วันพุธ ที่ 26 กันยายน 2550
ตร.ลั่นอีก 2 เดือนถึงจุดจบโจรลักรถรายใหญ่
Posted by
LittleLee
,
ผู้อ่าน : 280
, 01:14:10 น.
พิมพ์หน้านี้
ความเดิมจากตอนที่แล้ว LittleLee นำเสนอเรื่อง จับตาพื้นที่สีแดงแหล่งโจรกรรมรถยนต์ http://www.oknation.net/blog/LittleLee/2007/09/24/entry-1 ไปนั้นก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ ปกรณ์ http://www.oknation.net/blog/kobkab ซึ่งได้สัมภาษณ์ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกันจึงส่งข้อมูลมาให้
LittleLee เลยขอรับโอกาสนี้นำคำสัมภาษณ์บางส่วนของ พล.ต.อ.วงกตซึ่งคงจะสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า ตำรวจ ยังอยู่เคียงข้างชาวบ้าน และดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง
...แม้แนวทางการยุบศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ ที่เคยตั้งไว้เดิม จะได้รับการขานรับค่อนข้างมากก็ตาม แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ปนเป็นห่วงอยู่เหมือนกันกับการยุบศูนย์ปฏิบัติการบางศูนย์ เช่น ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เนื่องจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ และยังมีการจัดทำฐานข้อมูลแก๊งโจรกรรมรถที่เป็นระบบอยู่แล้ว ทำให้หลายคนเกรงว่า งานในส่วนนี้จะหยุดชะงัก
อย่างไรก็ดี ดูเหมือน พล.ต.อ.วงกต จะไม่ได้คิดเช่นนั้น
ผมจัดระบบงานปราบปรามการโจรกรรมรถใหม่หมดเลย เพราะเรามีสถิติชัดเจนว่า รถที่ถูกขโมย 60% ถูกนำมาชำแหละ อีก 25% นำมาใช้ทั้งคันในประเทศ ส่วนอีก 15% ส่งออกทั้งคันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ 70% ของรถหาย เป็นเพราะถูกขโมย ส่วนอีก 30% เจ้าของขายเอง เพราะส่งไฟแนนซ์ไม่ไหว
เมื่อเรารู้อย่างนี้ เราต้องจัดการทั้งดีมานด์และซัพพลายไปพร้อมกัน ไม่ใช่ทำเพียงด้านเดียวอย่างที่ผ่านมาซึ่งเน้นไปที่การจับแก๊งลักรถ เพราะแก๊งเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น เป็นเพียงตัวเล็กๆ ในขบวนการโจรกรรมรถยนต์ และเป็นเหยื่อของดีมานด์เท่านั้น
พล.ต.อ.วงกต อธิบายว่า จากการเก็บข้อมูลทางสถิติและวิเคราะห์แบบละเอียดยิบ ทำให้ทราบว่า พื้นที่ที่มีปัญหาโจรกรรมรถยนต์สูงมากมีเพียงไม่กี่แห่ง โดยที่หนักที่สุดก็คือนครบาล ตามด้วย บช.ภ.1 บช.ภ.2 บช.ภ.7 และ บช.ภ.9 ซึ่งในพื้นที่ที่มีสถิติคดีรถหายสูงเหล่านี้จะมีส่วนสัมพันธ์กับเครือข่ายใหญ่ที่เป็นแหล่งรับซื้อ ได้แก่อู่ชำแหละ และร้านอะไหล่เก่า
หากเจาะเฉพาะพื้นที่นครบาล จะพบว่า พื้นที่ที่มีสถิติรถหายจำนวนมาก มีเพียงไม่กี่เขต ได้แก่ บก.น.4, 5, 2 และ 9 ซึ่งแต่ละ บก.จะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับแหล่งที่ตั้งของอู่ชำแหละหรือร้านอะไหล่รายใหญ่ทั้งสิ้น
พวกนี้คือพวกที่ร่ำรวยจริงๆ จากการโจรกรรมรถยนต์ ซึ่งเท่าที่เราสืบสวนและขึ้นบัญชีเอาไว้มีอยู่ 98 ร้านที่เป็นรายใหญ่ ส่วนพวกลักรถที่เป็นตัวเล็กๆ มีประมาณ 1,000 คน ขณะที่แก๊งลักรถที่มีสมาชิกแก๊งละ 7-10 คน มีราวๆ 200 กลุ่มทั่วประเทศ
ผมบอกได้เลยว่าอีก 2 เดือนจะมีข่าวใหญ่เกี่ยวกับการจับเครือข่ายโจรกรรมรถยนต์ และอีกไม่เกิน 5 เดือน สถิติโจรกรรมรถจะลดฮวบแน่นอน อย่างเช่นใน กทม.ที่ตอนนี้รถจักรยานยนต์หายเดือนละ 500 กว่าคัน รถยนต์หายเดือนละ 50 กว่าคัน อีก 5 เดือนตัวเลขพวกนี้จะกลายเป็นอดีต
วิธีการของ พล.ต.อ.วงกต ก็คือ สั่งตั้งชุดทำงานในท้องที่ที่มีปัญหา เข้าไปตรวจค้นร้านอะไหล่เก่า และอู่ต้องสงสัยที่ขึ้นบัญชีเอาไว้ ถ้าพบรถที่ถูกขโมยก็ดำเนินคดีรับของโจร หรือถ้าไม่เจอ แต่พบว่าไม่ได้แจ้งบัญชีอะไหล่เก่าที่นำมาขาย ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้าของเก่า เรียกว่าจะดิ้นอย่างไรก็หนีไม่พ้น!....
ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณพี่ปกรณ์ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลดีๆให้ LittleLee ได้นำมาถ่ายทอดให้เพื่อน พี่ น้องชาว OKnation ได้รู้ว่าตำรวจเขากำลัง ทำงาน กันอยู่ ไม่ใช่จับผู้ต้องหามาแถลงข่าวแล้วก็จบๆกันไปแบบ ขอไปทีให้มีผลงาน ก็หวังแต่เพียงว่าสิ่งที่ท่านพูดจะ "เป็นจริง" ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้!
|