• LikethisLikethat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mutopia9@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 1391
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
Like this Like that
วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม 2551
วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า ภาค1
Posted by LikethisLikethat , ผู้อ่าน : 92 , 16:41:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


              วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า ต้องย้ายก้นจากบ้านมาอยู่อีกที่หนึ่ง เพิ่งเปิดหนังสืออ่านบทนำของนักเขียนชื่อดังท่านหนึ่งไม่ทันไร ฉันก็ต้องรีบลุกขึ้นยืนเคารพเพลงชาติที่ดังมาจากเครื่องขยายเสียงข้างตัวอาคาร เสียงเพลงจบลง ฉันโค้งคำนับแล้วนั่งลง หญิงสวมชุดขาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเดินเข้ามาทักด้วยความสดชื่น

              : มาเช้าจังเลย วันนี้อากาศดีจังเนาะ มาตามนัดเหรอคะ เธอทักด้วยความเป็นกันเอง ฉันตอบกลับเธอไปสั้น ๆ

              : ค่ะ แล้วก็ยิ้มหวานกลับไปให้เธอ

              วันนี้รู้สึกว่าโชคดีที่เริ่มต้นวันด้วยความสดชื่น ในที่สุดนางฟ้าก็มีจริง เนื่องจากหลายครั้งที่ฉันมาที่แห่งนี้ทีไรก็จะต้องหงุดหงิดเกือบทุกครั้งไป เมื่อเจอหญิงและชายในชุดขาว ท่าทางเคร่งเครียด กุลีกุจอกับงาน ไม่ยินดียินร้านกับใครทั้งนั้น รวมถึงการพูดจาด้วยอากัปกิริยาที่ไม่เต็มใจนัก บางคนผูกโบว์ติดตรงหน้าผากเกือบครึ่งวันเข้าแล้ว เหลืออีกครึ่งวันก็กลับมาผูกต่ออีก

               แม้วันนี้ฉันต้องออกจากงานประจำโดยปริยาย แต่สิ่งที่มาทดแทนนั้นได้สอนอะไรฉันมากต่อมาก นับว่าไม่เปล่าประโยชน์

             เข้าปีที่สี่แล้วที่ฉันต้องเทียวไปเทียวมา ณ สถานที่แห่งนี้ จากที่เคยเป็นคู่อริกันไม่นึกไม่ฝันว่าวันนี้จะมาเป็นเพื่อนซื้กันได้ ภาระของคนที่นี่ถือว่าหนักพอควร คนมากมายหวังใจที่จะหายจากการเจ็บป่วย ฝากภาระให้กับหมอและพยาบาล ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนเทวดาและนางฟ้า

             เสียงผู้คนเริ่มจอแจ เด็กน้อยตาแป๋วร้องกระจองอแงกันระงม รถเข็นและแปลนอนเรียงคิวกันแถวยาว เจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มภาระกิจสำคัญของตัวเอง ฉันลุกขึ้นไปชั่งน้ำหนัก เห็นทีคราวนี้ต้องยิ้มให้ปากฉีกกันไปข้างหนึ่ง เพราะน้ำหนักคงทีเท่ากับครั้งก่อน ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่าสุขภาพเริ่มดีขึ้น เนื่องด้วยหลายปีก่อนที่ผ่านมาน้ำหนักมันมันขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอกเวลา เรียกว่าสามวันดีสี่วันไข้กันเลยทีเดียว ถ้าเป็นนักมวยก็คงต้องแขวนนวมตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นชก

           ขณะที่รอขานชื่อเพื่อรับการตรวจอยู่นั้น มีเสียแหลม ๆ เล็ก  ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

          : "ตา เป็นอะหยั่งมาน่ะ ? "

          :  อ๋อ ปวดเข่า ปวดแต้ ปวดว่า"

          : เอ้อ เป็นอย่างเดี๊ยวกั๋นเลย นี่ก็ปวดเข้าเหมือนกัน ปวดแต้ จะย่างไปไหนไกล ๆ ก็บ่ได้เนาะ แล้วตามาคนเดียวก๋า?

          : ลูกบ่าวมาส่ง มันรอยู่ตางนอกฮั้น มันบ่ชอบคนนัก มันว่ามันหายใจบะคอยออก แล้วยายโล๊ะ มาตวยไผ๋?"

          : "มาคนเดียว ขึ้นรถสี่ล้อมา ละอ่อนมันบะว่างไปยะก๋านกั๋นหม๊ด"

          : "เออนะ นั้นน้อ เหมือนกั๋น วันธรรมดาบ่มีไผ่ เฮาต้องมาคนเดียว ละอ่อนเปิ้นก็ไปยะการ"         

          : อึม อึม..."

ฉันนั่งฟังสองตายายคุยกันไปก็อดยิ้มไม่ได้ในความซื่อใสของคนเฒ่าคนแก่ ซึ่งแท้จริงได้ซุกซ่อนความโดดเดี่ยวเอาไว้ เมื่อหันไปโดยรอบก็เห็นจะมีร่นราวคราวเดียวกับฉันไม่กี่คน นอกนั้น หนีไม่พ้นรุ่นยายกับตา   ถึงคราวต้องละจากเก้าอี้สีเหลืองไปยังเก้าอี้สีฟ้าเมื่อพยาบาลขานชื่อ ฉันยื่นแขนให้เธออย่างรู้หน้าที

          : "ความดันต่ำไปนิดนะ ชีพจรเต้นดีขึ้น น้ำหนักล่ะค่ะ"

          : เท่าเดิมค่ะ

          : ดีขึ้นนี่ หงุดหงิดอยู่ไหม?"

          : บางครั้งค่ะ

          : ใจสั่นล่ะ

          : ก็ ยังสั่น ๆ อยู่ค่ะ

          : โอเค เรียบร้อยค่ะ นั่งรอคิวเลยค่ะ"

ฉันละจากเก้าอี้สีฟ้ามายังเก้าอี้สีเหลือกที่อยู่ด้านข้างต่อ พร้อมถือสูจิบัตรไว้แน่นเหมือนเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มีติดตัวอยั่งงั้นแหละ ผู้ป่วยคนอื่นค่อย ๆ เขยื้อนตัวตามเสียงขานชื่อ

            ในการเข้ารับการตรวจเหมือนการเล่นเกแข่งเก้าอี้ดนตรี ซึ่งในห้องมีหมออยู่หลายคน แต่ละคนจะประจำอยู่ช่องละคน หากหมอคนไหนว่างก็เข้าไปนั่งได้ทันที ฉันต้องคอยพยายพามมองหาหมอคนเดิมทุกครั้งเนื่องจากจะทราบอาการของเราอย่างต่อเนื่อง ฉันเดินผ่านหมอสวมแว่นหนาเตอะหลายคนทั้งหญิงและชาย ด้วยฝีเท้าที่เร่ง ฉันตรงไปยังหมอคนเดิมโดยเร็วและโชคก็เข้าข้าง คนก่อนหน้ากำลังจะลุกพอดี ฉันรีบยกมือไหว้คุณหมอด้วยความเคารพ คุณหมอรับไหว้พร้อมยิ้มให้ ในที่สุดฉันก็ชนะ เกมโอเวอร์...

           : เป็นไงบ้าง ไหนดูหน่อย" ฉันยื่นสูจิบัตรให้คุณหมอแล้วนั่งลง คุณหมอกวาดสายตาอ่านข้อมูลหน้าเดิมและหน้าใหม่

           : อึม อาการดีขึ้นนี่ เวียนหัวบ้างไหม"

           : "เป็นบางครั้งค่ะ"   

           : ความดันต่ำนะ แต่อย่างอื่นก็ไม่มีอะไร ไหนลองยืดแขนออกมาแล้วหลับตา เวลาผ่านไปชั่วขณะ...

           : "ลืมตาได้" ฉันลืมตาตามคำสั่ง เห็นคุณหมอเขียนศัพท์ทางการแพทย์ เห็นจะเป็นยาที่สั่งเหมือนเดิม

           : เรียบร้อย อีก 4 เดือนค่อยเจอกัน หมอจะลดยาลงให้ครึ่งเม็ดกินวันละเม็ดครึ่งก็พอนะแล้ครั้งหน้าอย่าลทมมาเจาะเลือดก่อนล่ะ

           : ค่ะ" ฉันรับใบสูจิตรมาพร้อมยกมือไหว้ลา

ฉันตรงไปที่โต๊ะด้านหลังอย่างอัตโนมัติ หน้าโต๊ะติดป้ายไว้ว่า "นัดครั้งต่อไป" จากนั้นไปช่องจ่ายเงินและรอรับยา

           : กำลังใจเริ่มดีขึ้นเพราะเป็นครั้งแรกที่เว้นระยะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก  1 เดือน การป่วยของฉันนั้นนับว่าหมดยาไปหลายร้อยหรือเป็นพันเม็ดเลยก็ว่าได้

            ทุกท่านก็อ่านมาจวนจบบทแล้ว ก็คงเกิดอาการสงสัยขึ้นมาตะหงิด ๆ ว่าโรคที่ฉันเป็นอยู่นี่มันโรคอะไรกันเนี่ยวะ?!!

           โรคที่เล่ามาในข้างต้นก็คือโคร ไทรอยด์เป็นพิษ (Toxic Tyeroid) หรือคอพอกนั่นเอง โรคนี้เกิดจากฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือมากเกินกว่าคนธรรมดาไปหลายเท่า และมีอีกข้อสันนิษฐานว่ากันว่าบางคนก็อาจจะเกิดจากในขณะที่คุณแม่กำลังตั้งท้องได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ เรียกว่า Hypo Tyroid แต่กรณีของฉันสาเหตุน่ามาจะข้อแรก รวมถึงความเครียดสะสมจากงาน

           พูดถึงความเครียดแล้วนับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ขึ้นมาอีกสารพัด และแน่นอนว่าฉันก็เป็นผู้ป่วยที่นอกจากจะมีโรคประจำตัวแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อนขึ้นมาอีกร้อยแปดทั้ง ภูมิแพ้ ไซนัส หวัดเรื้อรัง ต่อมทอมซิลอักเสบ กรวยไตอักเสบ ฯลฯ ที่ผลัดกันมาเยี่ยมเยือน โดยที่เราไม่ได้เต็มใจซะเลย

        แต่ด้วยระยะหลังที่เริ่มหันมาใส่ใจและเห็นความสำคัญของสุขภาพของตั    ฉันจึงศึกษาค้นคว้าหาตำราที่เกี่ยวกับสุขภาพมาอ่าน ทั้งเรื่องการรักษาร่างกายให้พร้อมเสมอ เรื่องเกี่ยวกับอาหารการกินต่าง ๆ อะไรที่ทานแล้วเป็นพิษ อะไรที่ทานแล้วเป็นประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท นมถั่วเหลือง รับประทานผักและผลไม้ให้มาก ๆ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ซึ่งถ้าเป็นน้ำเปล่าอุณหภูม้ปกติที่ไม่ใช่น้ำแช่เย็น หรือน้ำหวานที่ใส่น้ำแข็ง รวมไปถึงการออก กำลังกาย ซึ่งฉันก็หันมาปั่นรถจักรยานได้สองเดือนเศษแล้ว (ไปกลับบ้าน ทีทำงานร่วม ยี่สิบกว่ากิโล)ช่วยเรื่องสุขภาพ และโลกร้อน รวมไปถึงราคาน้ำมันที่มันขึ้นเอ้า ขึ้นเอา หลายคนอาจบ่นว่าคนเดียวจะช่วยอะไรได้ แต่จังหวัดของฉันมีชมรมจักรยาน (รถถีบเฒ่า/รถจักรยานโบราณ)และคนหัวนสมัยใหม่ที่ไม่จำกัดอายุ ก็ลุกขึ้นมาก่อการปฏิวัติกันแล้ว อย่าเถียงว่าแล้วแค่นี้จะช่วยได้รึเปล่า ฉันไม่ต้องการคำตอบ แต่ที่ฉันทำก็ขอให้รู้ว่าตัวเองนั้นได้ทำ แม้คนอื่นจะไม่ทำ ก็ไม่เป็นไร และการปฏิบัติตัวเช่นนี้ทำให้ร่างกายปรับความสมดุลได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการทำจิตใจให้สบายจึงทำให้เรามีสุขภาพกายและใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง จึงอยากจะชักชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านหันมารักและใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้มาก ๆ

:ความไม่มีโรงเป็นลาภอันประเสริฐ: อย่าให้เหมือนกับฉัน ที่เขาว่ากันว่า "ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา" คำนี้มันช่างเหมาะกับตัวฉันซะจริ้ง ....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
สิงหา_สัตยนนท์ วันที่ : 20/08/2008 เวลา : 09.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pinitsatayanon
จุ๊ย์ๆ ข้าพเจ้ากำลังอ่านบทกวี

ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/08/2008 เวลา : 19.43 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบบทสรุปครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน