พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า ต้องย้ายก้นจากบ้านมาอยู่อีกที่หนึ่ง เพิ่งเปิดหนังสืออ่านบทนำของนักเขียนชื่อดังท่านหนึ่งไม่ทันไร ฉันก็ต้องรีบลุกขึ้นยืนเคารพเพลงชาติที่ดังมาจากเครื่องขยายเสียงข้างตัวอาคาร เสียงเพลงจบลง ฉันโค้งคำนับแล้วนั่งลง หญิงสวมชุดขาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเดินเข้ามาทักด้วยความสดชื่น : มาเช้าจังเลย วันนี้อากาศดีจังเนาะ มาตามนัดเหรอคะ เธอทักด้วยความเป็นกันเอง ฉันตอบกลับเธอไปสั้น ๆ : ค่ะ แล้วก็ยิ้มหวานกลับไปให้เธอ วันนี้รู้สึกว่าโชคดีที่เริ่มต้นวันด้วยความสดชื่น ในที่สุดนางฟ้าก็มีจริง เนื่องจากหลายครั้งที่ฉันมาที่แห่งนี้ทีไรก็จะต้องหงุดหงิดเกือบทุกครั้งไป เมื่อเจอหญิงและชายในชุดขาว ท่าทางเคร่งเครียด กุลีกุจอกับงาน ไม่ยินดียินร้านกับใครทั้งนั้น รวมถึงการพูดจาด้วยอากัปกิริยาที่ไม่เต็มใจนัก บางคนผูกโบว์ติดตรงหน้าผากเกือบครึ่งวันเข้าแล้ว เหลืออีกครึ่งวันก็กลับมาผูกต่ออีก แม้วันนี้ฉันต้องออกจากงานประจำโดยปริยาย แต่สิ่งที่มาทดแทนนั้นได้สอนอะไรฉันมากต่อมาก นับว่าไม่เปล่าประโยชน์ เข้าปีที่สี่แล้วที่ฉันต้องเทียวไปเทียวมา ณ สถานที่แห่งนี้ จากที่เคยเป็นคู่อริกันไม่นึกไม่ฝันว่าวันนี้จะมาเป็นเพื่อนซื้กันได้ ภาระของคนที่นี่ถือว่าหนักพอควร คนมากมายหวังใจที่จะหายจากการเจ็บป่วย ฝากภาระให้กับหมอและพยาบาล ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนเทวดาและนางฟ้า เสียงผู้คนเริ่มจอแจ เด็กน้อยตาแป๋วร้องกระจองอแงกันระงม รถเข็นและแปลนอนเรียงคิวกันแถวยาว เจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มภาระกิจสำคัญของตัวเอง ฉันลุกขึ้นไปชั่งน้ำหนัก เห็นทีคราวนี้ต้องยิ้มให้ปากฉีกกันไปข้างหนึ่ง เพราะน้ำหนักคงทีเท่ากับครั้งก่อน ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่าสุขภาพเริ่มดีขึ้น เนื่องด้วยหลายปีก่อนที่ผ่านมาน้ำหนักมันมันขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอกเวลา เรียกว่าสามวันดีสี่วันไข้กันเลยทีเดียว ถ้าเป็นนักมวยก็คงต้องแขวนนวมตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นชก ขณะที่รอขานชื่อเพื่อรับการตรวจอยู่นั้น มีเสียแหลม ๆ เล็ก ดังขึ้นมาจากด้านหลัง : "ตา เป็นอะหยั่งมาน่ะ ? " : อ๋อ ปวดเข่า ปวดแต้ ปวดว่า" : เอ้อ เป็นอย่างเดี๊ยวกั๋นเลย นี่ก็ปวดเข้าเหมือนกัน ปวดแต้ จะย่างไปไหนไกล ๆ ก็บ่ได้เนาะ แล้วตามาคนเดียวก๋า? : ลูกบ่าวมาส่ง มันรอยู่ตางนอกฮั้น มันบ่ชอบคนนัก มันว่ามันหายใจบะคอยออก แล้วยายโล๊ะ มาตวยไผ๋?" : "มาคนเดียว ขึ้นรถสี่ล้อมา ละอ่อนมันบะว่างไปยะก๋านกั๋นหม๊ด" : "เออนะ นั้นน้อ เหมือนกั๋น วันธรรมดาบ่มีไผ่ เฮาต้องมาคนเดียว ละอ่อนเปิ้นก็ไปยะการ" : อึม อึม..." ฉันนั่งฟังสองตายายคุยกันไปก็อดยิ้มไม่ได้ในความซื่อใสของคนเฒ่าคนแก่ ซึ่งแท้จริงได้ซุกซ่อนความโดดเดี่ยวเอาไว้ เมื่อหันไปโดยรอบก็เห็นจะมีร่นราวคราวเดียวกับฉันไม่กี่คน นอกนั้น หนีไม่พ้นรุ่นยายกับตา ถึงคราวต้องละจากเก้าอี้สีเหลืองไปยังเก้าอี้สีฟ้าเมื่อพยาบาลขานชื่อ ฉันยื่นแขนให้เธออย่างรู้หน้าที : "ความดันต่ำไปนิดนะ ชีพจรเต้นดีขึ้น น้ำหนักล่ะค่ะ" : เท่าเดิมค่ะ : ดีขึ้นนี่ หงุดหงิดอยู่ไหม?" : บางครั้งค่ะ : ใจสั่นล่ะ : ก็ ยังสั่น ๆ อยู่ค่ะ : โอเค เรียบร้อยค่ะ นั่งรอคิวเลยค่ะ" ฉันละจากเก้าอี้สีฟ้ามายังเก้าอี้สีเหลือกที่อยู่ด้านข้างต่อ พร้อมถือสูจิบัตรไว้แน่นเหมือนเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มีติดตัวอยั่งงั้นแหละ ผู้ป่วยคนอื่นค่อย ๆ เขยื้อนตัวตามเสียงขานชื่อ ในการเข้ารับการตรวจเหมือนการเล่นเกแข่งเก้าอี้ดนตรี ซึ่งในห้องมีหมออยู่หลายคน แต่ละคนจะประจำอยู่ช่องละคน หากหมอคนไหนว่างก็เข้าไปนั่งได้ทันที ฉันต้องคอยพยายพามมองหาหมอคนเดิมทุกครั้งเนื่องจากจะทราบอาการของเราอย่างต่อเนื่อง ฉันเดินผ่านหมอสวมแว่นหนาเตอะหลายคนทั้งหญิงและชาย ด้วยฝีเท้าที่เร่ง ฉันตรงไปยังหมอคนเดิมโดยเร็วและโชคก็เข้าข้าง คนก่อนหน้ากำลังจะลุกพอดี ฉันรีบยกมือไหว้คุณหมอด้วยความเคารพ คุณหมอรับไหว้พร้อมยิ้มให้ ในที่สุดฉันก็ชนะ เกมโอเวอร์... : เป็นไงบ้าง ไหนดูหน่อย" ฉันยื่นสูจิบัตรให้คุณหมอแล้วนั่งลง คุณหมอกวาดสายตาอ่านข้อมูลหน้าเดิมและหน้าใหม่ : อึม อาการดีขึ้นนี่ เวียนหัวบ้างไหม" : "เป็นบางครั้งค่ะ" : ความดันต่ำนะ แต่อย่างอื่นก็ไม่มีอะไร ไหนลองยืดแขนออกมาแล้วหลับตา เวลาผ่านไปชั่วขณะ... : "ลืมตาได้" ฉันลืมตาตามคำสั่ง เห็นคุณหมอเขียนศัพท์ทางการแพทย์ เห็นจะเป็นยาที่สั่งเหมือนเดิม : เรียบร้อย อีก 4 เดือนค่อยเจอกัน หมอจะลดยาลงให้ครึ่งเม็ดกินวันละเม็ดครึ่งก็พอนะแล้ครั้งหน้าอย่าลทมมาเจาะเลือดก่อนล่ะ : ค่ะ" ฉันรับใบสูจิตรมาพร้อมยกมือไหว้ลา ฉันตรงไปที่โต๊ะด้านหลังอย่างอัตโนมัติ หน้าโต๊ะติดป้ายไว้ว่า "นัดครั้งต่อไป" จากนั้นไปช่องจ่ายเงินและรอรับยา : กำลังใจเริ่มดีขึ้นเพราะเป็นครั้งแรกที่เว้นระยะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 1 เดือน การป่วยของฉันนั้นนับว่าหมดยาไปหลายร้อยหรือเป็นพันเม็ดเลยก็ว่าได้ ทุกท่านก็อ่านมาจวนจบบทแล้ว ก็คงเกิดอาการสงสัยขึ้นมาตะหงิด ๆ ว่าโรคที่ฉันเป็นอยู่นี่มันโรคอะไรกันเนี่ยวะ?!! โรคที่เล่ามาในข้างต้นก็คือโคร ไทรอยด์เป็นพิษ (Toxic Tyeroid) หรือคอพอกนั่นเอง โรคนี้เกิดจากฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือมากเกินกว่าคนธรรมดาไปหลายเท่า และมีอีกข้อสันนิษฐานว่ากันว่าบางคนก็อาจจะเกิดจากในขณะที่คุณแม่กำลังตั้งท้องได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ เรียกว่า Hypo Tyroid แต่กรณีของฉันสาเหตุน่ามาจะข้อแรก รวมถึงความเครียดสะสมจากงาน พูดถึงความเครียดแล้วนับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ขึ้นมาอีกสารพัด และแน่นอนว่าฉันก็เป็นผู้ป่วยที่นอกจากจะมีโรคประจำตัวแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อนขึ้นมาอีกร้อยแปดทั้ง ภูมิแพ้ ไซนัส หวัดเรื้อรัง ต่อมทอมซิลอักเสบ กรวยไตอักเสบ ฯลฯ ที่ผลัดกันมาเยี่ยมเยือน โดยที่เราไม่ได้เต็มใจซะเลย แต่ด้วยระยะหลังที่เริ่มหันมาใส่ใจและเห็นความสำคัญของสุขภาพของตั ฉันจึงศึกษาค้นคว้าหาตำราที่เกี่ยวกับสุขภาพมาอ่าน ทั้งเรื่องการรักษาร่างกายให้พร้อมเสมอ เรื่องเกี่ยวกับอาหารการกินต่าง ๆ อะไรที่ทานแล้วเป็นพิษ อะไรที่ทานแล้วเป็นประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท นมถั่วเหลือง รับประทานผักและผลไม้ให้มาก ๆ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ซึ่งถ้าเป็นน้ำเปล่าอุณหภูม้ปกติที่ไม่ใช่น้ำแช่เย็น หรือน้ำหวานที่ใส่น้ำแข็ง รวมไปถึงการออก กำลังกาย ซึ่งฉันก็หันมาปั่นรถจักรยานได้สองเดือนเศษแล้ว (ไปกลับบ้าน ทีทำงานร่วม ยี่สิบกว่ากิโล)ช่วยเรื่องสุขภาพ และโลกร้อน รวมไปถึงราคาน้ำมันที่มันขึ้นเอ้า ขึ้นเอา หลายคนอาจบ่นว่าคนเดียวจะช่วยอะไรได้ แต่จังหวัดของฉันมีชมรมจักรยาน (รถถีบเฒ่า/รถจักรยานโบราณ)และคนหัวนสมัยใหม่ที่ไม่จำกัดอายุ ก็ลุกขึ้นมาก่อการปฏิวัติกันแล้ว อย่าเถียงว่าแล้วแค่นี้จะช่วยได้รึเปล่า ฉันไม่ต้องการคำตอบ แต่ที่ฉันทำก็ขอให้รู้ว่าตัวเองนั้นได้ทำ แม้คนอื่นจะไม่ทำ ก็ไม่เป็นไร และการปฏิบัติตัวเช่นนี้ทำให้ร่างกายปรับความสมดุลได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการทำจิตใจให้สบายจึงทำให้เรามีสุขภาพกายและใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง จึงอยากจะชักชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านหันมารักและใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้มาก ๆ :ความไม่มีโรงเป็นลาภอันประเสริฐ: อย่าให้เหมือนกับฉัน ที่เขาว่ากันว่า "ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา" คำนี้มันช่างเหมาะกับตัวฉันซะจริ้ง .... |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||