม่ควรกลับมาให้หายหน้าชาวบ้าน...." และอื่น ๆ อีกยืดยาว

ถ้านายสมัครอยู่บ้านฟังข่าวก็น่าจะคิดได้ถ้าความคิดเป็นแบบคนทั่วไปน่ะ...แต่ก็นั่นแหละไม่รู้ว่าจะคิดได้กับเขาหรือเปล่า...แต่กระแสตอนนี้ก็ดูท่าจะไม่มีใครเอานะคะ
เพราะ 25 กันยายนนี้ศาลอุทธรณ์กำลังจะตัดสินคดีหมิ่นประมาทนายสามารถ อดีตรองผู้ว่าฯ ดูท่าจะรอดยากเหมือนกัน...

แต่ดูแกก็จะร้องต่ออัยการสูงสุดต่อนะคะ...เรื่องคงเดินอีกสักพักแหละ...

ยังไง...ฟันธงว่า...ไม่น่ากลับมาเป็นนายกแล้วล่ะ...

ประเทศไทยจ๋า...สบายใจได้...แต่ก็เตรียมใจกับนายกคนใหม่แล้วกัน...เพราะสงครามครั้งสุดท้ายนี้...ยังไม่จบม้วนนะจ๊ะ

ไปทำงานต่อแล้นนะคะ...
ความคิดเห็นที่ 4
Augustman วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 12.09 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

พวกลิ่วล้อ ลูกหาบ ยังดื้อรั้นดันทุรัง ยุยงให้นายยกหอกบิ่นคิดโกงกินเมือง เพื่อตนเองได้รับส่วนแบ่งต่อไป
ถ้านายสมัครยอมรับ เท่ากับไม่รู้เท่าทันพวกนี้แน่นอน ครับ

ความคิดเห็นที่ 3
สงราษฎร์ วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

Pukpik..กระแสสังคมกดดันสมัคร...แต่ลืมไปว่า คนที่เป็นคนตัดสินใจ อยู่ที่ลอนดอนโน่น...
ความคิดเห็นที่ 2
pukpik วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

ศาลลึกซึ้งมากในคำตัดสิน

จริยธรรมที่ผู้นำควรมียังต้องให้ศาลตัดสินให้

ผู้นำในประเทศมหาอำนาจไม่เห็นต้องบอกเรื่องแบบนี้
เค้ายังมีจิตใต้สำนึก

สมัคร ไร้จิตใต้สำนึก

go to hell
ความคิดเห็นที่ 1
สงราษฎร์ วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

อย่าคิดเพียงแต่ว่า เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องไปทำรายการทำอาหาร แล้วทำไมศาลต้องให้พ้นตำแหน่งนะครับ....ต้องเข้าใจเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยครับ....ผลประโยชน์มากน้อย ไม่ใช่ประเด็น แต่อยู่ที่ต้องไม่ทับซ้อนครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน