พิมพ์หน้านี้
|
ผมนึกถึงสุดยอดมือกีตาร์ขึ้นมาคนนึง เป็นมือกีตาร์ที่มีผมเพียงคนเดียวที่รู้จัก เขาคือเพื่อนรุ่นพี่ของผมเอง ด้วยความซับซ้อนและยอกย้อนของชีวิต ทำให้การติดต่อสื่อสารของเราขาดหาย ได้แต่หวังว่าในเวลานี้พี่จะยังเข้มแข็งและยังอยู่ดี ครั้งหนึ่งเราเคยรวมเรียนในสถาบันเดียวกัน แต่ด้วยปัญหาทางการเงิน ทำให้เเพื่อนรุ่นพี่ของผมจำต้องลาออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่นี่ไม่ใช้การหันหลังให้กับรั้วมหาวิทยาลัยครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สอง ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันกับครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านั้นเขาเคยศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง ในคณะที่ .? (ไม่ขอบอก ) แต่เป็นคณะที่ต้องใช้ความสามารถทางด้านกีตาร์( classic ) จนสอบติด (ไม่ใช้ง่ายและรับน้อยคน ) และอย่างที่บอกว่าชีวิตมันยอกย้อนและเราก็ไม่สามารถตัดสินเส้นทางของกันและกันได้ ความยอกย้อนก็คือ เริ่มต้นด้วยความชอบเล่นกีตาร์และเริ่มต้นด้วยการฝึกฝนจากกีตาร์ classic แต่มารู้ตัวภายหลังว่าตนเองชอบเพลง heavy , rock แต่เนื่องจากกีตาร์สาย heavy , hard rock , ประเทศอื่นเค้าอาจมี แต่บ้านเรา ณ เวลานั้นถ้าจะให้มีสถาบันรองรับและให้พ่อแม่ยุคเก่าก่อนเข้าใจหน่อยก็น่าจะยาก เลยต้องหาที่ใกล้เคียงที่สุด หรือหาที่เรียนไปก่อน (ฝึกอย่างหนึ่ง เพื่อนำไปสู่อีกอย่างหนึ่ง หรือจำต้องทำสิ่งที่ไม่ถูกใจก่อนเพื่อจะได้ทำสิ่งถูกใจในภายหลัง ) แต่เรื่องซับซ้อนมากเข้าไปอีกเมื่อเริ่มไว้ผมยาว เริ่มแต่งตัวเป็น rocker แล้วดันมาเดินอยู่ใน วง classic จึงมักถูกคำครหาจากอาจารณ์และคนรอบข้างอยู่เนืองๆ สุดท้ายไม่ไหวจึงลาออกและนั้นคือการหันหลังให้กับรั้วมหาวิทยาลัยครั้งแรก มานึกดูการกระทำหรือการตัดสินใจของคนๆนึง บางครั้งถึงเราจะดูว่ามันยังมีทางเลือกอื่นๆอีกมากมาย ไม่น่าจะต้องทำขนาดนั้น จะอุดมการณ์อะไรนักหนา ทำอะไรไม่คิดถึงคนอื่น แต่จริงๆแล้วเราก็ไม่สามารถเข้าใจ ณ เวลานั้นของคนๆนั้นได้ สำหรับบางเรื่องราว เราทุกคนต่างก็มีเหตุผลในการตัดสินใจ ณ เวลานั้น ถึงเส้นทางที่เราเลือกในเวลานั้นถ้าดูในสายตาของบุคคลรอบข้าง อาจดูสิ้นคิดหรือดูบ้าบอแค่ไหน มันก็ยังดูเป็นเรื่องยากที่จะมาตัดสินกันได้ เราก็จำต้องเคารพกันและกันให้มาก ( เราไม่เป็นคนผู้นั้นเราไม่รู้จริงๆ แวบนึงอาจดูเหมือนกับว่า การจะเลือกอีกทางนึงมันยากตรงไหนว้าาาา .. แต่มันอาจยากสำหรับเค้าก็ได้ มีองค์ประกอบอีกมากมายที่เราไม่เข้าใจ เราจึงไม่สามารถตัดสินแทนกันได้ ) บางคนไม่เคยมานั่งเสียใจกับทางที่ตัวเองเลือก กลับดูมีความสุข แต่กลายเป็นว่าคนรอบตัวดูจะเดือดร้อนและทุกข์แทนมากกว่าเจ้าตัวซะอีก ( คนรอบข้างเป็นทุกข์กับทางเลือกเรา ) ผมมีเพื่อนฝูงที่เลือกเดินบนเส้นทางที่ดูยากลำบาก ถามว่าเคยคิดว่าตัวเองเลือกทางผิดหรือเปล่า ก็ได้ตำตอบมาว่า ไม่เคย ถึงจะลำบาก และอาจเศร้าบ้างในบางเวลา แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเลือกทางผิด บางคนเลือกทำงานที่ตัวเองรัก ( โดยทิ้งงานที่เงินเดือนสูงๆมาทำ ) แต่ได้เงินแทบไม่พอใช้ในแต่ละเดือน แต่ก็ยังได้รับคำยืนยันว่า ยังห่างไกลจากความรู้สึกว่าตัวเองเลือกเส้นทางผิด มานึกดูว่าเราไม่สามารถตัดสินเส้นทางของแต่ละคนได้เพราะเอาเข้าจริงๆ เราก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าทางสายนั้นถูกใช้เพื่ออะไร เพราะต่างคนต่างก็มีนิยามในเส้นทางของตัวเองที่แตกต่างกัน และเอาเข้าจิรงๆแล้ว เส้นทางที่บางผู้คนเลือกก็ไม่ใช้เรื่องสนุกซักเท่าไร แต่หลายครั้งหลายหน มันมักถูกเลือกเพื่อตอบสนองความจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของตัวตนภายใน พร้อมกับให้ตัวเองพอจะมีที่ยืนในสังคมนี้ได้อย่างสันติ เพราะยังดีกว่าจะต้องตกหล่นจนเสียสติและอาจกลายเป็นบ้า ส่วนเรื่องราวของเพื่อนรุ่นพี่ที่ผมเล่ามา คือเรื่องราวก่อนที่จะได้มารู้จักกัน ขอเล่าต่อเนื่องอีกนิด ว่าเมื่อครั้งมาเจอกันก็เลยเหมือนคนคอเดียวกันมาเจอกัน ตัวผมก็พอจะตีกลองเป็นนิดหน่อย จึงถูกคอเข้าขากันมากเข้าไปอีก เมื่อว่างก็มักจะไปซ้อมดนตรีเล่นกันประจำ จริงๆมีเรื่องราวอีกมากมาย มาถึงวันนี้เรื่องราวต่างๆก็ผ่านมาเกือบ 15 ปี แต่ ณ ตอนนี้ผมคิดถึงมือกีตาร์คนนี้จริงๆเส้นทางของมือกีตาร์คนนี้ถึงจะดูไม่โสภายังไง ณ ปัจจุบัน แต่ผมถือว่า พี่คือสุดยอดมือกีตาร์คนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก คนบางคนเริ่มต้นชีวิตด้วยความฝัน แต่กลับจบลงที่นิยามของคำว่าบ้าในสายตาผู้คน และแท้จริงแล้วถึงแม้นจะกลายเป็นคนบ้า บางทีอาจไม่ได้เกิดจากตัวเองแต่ฝ่ายเดียว แต่องค์ประกอบรอบๆตัวของบุคคลผู้นั้นก็อาจเรียดได้ว่าเป็นองค์ประกอบของความบ้าด้วยก็เป็นได้ องค์ประกอบเล็กๆที่ขาดหายอย่าง กำลังใจ ความเข้าใจ ความเคารพต่อเส้นทางเดิน ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เส้นทางของบุคคลผู้นั้นพลิกผันแตกต่างไปได้อย่างสิ้นเชิงใครจะรู้ .? ขอให้พี่เข้มแข็งต่อความกดดันคับแคบของเส้นทางที่พี่เดิน หวังว่าพี่จะยังอยู่ดี สุดท้ายอยากบอกให้พี่รู้ว่าพี่คือสุดยอดมือกีตาร์ของผมครับ ( หวังว่าจะติดต่อได้เหมือนเดิม )
|
| ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำ 70% | ||
ภาพของผลึกน้ำที่เขียนคำว่า รัก ติดเอาไว้ที่ข้างขวดและอีกภาพติดคำว่า บัดซบฉันจะฆ่าแก |
||
|
View All |
||
| หัวใจมันผิดกัน | ||
Dick Hoyt เป็นนักวิ่งมาราธอนและไตรกีฬา พ่ออยากให้ลูกได้มีชีวิตที่ดี อยากให้ลูกได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ ในชีวิต Rick Hoyt เป็นโรคสมองพิการ เพราะขาดอ๊อกซิเจนตอนเด็ก เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่สมองยังรับรู้ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |