พิมพ์หน้านี้
|
TV ถือเป็นสิ่งสามัญประจำบ้านของทุกครัวเรือน พร้อมกับมีบทบาทกับเราในหลายๆมิติ จนอาจจะเรียกได้ว่ากลมกลืนเป็นส่วนนึงของชีวิตเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาในชีวิตประจำวันที่หลายครัวเรือนนั่งอยู่หน้าจอ TV วันละ 1 ชม 3 ชม ก็แต่ต่างกันไป TV ยังถือเป็นสื่อที่สามารถเปิดโลกทัศน์ และเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพมากๆ สื่นหนึ่งเลยทีเดียว วันหนึ่งผมนั่งดูหลานเล็กๆ สองคนเล่นกัน อายุ 4 ขวบกับ 3 ขวบ คนนึงกำลังเล่นเป็นเจ้านาย อีกคนกำลังส่วมบทบาทเป็นคนใช้ มีบทสนทนาประมาณว่า "เองไปเอาน้ำมาสิ" อีกคนนึงก็คลานไปเอามา เสร็จแล้วก็ตามด้วยการด่า แก อีกนัง... เกลียด...มันนัก !! แวบนึงผมนั่งดูก็รู้สึกขำๆ แต่พอเริ่มสมบทบาทมากขึ้นก็เริ่มขำไม่ออก น่าจะมาจากละครนะเนียผมคิด วันนึง TV กำลังฉายละครหลานผมก็รีบวิ่งไปชี้ที่จอ ชี้ไปที่คนที่แสดงเป็นตัวร้ายแล้วบอกว่า "อยากเป็นแบบคนนี้" ผมก็ถามว่าทำมั้ยถึงอยากเป็นเหรอ หลานก็ตอบมาว่า "เค้าสวยแล้วได้เป็นแฟนกับคนนี้" 4 ขวบนะเนีย มาตามสังเกตุดูคือถ้าเพลอปุ๊บ จะแอบไปดูละครทันที มีอีกอย่างนึงที่อาจจะไม่เกี่ยวกับละครหรืออาจเกี่ยว คือเวลาไม่พอใจจะกรี้ดดๆ แต่ท่าทางเนียสิเหมื่อนในละครเชียว พอจะนึกออกมั้ยครับ เวลาตัวร้ายในละครกรี้ดดด จะกระทืบเท้ากำมือแนบลำตัว ยกขึ้นมาปิดหู อะไรประมาณนั้น บางครั้งมีคนบอกว่า TV สามารถสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ แต่ปัจจุบันหลายบ้านอาจมี TV มากกว่าหนึ่งเครื่อง กินข้าวเสร็จต่างคนต่างเข้าห้องของตนเองกันหมด สำหรับตัวผมดูบ้างเป็นครั้งคราว นอกจากข่าวแล้วก็ไม่มีอะไรที่ติดตามดูเป็นพิเศษ แต่ก็พยายามเปิดดูเพราะอยากรู้ ไม่ว่าจะเป็น ข่าว,ละคร ,สัมภาษณ์(ดารา),เกมโชว์(ดารา),สารคดี ,Music VDO,มีอยู่ครั้งนึงเปิดไปเจอ รายการพาไปดูบ้าน...? บ้านหลังใหญ่มากๆ รถ 5-6 คันพร้อมใช้งานทุกรูปแบบ ดูๆไปไม่น่าเชื่อว่า คนๆนึงจะใช้ทรัพย์กรได้มากขนาดนี้ น่าจะมากกว่าเงินของคนทั้งหมู่บ้านๆนึงรวมกันอีกนะเนีย หลายช่องก็พยายามสร้างสรรค์ รายการดีๆเท่าทีจะทำได้ หรือมีผู้ชมแล้วรายการสามารถอยู่ได้ก็ยังพอมี แต่สำหรับบางคนที่เหนื่อยมาจากงาน รายการบันเทิงจึงถือเป็นเป้าหมายอันดับแรกๆ อยู่ดี สุดท้าย TV ก็ถือเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกจากสังคม และก็ยังไม่ชัดเจนว่า TV เป็นสื่อแค่สะท้อนภาพสังคม หรือสร้างสังคม ถ้าสมมุติสื่อนำเสนอสิ่งที่มากเกินกว่าความเป็นจริงของสังคมส่วนใหญ่แล้วผู้ชมคิดว่าสังคมส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ จนไม่ใช้เรื่องแปลกที่เราจะทำแบบนั้นด้วยก็ถือเป็นเรื่องที่อดคิดไม่ได้ รวมถึงการกระตุ้นความต้องการในชีวิตที่ล้นเกิน รวมถึงความไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น หรือมีอยู่ สื่อเป็นยังไงสังคมก็เป็นแบบนั้น หรื่อสังคมเป็นยังไงสื่อก็สะท้อนออกมาเช่นนั้นเองไม่ได้เกินเลย...? (แรงบันดาลใจส่วนนึงจากหนังสือ HAPPINESS ของ Richard Layard แปลโดย คุณ รักดี โชติจินดา และ เจริญเกียรติ ธนสุขถาวร สำนักพิมพ์ สวนเงินมีมา) |
| ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำ 70% | ||
ภาพของผลึกน้ำที่เขียนคำว่า รัก ติดเอาไว้ที่ข้างขวดและอีกภาพติดคำว่า บัดซบฉันจะฆ่าแก |
||
|
View All |
||
| หัวใจมันผิดกัน | ||
Dick Hoyt เป็นนักวิ่งมาราธอนและไตรกีฬา พ่ออยากให้ลูกได้มีชีวิตที่ดี อยากให้ลูกได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ ในชีวิต Rick Hoyt เป็นโรคสมองพิการ เพราะขาดอ๊อกซิเจนตอนเด็ก เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่สมองยังรับรู้ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||